[FIC]LOVE IS? ,,เขาทำผมท้อง (part7)
posted on 27 Mar 2011 20:46 by chibi-uchi
So I hope you like it, and comments and feedback are loved!
+Reader discretion required.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title : LOVE IS?
Author : shinsh
Part : 7
“อืมม” ครางเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังสีเข้มสัมผัสถึงไอร้อนที่มากับแสงยามเที่ยง ยุน ดูจุนยกคอให้หน้าพ้นจากหมอนก่อนจะสะบัดหน้าไปมาคลายความงัวเงีย เปลือกตาชั้นเดียวลืมเปิดอย่างที่มันควรจะเป็น เหลือมองนาฬิกาที่ผนังห้องก็พอจะรู้ว่าเขาหลับไปนานเท่าไร
ไม่สิ...จริงๆ ต้องบอกว่า เขาใช้เวลากับกิจกรรมก่อนนอนไปนานต่างหาก
ยันกายลุกขึ้นก่อนจะพลิกตัวหันมาหาอีกร่างที่ยังคนหายใจเป็นจังหวะบนเตียง ร่างที่หลับอยู่ถูกคลุมมิดชิดด้วยผ้าห่มแม้จะมีบางส่วนที่เล็ดลอดออกมาพอให้เขาได้เห็นผิวขาวๆ ที่ถูกแต่งแต้มร่องรอยสีแดงอยู่บ้าง ใบหน้าของคนที่ส่งเสียงครางตลอดคืนฝังจมอยู่ในหมอนใบโต
ก็ไม่แปลกที่หลังจากกิจกรรมอย่างนั้นใครอีกคนจะนอนกลับเป็นตายซะอย่างนี้
ดูจุนจ้องมองคนตัวเล็กที่หลับอยู่ตรงหน้าก่อนนะตัดสินใจลุกขึ้นด้วยร่างกายเปลือยเปลือยตรงไปยังห้องน้ำ
อย่างน้อยเขาก็ควรจะอาบน้ำก่อนล่ะ...
“ฮืมม~~ ฮืม~~”
ผมกำลังฮัมเพลงขณะอาบน้ำในอ่างจากุชชี่ราคาเท่าเศษขี้เล็บของแม่ผม ก็แค่หลักล้านเองครับ อย่างว่า วันนี้คนมันอารมณ์ดี พวกคุณจะนึกหมั่นไส้ อิจฉาผมมันก็คงไม่แปลกใช่มั้ยล่ะ?
แต่ขอโทษนะครับ ผมว่าที่คุณควรอิจฉาไม่ใช่เจ้าอ่างจากุชชี่ที่นานๆ ทีผมจะใช้นี่หรอก ที่น่าอิจฉาน่ะ มันเรื่องเมื่อคืนต่างหาก =////=~
ผมเพิ่งได้รู้ว่ายง จุนฮยอง นอกจากจะหล่อ(น้อยกว่าผม) ฉลาด(น้อยกว่าผม) เลว(อันนี้มากกว่าผม) แล้ว เหนืออื่นใดไอ้เพื่อนคนนี้แมร่งประเสริฐว่ะครับ!!
นอกจากเรื่องที่มันเคยช่วยผมเปิดกระโปงเด็กผุ้หญิงโต๊ะข้างๆ เพื่อดูเป็นขวัญตาแล้ว เรื่องนี้แหละที่ผมคิดว่ามันมีพระเมตตาเผื่อแผ่เพื่อนที่สุด
ถ้าใครลืมไปแล้วกลับไปอ่านตอนแรกๆ หน่อยดีกว่ามั้ยครับ? แบบว่า ผม กับไอ้จุนฮยองก็เป็นเพื่อนกันมานานอ่ะนะ บางครั้งมันก็ต้องมีบ้าง ที่ชอบของอย่างเดียวกัน แต่เผอิญว่าไอ้ของอย่างเดียวกันนั่นน่ะ มันเป็นคน และมีคนเดียวในโลกซะด้วยสิ
คนที่ว่าก็อู ซองฮยอนที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงผมไงครับ =.,= เฮ้อ ไม่อยากจะคิด นี่คงอาจเป็นเพราะไอ้จุนฮยองหล่อน้อยกว่าผมด้วยแหละ พอมันนึกอยากประเคนแฟนที่คบกันมา 5 ปีให้ น้องแกเลยเล่นไม่เลิกทั้งคืนแบบนี้
เป็นคนน่ารัก ทำตัวแรงๆ ย้อมผมสีแดง แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องบนเตียงจะสุดเหวี่ยงขนาดนี้นะเนี่ย
อืมมม... เดี๋ยวนะ =_= น้องเควินหัวแดงนี่หว่า?
แต่ไอ้ที่นอนบนเตียงผมเมื่อกี้หัวดำนี่...
...
....
............?
ไม่มั้ง ตลกละ นอนด้วยผิดคน ทั้งๆ ที่เล่นกันจนหมดแรงขนาดนั้นเนี่ยนะ เป็นไปได้ยุน ดูจุนก็คงเมาขั้นหนักแล้วว่ะครับ
หึหึ คิดเรื่องไร้สาระว่ะครับ เวลาอย่างนี้ผมควรจะคิดบทปลอบใจน้องเควินสิ ไม่รู้ตื่นขึ้นมาจะร้องห่มร้องไห้ขนาดไหน
ว่าไอ้จุนฮยองประเสริฐแล้วผมประเสริฐกว่าอีกนะเนี่ย ช่วยนอนกับแฟนมันให้ มันก็จะได้เลิกกับแฟนมันสมใจ โอ้ะ! มีใครเป็นคนดีกว่าผมมีมั้ยเนี่ย? ^-^
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ชื่ออะไรจ๊ะ” พี่สาวแสนสวยว่าพลางเอามือมาลูบหน้าผม
...จะว่าไปหัวสีแดงม่วงของพี่สาวก็สวยดีเหมือนกันนะเนี่ย
นูน่าฉีกยิ้มด้วยริมฝีปากที่ฉาบลิปสติกสีสวย มือเรียวๆ ที่ปลายเล็บแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดนั่นยกขึ้นผลักผมก่อนที่ผมจะรู้สึกได้ถึงฟูกนุ่มๆ บนเตียง...
เคยมีความลับกันมั้ยครับ?
แบบตอนที่พ่อกับแม่ลงทุนซื้อนมมาแช่ตู้เย็นไว้เป็นแพ็คๆ แล้วสั่งคุณกับน้องให้ดื่มนมทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งกล่องเราจะได้โตเร็วๆ คุณรับปากพ่อแม่เป็นมั่นเหมาะ แต่พอเอาเข้าจริง ตอนที่คุณคลาดสายตาจากพ่อแม่แล้ว...
คุณยื่นนมให้น้องชายคุณดื่มแทน เพียงเพราะว่าบังเอิญคุณไม่ชอบดื่มนมรสจืดที่พ่อแม่ซื้อมาให้
น้องชายตัวเล็กของคุณงอแงแต่สุดท้ายก็ดื่มนมของคุณจนหมด พอพ่อแม่กลับมาคุณก็ฉีกยิ้มแล้วมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุณกำชับน้องไม่ให้พูด น้องคุณก็ไม่พูด คุณไม่พูด แล้วพ่อแม่ก็ไม่รู้
ตั้งแต่นั้นมาทุกครั้งที่ต้องกินนมคุณก็จะยื่นให้น้องชายคุณตลอดในขณะที่พ่อแม่เข้าใจว่าคุณดื่มมันหมดแล้ว
ถ้าคุณเคยมีเหตุการณ์อะไรคล้ายๆ อย่างนี้ ผมจะบอกว่า นั่นแหละครับที่เรียกว่า ความลับ
ยัง โยซอบมีความลับอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก...
นอกจากเรื่องที่ 89 แล้ว ความลับอีกเรื่องที่สำคัญของยัง โยซอบก็คือ... ผมเวอร์จิ้น
อย่าหัวเราะเยาะผมนะ T^T
ถึงผมจะดูเป็นเด็กหนุ่มอายุ 20 ผู้น่าสงสารที่ยังไม่เคยผ่านเรื่องแบบนั้นมาเลยก็เหอะ แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้นะว่าเราควรจะทำอะไรบ้างกับเรื่องแบบนั้นน่ะ!
เพราะใบบุญที่ไปทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟของคุณนิคคุณ เพราะฉะนั้นผมถึงศึกษาจากละครไทยหลังข่าวทางช่อง 6+1 มาเรียบร้อยแล้วล่ะ!
...ไม่ใช่เรอะ!?
งั้นผมควรทำอะไรต่อล่ะเนี่ย นูน่าผลักผมแล้วขึ้นมาคร่อมผมบนเตียงแล้ว ไฟก็ปิดแล้ว แล้วยัง โยซอบควรทำยังไงดี?
“อืมมมม นูน่าดูแข็งแรงมากเลยนะฮะ” >////< ผะ...ผมก็เขินเป็นนะ!
“เรียกดูจุนสิ”
“ดะ...ดูจุนูน่า”
“ไม่ใช่ ดูจุนฮยอง” นูน่าว่าผมเสียงเข้ม
เอ๊ะ? ทำไมต้องเป็นฮยองล่ะ...
อืมมมม ว่าแต่นูน่าทำอะไรครับเนี่ย ร้อนๆ แปลกๆ ชอบกล
“อีกนิดเดียวนะ” นูน่าบอกผมด้วยใบหน้าเซ็กซี่ ว่าแต่...
ไอ้มือนั่นมันอะไรวะครับ!!
เดี๋ยว! หนูน่าจะเอามือมาจับที่ เอ่อ.... อย่านะ!! เจ็บ! นูน่า... ทำไม...
แล้วนั่นมันอะไรวะเนี่ย ทำไมนูน่าหัวมวงแดงของผมหน้าตาเบี้ยวล่ะ... หน้าแปลกๆ ไป เหมือนกับ....
“อะ... ไอ้แก่นี่!!”
เฮือก!!!
ยัง โยซอบสะดุ้งตื่นด้วยอาการเหงื่อตกราวกับฝันร้าย... ก็ฝันร้ายจริงๆ นั่นแหละ ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะฝันว่านูน่าที่สุดจะเร่าร้อนเมื่อคืนจะแปลงร่างเป็นไอ้หน้าแก่ขี้เมาเพื่อนไอ้รุ่นพี่ลี จุนซะได้
“โอ้ย!” ร้องเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างเดิมเพราะอาการมึนตึบที่หัว
“ตื่นแล้วหรอ เค...” ได้ยินเสียงทักทายซึ่งควรจะเป็นเสียงของผู้หญิงแต่ก็แมนอยู่มากมาจากห้องน้ำ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินออกมาทันได้สบตากับเขาแล้วคำพูดสุดท้ายก็ถูกเกินลงคอไป
ยุน ดูจุนมองร่างเล็กที่ถูกปกปิดด้วยผ้าห่มสีครีมด้วยสภาพหมิ่นเหม่บนเตียงของเขา กระพริบตาปริบจ้องแข่งเจ้าของดวงตากลมโตที่มองเขากลับด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน...
คนที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียงของเขาควรจะเป็นน้องเควินแฟนสุดสวาทของไอ้จุนฮยองสิ ไม่ใช่...
“ไอ้เด็กนี่/ไอ้แก่นี่!!!”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สุขสันต์วันเกิด~
สายตาสีอำพันไล่ไปตามตัวหนังสือที่อยู่บนการ์ดสีครีมอัดกลิ่นหอม มองไล่ไปตามกล่องเล็กใหญ่ที่วางกองกันไม่ค่อยจะเป็นระเบียบมากนักอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจ ตั้งใจจะละสายตาไปเป็นโทรศัพท์เครื่องหรูแต่ก็ต้องสะดุดกับกล่องของขวัญสีแปลกตาที่โดดเด่นขึ้นมา
เหตุผลง่ายๆ ข้อแรกก็เป็นเพราะว่าสีห่อของขวัญเป็นสีที่เขาชอบ ซึ่งดูเหมือนเจ้าของกล่องของขวัญที่วางกองพะเนินอยู่นี้จะไม่ค่อยรู้สักเท่าไร นอกจากเจ้าของกล่องของขวัญที่อยู่ในมือเขาแล้วตอนนี้
อย่าลืมอธิษฐานก่อนแกะห่อนะครับ :)
ข้อความน่ารักถูกเขียนกำกับไว้ด้วยลายมือที่ร่างบางแสนจะคุ้นเคย ตั้งใจจะแกะห่ออกแต่ก็คิดได้ว่าเมื่อครู่ความสนใจของตัวเองอยู่ตรงไหน ตัดสินหอบกล่องของขวัญไปด้วยก่อนจะคว้าโทรศัพท์ที่ถูกลืมไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา
กดเปิดเครื่องก่อนจะพบว่าเจ้าวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสั่นไปมาหลายครั้งเพราะข้อความเข้าที่บ่งบอกว่าเมื่อคืนมีคนพยายามหาตัวเขามากแค่ไหน
ไล่นิ้วไปตามระบบจอแบบสัมผัส ตั้งใจลบข้อความที่บอกว่าเบอร์เดิมซ้ำๆ กันโทรมาหลายครั้งเมื่อคืน แม้จำนวนที่ไม่น้อยจะทำให้เจ้าของเครื่องรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่มือเรียวก็ยังคงกดลบต่อไป
นี่มัน...
นิ้วเรียวชะงักเมื่อไล่มาถึงข้อความเกือบท้าย หมายเลขโทรศัพท์ที่แปลกไปทำให้ตัดสินกดเข้าดูก่อนจะพบว่ามันเป็นเบอร์ของใครคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นเคย ...คุ้นเคยเหมือนลายมือบนกล่องที่อยู่บนตักเขาตอนนี้
พี่ครับ วันนี้ผมติดต่อพี่ไม่ได้ ทำไมลืมชาร์จแบตในวันสำคัญอย่างนี้ล่ะครับ?
อายุ 21 แล้ว ขอให้พี่มีความสุขมากๆ นะครับ เก็บรอยยิ้มที่น่ารักของตัวเองไว้ด้วยล่ะ
รักพี่นะครับ
เควิน
อ่านข้อความที่ถูกเขียนมาแม้จะมีเนื้อหาคล้ายๆ กันทุกปี แม้จะใช้คำแสดงมารยาทแต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความสนิทสนม
ใช่แล้ว อู ซองฮยอนคือรุ่นน้องที่เขาสนิทด้วยมากที่สุดตอนขึ้นมัธยมปลายปีหนึ่ง เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าน่ารักและมักจะยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา ร่างเล็กที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็รู้ใจเขาดีหมด เรียกได้ว่าสนิทกันมาก
...อย่างน้อยก็จนถึงวันที่อีกคนเปลี่ยนสถานะจากรุ่นน้องที่สนิทมาเป็นแฟนเพื่อนสนิทเขาล่ะนะ
วางโทรศัพท์ลงก่อนจะหันมาสนใจกล่องของขวัญที่เขาอุ้มมาพักใหญ่
“ตื่นแล้วหรอ” ชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครอีกคนทักขึ้นมา ดวงตากลมโตหันไปสบเชิงเป็นคำตอบก่อนที่เจ้าของเสียงแหบจะย้ายจากบริเวณประตูมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ เขา
“เมื่อวานเควินมาหรอฮะ?” ถามอีกคนแทนคำทักทายยามเช้า
“อืม มาตอนที่นายหายไปนั่นแหละ เห็นนายไม่อยู่ก็เลยฝากของขวัญไว้ให้แล้วก็กลับไปเลย” พูดคล้ายจะมีน้ำเสียงน้อยใจอยู่เล็กน้อยแต่ฮยอนซึงก็ไม่ได้คิดจะสนใจเพราะรู้ว่าคนตอบไม่ได้คิดอะไร
ควอน จียงนั่งมองเจ้าของมือเล็กแกะของขวัญอยู่นานก่อนจะเห็นอีกคนมีสีหน้าประหลาดใจราวกับเด็กเมื่อรู้ว่าของข้างในเป็นอะไร
“หมวกถัก!” ทำหน้าดีใจพลางหยิบเจ้าของขวัญที่ว่ามาลองสวบกลับหัวตัวเอง น่าแปลกที่มันพอดีกับหัวของเขาเป๊ะราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเขายังไงยังงั้น
“หึ” สุดท้ายก็ปั้นหน้างอนคนหน้าหวานได้ไม่นาน จียงหลุดขำก่อนจะขยี้หัวอีกคนแรงๆ เป็นเชิงเอ็นดู แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทำกิจวัตรประจำวันอย่างอื่น ความจริงก็อยากจะหาเรื่องคนตรงหน้าที่เมื่อคืนทำให้เป็นห่วงอยู่เหมือนกันแต่เพราะความน่ารักอย่างนี้ถึงทำให้ต้องปล่อยไปทุกที
ฮยอนซึงจ้องมองเจ้าของบ้านที่คาดได้ว่าคงหายโกรธเรื่องเมื่อคืนที่จู่ๆ เขาก็หายไปแล้วก่อนจะละสายตาสีอำพันกลับมาจ้องหมวกถักที่ถูกอีกคนขยี้หัวจนมันตกลงมาบนตักเขา
ถ้าไม่นับของขวัญที่แสนประหลาดใจจากอีกคนเมื่อคืน คงต้องบอกว่าหมวกถักนี่เป็นอะไรที่เขาอยากได้มากที่สุดแล้วล่ะมั้ง
ทั้งๆ ที่รู้ใจเขาดีขนาดนี้แท้ๆ ...
พี่ทำผิดต่อนายรึเปล่านะ เควิน?
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ไอ้แก่นี่!/ไอ้เด็กนี่!” เสียงสองเสียงดังประสานกันแบบที่ไม่ต้องมีใครนัดหมาย เจ้าของเสียงแต่ละคนใช้มือชี้หน้าของอีกคนอย่างไม่เชื่อสายตา
ยัง โยซอบมองเพื่อนของรุ่นพี่ที่เพิ่งเดินจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูตัวเดียวที่มัดไว้ที่เอวอยู่นั่นก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องอะไรได้เป็นอย่างดี
“นะ...นายมาอยู่นี่ได้ยังไง” ยุน ดูจุนถามอีกคนที่มีร่องรอยรักที่เขาฝากไว้เมื่อคืนเต็มเรือนร่างไปหมดด้วยเสียงแห้งผาก แม้แต่น้ำลายก็ยังไม่มีให้กลืนเมื่อรับรู้ได้ว่า แผนการที่เขากับไอ้จุนฮยองรวมกันทำมามันพังลงแล้ว
ใช่ เหตุผลที่คนตรงหน้าไม่มีผมสีแดงเหมือนเควิน
ก็เพราะว่าคนที่อยู่บนเตียงเขาตอนนี้ไม่ใช่เควินไงล่ะ!
“นะ นายนั่นแหละ! ก็ไอ้พี่ลีจุนบอกว่านี่เป็นห้องนูน่านี่!” โยซอบตะคอกกลับด้วยความสับสน มือเล็กกระชับผ้าห่มที่คลุมกายตัวเองก่อนจะต้องตกใจเมื่อก้มลงแล้วเห็นเรือนร่างของตัวเองที่มีร่องรอยจากเรื่องร้อนแรงเต็มไปหมด
“นี่ อย่าบอกนะว่า....” พูดก่อนคำพูดสุดท้ายจะกลืนลงคอ มือใหญ่ข้างหนึ่งยกก่ายหน้าผากอย่างรวดเร็ว ถ้ายุน ดูจุนเป็นนักกายกรรมป่านนี้ก็คงจะเอาเท้าขึ้นมาก่อนหน้าผากไปแล้ว
ใครจะไปคิดละ คนที่เขาคิดว่าเร่าร้อนเมื่อคืนจะไม่ใช่แฟนไอ้จุนฮยองที่อุตส่าห์ประเคนมาให้ แต่ดันเป็นเด็กเสิร์ฟที่มาทำงานในปาร์ตี้ที่บ้านเขาเมื่อคืนน่ะ!!
“นี่นาย...” ร่างสูงเอ่ยปากด้วยอารมณ์หัวเสียแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกคนมีท่าทีตกใจยิ่งกว่า แม้จะยืนอยู่ห่างจากเตียงเป็นระยะหนึ่งแต่ก็ยังพอเห็นรอยน้ำตาที่เริ่มรื้นอยู่ที่ขอบตากลมโต
โยซอบมองสภาพเปลือยเปล่าของตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน ใช้มือเล็กขยี้ร่องรอยแดงๆ ที่มีอยู่เต็มตัวไปหมดอย่างหวังว่ามันจะเลือนหายไป แต่ก็เป็นเพียงแค่ความหวังเมื่อละมือออกแล้วร่องรอยนั้นยังคงอยู่
มองผ้าห่มที่มีคราบบางอย่างก่อนจะรู้สึกแปลกๆ ที่ช่วงต้นขาด้านใน
รู้สึกได้ถึงของเหลวบางอย่างที่ไหลออกจากช่องทางนั้น...
“นาย...” คราวนี้เป็นเสียงเล็กสั่นๆ บ้างที่เอ่ยออกมา ยังโยซอบละสายตาจากเรือนกายของตัวเองก่อนจะจ้องไปยังเจ้าของดวงตาชั้นเดียว
“...โทษที ฉันเข้าใจผิดว่านายเป็นอีกคน”
ยากจะปลอบหรือให้คำอธิบายอะไรกับท่าทีตะลึงงันของคนตรงหน้า ที่ดูจุนทำได้จึงเป็นเพียงการบอกเล่าเรื่องราวให้อีกคนฟังเท่านั้น
เรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องย้ำให้ยัง โยซอบผู้ไม่อยากรับรู้อะไรแล้วตอนนี้ฟังเลยสักนิด...
“ขอใช้ห้องน้ำได้มั้ย” พูดด้วยเสียงเย็นๆ และท่าทีที่สงบต่างจากเมื่อครู่ ดูจุนมองร่างเล็กอย่างอึ้งๆ แม้จะยังไม่เข้าใจท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้าแต่ก็พยักหน้ารับ
คนตัวเล็กหลบสายตาอีกคนเมื่อพาร่างกายอ่อนแอของตัวเองลงจากเตียงนุ่ม ห่อตัวเองด้วยผ้าห่มที่ยังคงมีคราบต่างๆ อย่างลวกๆ ก่อนจะเดินผ่านอีกคนไป
“อ้ะ!” ร้องเสียงหลงเมื่อฝืนกายก้าวเดินได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตาอีกคน
ดูจุนผวาเข้าประคองคนตัวเล็กก่อนจะสังเกตเห็นใบหน้าของคนที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำเพียงจำได้ลางๆ ว่ามาช่วยเสิร์ฟของในงานเมื่อคืนก็เท่านั้น น้ำตาที่รื้นอยู่ที่ของตาช่างแตกต่างจากท่าทีที่จู่ๆ ก็สงบนิ่งเมื่อครู่ยิ่งนัก
หากไม่เป็นเพราะอีกคนล้มและเขาช่วยรับก็คงไม่ทันได้เห็นหรอก เพราะคนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาราวกับตั้งใจซ่อนมันไว้อย่างนั้นแหละ
“นี่นาย...”
“ช่วยที” จะเอ่ยปากถามเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ไม่ทันคาดคิด มองท่าทีอีกคนที่ต่างจากคู่นอนทั่วไปก็พอจะรู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะขนมและขวดไวน์ที่อยู่บนโต๊ะในห้องเขาพร่องไปด้วยฝีมือคนตรงหน้าไม่ใช่ฝีมือเควินเรื่องราวเมื่อคืนก็คงไม่เกิดเพราะฤทธิ์ยาทั้งๆ ที่อีกคนไม่ได้เต็มใจอย่างนี้
“ช่วยพาไปห้องน้ำหน่อยได้มั้ย ฉันอยากอาบน้ำ” บอกด้วยเสียงแหบแห้งที่คงไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่ามันหายไปพร้อมกับเสียงหวานที่ครางต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
ดูจุนประคองอีกคนให้ก้าวเดินช้าๆ แม้จะยากลำบากเพราะคนตัวเล็กพยายามจับผ้าห่มให้ปกปิดตัวเองไว้
ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แม้ความตกตะลึงเมื่อครู่จะทำให้เขาอยากซักไซ้หาสาเหตุที่มาที่ไปมากมายแต่เพราะท่าทีของคนตัวเล็กในอ้อมแขนเขาตอนนี้ยุน ดูจุนถึงลืมคำถามเหล่านั้นไปซะหมด
ลอบมองใบหน้าเล็กที่ก้มงุดแม้เจ้าตัวจะไม่รู้สึก สังเกตเห็นร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเป็นระยะๆ เมื่อพาให้อีกคนก้าวไปแต่ละก้าว ไม่บอกก็รู้ว่าร่างเล็กพยายามอดกลั้นกับความรู้สึกเจ็บที่บริเวณช่วงขาด้านในอยู่ เพราะเป็นเขาเองที่กระทำมันเขาถึงรู้ดี ว่ากิจกรรมเมื่อคืนไม่ใช่แค่เล็กๆ น้อยๆ จนทำให้เดินเหินสะดวกได้โดยไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บ
ครู่ใหญ่ที่พาอีกร่างมาจนถึงห้องน้ำที่เขาเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่
“ช่วยออกไปก่อนได้มั้ย” เหลือบมองอีกคนก่อนจะตัดสินใจพูด แม้จะรู้แก่ใจว่ามันเป็นการเสียมารยาทต่อเจ้าของห้อง แต่เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวถึงเอ่ยปากออกไป
แม้จะไม่มีท่าทีแข็งกร้าวอย่างตอนเพิ่งตื่นแต่ก็เห็นได้ชัดว่ายัง โยซอบมีท่าทีอ่อนลง เป็นเพราะคนตัวเล็กพอจะเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นนี่แล้ว
ยุน ดูจุนพาตัวเองออกจากห้องน้อง เอื้อมมือปิดประตูให้ใครอีกคนก่อนจะย้ายตัวมานั่งบนเตียง แม้จะอยากเอ่ยค้านเพราะเห็นสภาพของใครอีกคนที่แม้แต่ยืนก็ยังช่วยเหลือตัวเองลำบากจนอยากจะเสนอตัวช่วยอาบให้ แต่เพราะพอจะเข้าใจความรู้สึกที่แสดงผ่านใบหน้าที่อดกลั้นนั้นจึงจำใจก้าวออกมา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แสงแดดยามเที่ยงรบกวนการนอนของร่างสูงแม้จะพยายามหันหน้าหลบหนีจนจมกับหมอนนุ่มแล้วก็ตาม เจ้าของร่างที่มีรอยสักอยู่บางส่วนขยับกายไปมาจนสุดท้ายหนังตาชั้นเดียวก็ต้องลืมขึ้นมาอีก
งัวเงียเล็กน้อยก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง ตั้งใจจะลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอใครอีกคนที่นอนเปลือยอยู่ใต้ผ่าห่มบนเตียงเดียวกับเขา
“กลับมาแล้วหรอฮะพี่”
นึกถึงคำพูดของคนตรงหน้าที่ทักทายเขาเมื่อคืนก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาจะเริ่มฉายชัดในความคิด
หรี่ตามองร่างที่ยังผ่อนลมหายใจเข้าออกบนเตียง มือใหญ่เอื้อมไปข้างหน้า กะจะลูบไล้ใบหน้ายามหลับของอีกคนแต่สุดท้ายก็ทำเพียงปัดเส้นผมที่ย้อมสีแดงเพียง 2-3 เส้นออกจากใบหน้าผ่องนั่นก็เท่านั้น
ทบทวนบทสนทนาเมื่อคืนก่อนจะจบด้วยกิจกรรมรุนแรงบนเตียงก่อนจะแค่นยิ้ม...
เมื่อคืนคนตัวเล็กไม่ได้แค่ทักทายด้วยถ้อยคำชวนแค่นยิ้มนั่น แต่มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น
บางอย่างที่พวกเขาควรจะทบทวนมันมาตั้งนานแล้ว...
“พี่เคยรักผมบ้างมั้ย?”
ครู่ใหญ่ที่นั่งจ้องเควินที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง จุนฮยองตัดสินใจลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียง เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเอามามัดที่เอวอย่างลวกๆ ในขณะที่มืออีกข้างไล่เบอร์โทรศัพท์ของคนที่ควรจะนอนกอดคนที่นอนอยู่บนเตียงเขาอยู่ตอนนี้…
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แกร๊ก~
เสียงเปิดประตูดึงความสนใจจากร่างสูงที่กำลังแต่งตัวจนใกล้จะเสร็จแล้ว เห็นมือบางของอีกคนทิ้งน้ำหนักที่ประตูก็ถลาเข้าไปช่วย
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขารู้สึกอยากดูแล แต่คงเป็นเพราะคนคนนี้ดูอ่อนแรงมากล่ะมั้ง
...รวมกับความรู้สึกผิดไปนิดหน่อยด้วยล่ะ
“ไม่ต้องหรอกครับ” คนถูกพยุงพูดด้วยถ้อยคำสุภาพ หางเสียงที่แตกต่างจากเมื่อตอนเจอกันครั้งแรกทำให้ดูจุนแปลกใจเล็กน้อย
“ว่าแต่นายชื่ออะไร” เอ่ยปากถาม ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่เคยถามชื่อแต่ละคนที่นอนด้วยสักเท่าไรหรอก
“ขอบคุณนะครับที่ให้ยืมเสื้อผ้า ไว้ผมจะคืนให้ทีหลังนะครับ” ตอบไม่ตรงคำถาม พูดถึงเรื่องที่เขาแทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ก็แค่เสื้อผ้าสองสามตัวที่ไซส์ก็ไม่ได้พอดีกับคนตัวเล็กเลย ยื่นให้เพราะเสื้อผ้าที่อีกคนใส่มาโดนเขาถอดโยนทิ้งไปไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้
โค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินไปคว้ากระเป๋าของตัวเองที่คาดว่าร่างสูงคงหามาให้ตอนที่เขาอยู่ในห้องน้ำ เดินตรงไปที่ประตูก่อนจะเปิดกระจกด้วยท่าทีอ่อนแรง
ท่าเดินประหลาดๆ ดูยังไงก็รู้ว่าคนตัวเล็กยังเจ็บอยู่ที่ตรงนั้น
“นี่นายจะกลับแล้วรึไง” เอ่ยเรียงด้วยเสียงประหลาดใจเล็กน้อย ออกจะแปลกใจเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ที่อีกคนทำทีเฉยชาขอเข้าไปอาบน้ำแล้วกลั้นความรู้สึกเจ็บเอาไว้
เมื่อครู่ตอนที่เจ้าของร่างที่กำลังสวมชุดของเขาอยู่นี้อยู่ในห้องน้ำ ทำไมเขาจะไม่ทันสังเกตว่าบนเตียงของเขามีร่องรอยอะไรบ้าง
เห็นคราบสีเลือดที่เปรอะอยู่บวกกับท่าทีตกใจของอีกคนก็พอจะเดาออกว่านี่คงเป็นครั้งแรกสำหรับคนตัวเล็ก
เพราะฉะนั้น ทำไมจู่ๆ ถึงทำท่าเฉยชา อดกลั้นความเจ็บที่ก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่ไว้ แล้วก็ไม่โวยวายใส่เขา แถมยังพูดสุภาพแล้วก็จะจากไปดื้อๆ อย่างนี้ได้ล่ะ
“ไว้ผมซักแล้วจะเอามาคืนจริงๆ ครับ”
“นี่นาย” ดูจุนเริ่มมีน้ำโหเมื่ออีกคนหันกลับมาตอบไม่ตรงคำถามอีกครั้ง
“ผมขอตัวแล้วครับ” พูดแล้วหันหลังกลับก่อนจะบิดลูกบิดประตู
“เดี๋ยวนาย นี่จะไม่บอกสักคำเลยหรอว่าชื่ออะไร เป็นน้องไอ้ลี จุนไม่ใช่หรอ” พยายามจะรั้งแต่อีกคนกลับตั้งหน้าตั้งตาเดินออกไปอีกราวกับเขาไม่ได้พูดอะไร
“นี่นาย ไม่คิดจะพูดสักคำเลยรึไง เมื่อกี้นายก็คิดว่าฉันเป็นนูน่านี่... อ้อ ฉันเข้าใจละ นายกะจะมาจับผู้หญิงรวยๆ ในงานนี้ใช่มั้ย?” เมื่อไม่เห็นอีกคนตอบถึงได้พูดไปเรื่อยๆ เผื่อคนที่เดินลำบากเพราะฝีมือเขาอยู่นั่นจะหันกลับมาบ้าง
กึก!
แล้วก็เป็นไปตามต้องการ ร่างเล็กชะงักกึกทันที่เมื่อได้ยินถ้อยคำของร่างสูง
“นี่คุณ...” โยซอบยังคงแทนอีกคนด้วยคำสุภาพ
“กะ...ก็มันน่าจะเป็นอย่างนั้นนี่ เหมือนเมื่อคืนฉันจะเห็นนายใส่ชุดเด็กเสิร์ฟนี่นา ไอ้จุนก็บอกว่านายร้อนเงินด้วย” พูดไปเรื่อยเมื่อเห็นอีกคนหยุดเดินและหันกลับมาคุยกับตัวเอง
ก็อยากจะชวนคุยเรื่องอื่นอยู่หรอก แต่เพราะรู้เรื่องอีกคนแค่นี้ และเพราะเห็นว่าพอเป็นเรื่องนี้อีกคนหยุดฟังนี่นา
“เออ ฉันร้อนเงิน!” โยซอบพูดด้วยอารมณ์ขาดผึง เพราะแค่จะยืนก็เจ็บแล้ว แค่ตื่นมาเจอตัวเองในสภาพอย่างนี้เขาก็ยากจะสะกดกั้นความรู้สึกแล้ว
แต่เพราะเกือบสิบปีที่ผ่านมากับการต้องเอาตัวรอดและเลี้ยงน้องด้วยตัวคนเดียวมาตลอด มันสอนให้เขารู้ว่าเขาไม่ควรจะเสียน้ำตาให้กับเรื่องที่ผิดพลาดอย่างนี้ แม้ว่ามันจะเหนือความคาดหมาย แม้ว่ามันจะเจ็บ
แต่กับแค่เรื่องที่เอากลับคืนมาไม่ได้ คนอย่างยัง โยซอบก็ไม่คิดจะเสียน้ำตาให้กับมันหรอก
ถ้าร้องไห้แล้วมีเงินให้เขาเอาไปเลี้ยงน้องนั่นก็อีกเรื่องนึงแล้วกัน!
เพราะฉะนั้นการที่โดนอีกคนมาตอกย้ำถึงเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้นั่นเขาก็อดไม่ได้ที่จะอารมณ์ขึ้น แม้อีกคนจะพูดถูกทุกอย่างก็ตาม
ดูจุนมองคนตัวเล็กที่หันกลับมาตะคอกตัวเองอย่างอึ้งๆ
“ขะ..”
“ก็อยากจะจับอยู่หรอกนูน่ารวยๆ น่ะ ใครจะไปคิดว่าจะได้ไอ้แก่นิสัยแย่ๆ อย่างนายล่ะวะ!! เว้ย เสียตัวแล้วยังต้องเสียอารมณ์อีก!”
พูดรัวเสียงดังก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกจากบ้านโดยไม่คิดจะหันมามองอีกคน
ความเจ็บอยู่ตรงไหนยัง โยซอบก็แทบจะลืมไปหมดแล้วเป็นเพราะอารมณ์โกรธ
“เฮ้ย ดะ...เดี๋ยว!” ดูจุนมองคนเล็กที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนจากท่าทีเฉยชามาตะคอกเขาอย่างอึ้งๆ ตั้งใจจะขอโทษอีกคนตอนที่รู้ตัวว่าอาจจะพูดอะไรสะกิดแผลใจอีกคนไป แต่พอเห็นอีกคนตะคอกกลับมาอย่างนั้นก็ถึงกลับพูดไม่ออก รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนตัวเล็กเดินหนีออกไปแทบจะพ้นประตูรั้วเขาแล้วนั่นแหละถึงทันได้เรียกไว้
ครืดดด~ ครืดดด~
และท่าจะให้ประชดล่ะก็เหมือนโชคชะตาจะเป็นใจสำหรับยุน ดูจุนเหลือเกิน
ใครเสือกโทรมาตอนนี้วะ!
“ฮะ...ฮัลโหล” กดรับก่อนจะได้ยินเสียงที่ปลายสาย
[มึง]
“เชรี่ย จุนฮยองหรอ! เดี๋ยวนะ” เพราะเห็นคนตัวเล็กเดินไปจรับตาแล้วจึงออกปากขอคนที่ปลายสาย
[นี่]
“เดี๋ยวก่อน!” เรียกอีกคนแต่คนตัวเล็กก็ไม่มีทีท่าจะหันกลับมาสนใจเขาเลย ขาเล็กๆ นั่นก้าวอย่างกับลืมความเจ็บไปแล้ว
คนอะไรโกรธแล้วมีแรงเยอะจังวะ!
[ไอ้ดูจุน!] ดูเหมือนคนปลายสายจะออกแนวฟิวส์ขาดอีกคน ยง จุนฮยองที่ไม่ชอบให้คนเมินถึงกลับต้องกดเสียงต่ำ
“เออ มีไร” สุดท้ายจึงเอ่ยปากถามไอ้คนที่น้ำเสียงเตรียมพร้อมจะเหวี่ยงอยู่ที่ปลายสาย ยุน ดูจุนหยุดสาวเท้าตามอีกคนที่เดินไวอย่างกับลม หอบเล็กน้อยเพราะพยายามเดินตามให้ทัน
...หรือเขาจะแก่อย่างที่อีกคนบอกแล้วจริง? =_=
[มึงยังจะถามกูอีกหรอว่ามีอะไร]
“เออๆ เรื่องเควิน กูขอโทษ”
[อะไรมึง! เมื่อกี้มึงคุยกับใคร!? นี่กูบอกให้มึงนอนกับเควิน มึงไปหยิบเด็กที่ไหนมานอนด้วยอีกเนี่ย?”]
“กูไม่ได้หยิบมา เชรี่ยลี จุนมันจับมาส่ง”
[อะไรมึง??]
“เออ ช่างเหอะ ...แล้วตอนนี้เควินอยู่กับมึงเหรอ”
[ยังจะมาถามอีก]
“เออ กูขอโทษ แล้วมึงจะทำไงต่ออ่ะ” บอกขอโทษอีกคนอย่างเซ็งๆ
ใครจะไปคิดล่ะว่าแผนจะพัง ...นี่เขาก็ว่าเขาไม่ได้เมาแล้วนะ? =_=
[ทำอะไร?]
“มึงจะตัดขาดกับเควินยังไงอ่ะทีนี้”
[...]
“จุนฮยอง” เรียกอีกคนที่เงียบไปเมื่อเขาถาม
[ไม่แล้วล่ะ]
“มึงไม่ความว่าไง” ยุน ดูจุนนิ่วคิ้วกับคำตอบของอีกคน
“เรื่องตัดขาดกับเควิน มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ”
-----------------------------------------TO BE CONTINUE-----------------------------------------
ทาดา! ในที่สุดเราก็มาอัพแล้ว >O<
ฮาๆ หายไปนานจริง คนอ่านคงหายไปหมดแล้วใช่มั้ย??
ขอโทษด้วยนะคะ TvT
ตอนนี้แอบเขียนไม่ได้ดั่งใจ เพราะแรกๆ มันเขียนไปแล้วอารมณ์ซันช่าย(F4)มากกก
เลยแก้ใหม่ ...ตอนนี้คาร์แรคเตอร์ ยัง โยซอบกลับมาแล้ว หวังว่าจะชอบกันนะคะ >.<
ไม่พูดมากแล้วดีกว่า
ตอบเม้น :
normie : งานนี้คนเขียนโดนเต็มๆ 55 มีแต่คนว่า ทำไมให้ลุงได้ครั้งแรกของโยอย่างนี้ > < แหม ตอนนี้อาจจะยังแต่ไม่นานอาจจะรับผิดชอบก็ได้น้า
theJING'z* : อ่าๆๆ ตอนนี้มีแต่คนเม้นยาวจริงๆ ชื่นใจ > < โยเค้าไม่เคยจริงๆน้า ยาล้วนๆ 55 ,, กวังอุ่นนอนเตียงเดียวกันตามแผนกีกวังค่ะ แผนที่หวังจะได้นอนกับโยแต่เจ้าตัวกลับไปนอนกับไอ้แก่ที่ไหนก็ไม่รู็แทน 55 "เรียนผูกก็เรียนแก้ไปนะพี่ปิ้น "ชอบคำนี้มากค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าปิ้นเรียนแก้เป็นมั้ย ...หรือว่าเขาจะไม่แก้?
... : จะจบยังไงก็ต้องติดตามต่อปหละค่ะ :D
ก่อนจากวันนี้ ตอนนี้เราอัพ pages เป็นสารบัญฟิกชั่นแล้วนะคะ > FICTION INDEX
ติดตามกันได้เลยน้าาา >.< ถ้าไม่อะไรจะเอาเรื่องอื่นๆ มาลงนะคะ ทั้งเรื่องที่ยังเขียนแล้วแล้วก็ยังไม่ได้เขียนด้วย 55 (มีแอบเขียน waiting list ไว้กดดันตัวเองเล็กน้อย)
สุดท้ายนี้ รักคนอ่านค่ะ~ :D *อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะตัวเอง*
ปล.ปวดหัวกับการจัดนห้าฟิกมากมาย T^T

แต่ผิดคาดที่โยซอบนิ่ง นึกว่าจะโวยวายซะอีก ชอบความคิดซอบที่บอกว่า ไม่เสียน้ำตากับสิ่งที่เรียกคืนไม่ได้ สมเป็นพี่ใหญ่ แต่ทางที่ดี ไม่"เสียใจ"ด้วย จะดีมากนะจ๊ะ เข้มแข็งนะๆ T^T ดูจุนเกือบจะสุภาพบุรุษแล้วถ้าไม่เกรียนใส่ตอนท้าย เรียกร้องความสนใจได้น่าถีบชนะเลิศ
#1 By normie (124.120.99.16) on 2011-03-27 23:57