It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
I hope you like it. Comments and feedback are loved!
 
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
*ฟิกเรื่องนี้เป็นหนึ่งในโปรเจค Valentine's Day Desserts by JunSeung Factory
เคยลงที่ B2ST-Thailand มาแล้วนะคะ
เราเอามาลงในบล็อกเผื่อคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกบ้านบีสท์ไทย
และเพื่อเก็บไว้ที่บล็อกเราด้วยค่ะ ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Title : (Sweet??) dessert , ขนม 'หวาน'

[ Project : Valentine's Day Desserts by JunSeung Factory❤]

Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung

Author : shinsh

Part : one shot (ตอนเดียวจบ)

 

 

 

 

 

 

“อืม...” เสียงครางดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อจมูกได้รูปรับรู้กลิ่นหอมกรุ่นที่ปลุกเขาออกจากนิทรา ตากลมกระพริบถี่ปรับแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็น สายตาสีกาแฟจับจ้องไปยังร่างสูงที่ดูเหมือนกำลังวุ่นวายกับการทำอะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นและควันรบกวนการนอนของเขา

 

“ยังไม่เสร็จอีกหรือไง” เอ่ยถามด้วยเสียงงัวเงีย ใช้มือข้างหนึ่งขยี้ตาจากการหลับเต็มอิ่มแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน ยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเห็นอีกคนยังคงวุ่นวายกับสิ่งเดิมอยู่

 

“กี่โมงแล้วเนี่ย” เมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงเปลี่ยนคำถาม เอื้อมมือลากเก้าอี้ออกก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง เท้าแขนบนโต๊ะที่ร่างสูงใช้วางส่วนผสมต่างๆ แล้วกวาดสายตามองสภาพเลอะเทอะที่เป็นคำตอบได้ดีว่าสิ่งที่อีกคนกำลังพยายามทำอยู่คงยังไม่สำเร็จ

 

“นายไม่หิวบ้างหรือไง” ถามอีกครั้งแล้วใช้นิ้วเรียวแอบจิ้มของเหลวเหนียวอยู่ตัวสีขาวที่อยู่ในถ้วยข้างๆ มือซึ่งคาดว่าคงไม่ใช่วัตถุดิบที่อีกคนต้องการแล้วขึ้นมาลิ้มรส

 

“นายหิวเหรอ” เอ่ยถามแทนคำตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากสิ่งที่อยู่ในมือ

 

จาง ฮยอนซึงพองลมที่ปากก่อนจะชะโงกหน้าไปดูสิ่งที่อยู่ในชามแก้วที่จุนฮยองกำลังบรรจงทำอยู่

 

“ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” ละสายตาจากสีขาวและสีครีมของขนมในมือก่อนใช้มืออีกข้างที่สะอาดดันหัวของอีกคนที่จงใจยื่นเข้ามาเพื่อก่อกวนเขาออก ไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรแต่บอกให้อีกคนรับรู้ว่าเขาใกล้ทำมันเสร็จแล้วเพราะรู้ดีว่าที่ฮยอนซึงทำอย่างนั้นเป็นเพราะเจ้าของใบหน้าสวยแค่เบื่อเท่านั้น

 

“ใกล้นี่อีกนานเท่าไรล่ะ? สามวินาที หรือหนึ่งวินาที?” ถามด้วยดวงตากลมโตราวกับเด็กไร้เดียงสา คำพูดกวนๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจจนจุนฮยองลอบยิ้ม

 

“ก็ลองนับสิ” ไม่ได้ให้คำตอบแต่กลับยอกย้อนซะจนใบหน้าสวยแสดงอาการงอน

 

“มันต้องนับถอยหลังนี่นา สามวินาทีแล้วกัน เพราะฉันใจดีหรอกนะ” ก็เหมือนที่จุนฮยองรู้ว่าการยอกย้อนทีเล่นทีจริงของเขาจะทำให้ฮยอนซึงหัวเสียแค่ไหน การที่ฮยอนซึงหงุดหงิดและตอกกลับเขาในเวลาต่อมาก็ร้ายกาจพอๆ กัน

 

“สาม”

 

“สอง”

 

“หนึ่ง...”

 

“จุนฮยองหมดเวลาแล้ว! หยุดที่นายกำลังทำอยู่แล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” ฮยอนซึงออกคำสั่งเมื่อตัวเองนับจนเสร็จ

 

แม้จะยังไม่เสร็จดีแต่จุนฮยองก็เลือกที่จะเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ล้างทำความสะอาด และเก็บสูตรอาหารลงกระเป๋านักเรียนที่เคยรู้จักหนังสือเรียนเพียงไม่กี่เล่ม นำผลงานชิ้นล่าสุดแช่ตู้เย็นของห้องคหกรรมที่ร้างผู้คนใช้งานมานานเพราะเด็กชมรมมัวแต่ยุ่งอยู่กับการเตรียมสอบ เขียนกระดาษชิ้นเล็กปิดป้ายไว้ว่า ‘ของยง จุนฮยอง’ แต่ด้วยความเบื่อหรือซนของอีกคนก็ไม่ทราบที่ทำให้มีรอยหมึกสีเขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักต่อท้ายว่า ‘ห้ามกิน มีพิษ!’

 

นั่งเคาะโต๊ะสลับกับกลิ้งหน้าไปมาอยู่บนโต๊ะสักพักเพื่อรอให้จุนฮยองล้างทำความสะอาดทุกอย่างให้เสร็จจนเผลอหลับไปอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีกคนจับคอเสื้อนักเรียนของเขาเองมาเช็ดน้ำลายที่ยืดเลอะมุมปากแล้วบอกว่า ‘กลับกันได้แล้ว’ ถึงลุกขึ้นไล่ความงัวเงียแล้วเดินเคียงข้างอีกคนกลับบ้าน

 

....

 

.........

 

..........................

 

“นายบอกว่าจะทำอะไรนะ?” เอ่ยปากถามประกอบกับทำตาโตราวกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเรื่องใหญ่เช่น เพื่อนชายสักคนของพวกเขาท้อง

 

จุนฮยองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะอ่านหนังสือโยนกระดาษขนาด A4 สองสามแผ่นในมือให้อีกคนที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงของเขาราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง ก่อนจะเอ่ยปากสั่ง “ลองดูสิ”

 

“นี่มันขนมหวานไม่ใช่เหรอ” ถามพลางชูกระดาษขนาบข้างแก้มกลมๆ ของตัวเอง โดยที่สิ่งที่ต้องการจะรู้จริงๆ ไม่ใช่ว่ารูปสีสันสวยงามที่ถูกจั่วหัวว่าเป็นวิธีทำขนมหวานนั่นใช่ขนมหวานจริงรึเปล่า เพียงแต่ต้องการจะรู้ว่า ผู้ชายอย่างยง จุนฮยองจะอยากทำขนมหวานไปทำไมกัน

 

“นายลืมไปแล้วหรือไง อาทิตย์หน้าเป็นวันวาเลนไทน์นะ” ว่าพลางชี้ไปที่ปฏิทินข้างฝาผนังที่ดูอีกคนไม่ค่อยจะใส่ใจมองตามเท่าไร คิ้วโก่งสวยนิ่วลง ดวงตากลมโตสีกาแฟจ้องมองที่เขาราวกับต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านั้น

 

“ฉันก็แค่จะทำขนมหวานไปสารภาพรัก” ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่ยืดยาวอะไรแต่เนื้อความในประโยคเดียวนั่นก็ชัดเจน

 

ได้ยินอย่างนั้นฮยอนซึงก็หลบสายตาเล็กน้อย ริมฝีปากบางไม่ได้ซักไซ้หรือโวยวายอย่างทุกที ที่ทำก็มีเพียงแค่หยิบกระดาษสองสามแผ่นเมื่อครู่ขึ้นมาดู ในขณะที่เท้าศีรษะอยู่บนผ้าห่มที่ปลายเตียงของเขาก็เท่านั้น

 

เป็นเรื่องแปลกที่ฮยอนซึงอยู่เงียบๆ แต่จุนฮยองก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรกับท่าทีของเพื่อนข้างบ้านของตัวเองที่แทบจะเป็นเพื่อนร่วมบ้านไปแล้วสักเท่าไร ตัดสินใจหันตัวกลับมาสนใจสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเทคนิคต่างๆ ก่อนจะยกยิ้มอยู่คนเดียว

 

ดวงตาสีอำพันมองผ่านความบางของกระดาษสีขาว จ้องแผ่นหลังของคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวสลับกับขนมที่ดูจะไม่มีความหมายอะไรพิเศษเพียงแต่จุดประสงค์มันพิเศษก็เท่านั้น....

 

สารภาพรักงั้นเหรอ จุนฮยอง... 

 

 

 

..........................

 

.........

 

....

 

ตั้งแต่วันนั้นก็แทบตลอดที่ช่วงเลิกเรียนจุนฮยองจะขลุกตัวอยู่แต่ในห้องคหกรรมของโรงเรียน ร่างสูงถูกล้อเล็กน้อยจากสาวๆ ที่ไปขอความช่วยเหลือให้แนะนำอุปกรณ์ต่างๆ แต่ก็รับมือด้วยรอยยิ้มที่เป็นตัวสร้างความนิยมในตัวจุนฮยอง พวกเขาสองคนยึดห้องคหกรรมโดยสมบูรณ์แบบทุกๆ เย็น

 

แม้ว่าเขาจะไม่มีความสนใจในขนมหวานที่จุนฮยองตั้งใจทำเพื่อใครสักคนนี่มากเท่าไร แต่ฮยอนซึงก็มักมานั่งหลับไม่ก็กลิ้งไปมาให้หายเบื่อทุกวัน

 

เพราะความจริงบางข้อที่จุนฮยองไม่รู้คือ การกลับบ้านโดยไม่มีจุนฮยองสำหรับฮยอนซึงไม่มีอะไรน่าเบื่อไปกว่านี้อีกแล้ว...

 

 

 

วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกวัน จุนฮยองขลุกอยู่กับกระดาษสองสามแผ่นที่ปริ้นท์ออกมาให้เขาดูวันนั้น กับพวกเครื่องมือต่างๆ ที่ดูไม่เข้ากับร่างสูงเสียเลย ทำห้องคหกรรมเลอะเทอะ ลงมือทำขนมหน้าตาประหลาดจนเสร็จแล้วถึงเก็บกวาดห้อง แล้วจึงจะเดินกลับบ้านกับฮยอนซึง

 

มันไม่ใช่เพราะจุนฮยองซ้อมมือหรือว่าอะไรหรอก เพียงแต่ว่าจุนฮยองกำลังพยายามทำให้ ขนมหวาน ให้เป็น ขนมหวาน ให้ได้ก็เท่านั้น

 

เพราะตลอดห้าวันที่ผ่านมาเขาไม่สามารถทำได้สำเร็จน่ะสิ...

 

“มองอะไร?” ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวหลังจากถูกอีกคนปฏิเสธว่าอาหารเย็นวันนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นที่ร้านโปรดของเขา ฮยอนซึงพองลมที่ปากเหมือนอย่างเด็กเวลาที่ไม่ได้ของถูกใจ แม้จะไม่เข้ากับอายุแต่ประหลาดที่มันเข้ากับใบหน้าน่ารักของฮยอนซึงอย่างมาก

 

“ฉันแค่กำลังคิดว่า มันมีพิษจริงๆ รึเปล่านะ” ละสายตาจากอีกคนแล้วพูดลอยๆ มือแกร่งออกแรงคว้าข้อมือของอีกคนให้เดินตามไปยังร้านข้างทางก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง

 

‘ของยง จุนฮยอง ห้ามกิน มีพิษ!’

 

พอจะเข้าใจว่าร่างสูงหมายถึงอะไรถึงยอมนั่งลงแต่โดยดี

 

“ฉันไม่ได้ใส่ยาพิษในนั้นนะ!” หันไปพูดราวกับร้อนตัวเมื่อคิดได้ว่าอีกคนอาจจะต้องการพูดอะไรทำนองนั้น

 

จุนฮยองลอบขำก่อนจะหันไปสั่งคุณลุงเจ้าของร้านด้วยอาหารแบบเดียวกันสองชุดโดยที่ฮยอนซึงไม่ต้องเอ่ยปากบอกเช่นทุกที

 

“ฉันก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่านายใส่ยาพิษเข้าไปจริงๆ”

 

“แล้วทำไมต้องมองฉันอย่างนั้นด้วย” พูดแล้วก็ถูกละความสนใจจากอาหารที่คุณลุงเสิร์ฟให้ ถึงแม้จะไม่ได้กินที่ร้านโปรดแต่เหมือนจุนฮยองจะรู้ดีถึงสั่งโปรดเขามาให้แทน

 

“แล้วทำไมมันไม่หวานสักทีนะ” จุนฮยองพึมพำคล้ายพูดกับตัวเองแต่ก็เป็นการขอความเห็นจากอีกคน

 

“บางทีคำสาปฉันอาจได้ผลก็ได้” เพราะมัวแต่เอร็ดอร่อยกับอาหารที่อีกคนสั่งให้ถึงไม่ทันได้ระวังแล้วพูดอะไรออกไปอย่างใจคิด

 

“คำสาปอะไรของนาย” จุนฮยองถามเสียงเข้ม วางช้อนที่เพิ่งจะใช้ตักอาหารไปได้เพียงสองคำ

 

“...” สายตาจริงจังที่ยง จุนฮยองส่งมาทำให้อยอนซึงตัวแข็งทื่อ รู้สึกโกรธตัวเองที่พูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว แต่อีกสิ่งที่รู้สึกรุนแรงยิ่งกว่าคือน้อยใจที่จุนฮยองทำท่าโกรธหากเขาคิดอะไรไม่ดีกับขนมหวานสำหรับสารภาพรักของจุนฮยอง

 

“นายมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันรึเปล่าจาง ฮยอนซึง” จุนอยองถามเสียงเรียบ ดวงตาชั้นเดียวจ้องมองใบหน้าของเพื่อนข้างบ้านที่ดูเหมือนอะไรปิดบังไว้

 

 

 

 

 

ทำไมจะไม่มีล่ะ สิ่งที่จาง ฮยอนซึงไม่เคยบอกจุนฮยอง...

                                                                                                                                                

 

 

 

 

 

สิ่งเดียวกับที่จุนฮยองจะบอกกับคนที่จะเป็นเจ้าของขนมหวานที่จุนฮยองตั้งใจทำให้ไง...

 

 

 

 

 

 

“ฉันรักนาย” ฮยอนซึงพูดออกมาได้อย่างเรียบเฉย อาหารที่อยู่ต่อหน้าจุนฮยองถูกละเว้นการใส่ใจอย่างสมบูรณ์แบบ

 

“กลับล่ะนะ” เอ่ยปากบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น

 

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ฮยอนซึงยอมเดินกลับบ้านโดยไม่มีจุนฮยอง

 

 

....

 

.........

 

..........................

 

อาหารตรงหน้าดูจืดชืดไปทันทีเมื่อใครอีกคนละจากไปแล้ว จุนฮยองใช้ช้อนอาหารเขี่ยข้าวเล่นโดยไม่คิดจะตักใส่ปาก เพราะยังทำอะไรไม่ถูกกับสิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้ยินเมื่อครู่

 

“ฉันรักนาย” 

 

เขาก็แค่ต้องการถามว่าร่างบางเผลอคิดอะไรแผลงๆ ถึงสาปขนมของเขาไว้แค่นั้นเอง ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ปิดบังอยู่จะถูกตีความกลายเป็นอย่างนั้นซะได้

 

ลอบยิ้มอีกครั้งเมื่อตระหนักได้ว่าความซื่อจนเกิดเหตุนั่นเป็นส่วนหนึ่งในความน่ารักของฮยอนซึง...

 

 

--------------------

 

 

เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นก่อนที่นักเรียนมัธยมปลายจะค่อยๆ ทยอยออกจากห้อง เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะรีบกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวสำหรับปาร์ตี้ในตอนกลางคืน ฮยอนซึงเก็บหนังสือลงกระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนจะแทรกตัวไปกับเหล่าฝูงชนที่กำลังจะกลับบ้าน จุนฮยองนั่งมองการกระทำของคนเอาแต่ใจที่พูดบางอย่างกับเขาเมื่อสองวันที่แล้วแล้วชิ่งหนีไปอย่างไม่ใยดี

 

นอกจากจะไม่จ่ายค่าอาหารแล้วยังปล่อยให้เขาเดินกลับบ้านคนเดียวอีกแหนะ...

 

ขายาวพาตัวเองไปยังห้องเดิมที่ช่วงหนึ่งสัปดาห์มานี้เขาแวะเวียนไปทุกวัน ระหว่างทางมีรุ่นน้องเข้ามาทักทายพร้อมๆ กับของขวัญและช็อกโกแลตมากมายจึงทำให้ระยะทางที่ดูเหมือนใกล้ไกลขึ้นจากเดิม

 

ครืดดดด---

 

ประตูไม้ถูกเลื่อนออกก่อนที่จุนฮยองจะพาหอบของขวัญผ่านประตูห้อง มือแกร่งวางของเหล่านั้นลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ ไม่สนใจแม้จะมีบางชิ้นที่ตกลงพื้นหรือที่หล่นหายไปแล้วระหว่างทาง

 

“ช้าเชียวนะ” เสียงหวานที่ไม่ได้ยินมานานเอ่ยทักจนเขาต้องสะดุ้ง จุนฮยองหันหลังไปทางต้นเสียงก่อนจะพบใครอีกคนที่ไม่ได้คุยกับเขาเลยตลอดสองวันที่ผ่านมา

 

“นาย...” พูดติดขัดราวกับการปรากฏตัวของใครอีกคนเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ เห็นอย่างนั้นฮยอนซึงก็อดแสดงสีหน้าเง้างอนอย่างช่วยไม่ได้

 

“นึกว่าจะไม่คุยกับฉันแล้วซะอีก” พูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะตรงหน้าคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่บนของตู้เก็บของของห้อง

 

“ฉันเป็นเพื่อนนายนะจุนฮยอง แค่เพราะเรื่องนั้นใช่ว่าฉันจะไม่ยอมเป็นเพื่อนนายอีกซะเมื่อไร” ริมฝีปากบางพูดคำว่าเพื่อนราวกับไม่อยากจะย้ำ จุนฮยองลอบยิ้มเมื่อเจ้าของใบหน้าสวยใช้คำว่า ‘เรื่องนั้น’

 

“แล้วตกลงว่าไง ขนมของนายมันหวานรึยัง” ถามคล้ายเปลี่ยนเรื่อง รวดเร็วราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนถูกลืมไปแล้ว

 

“ยัง”

 

“แล้วให้คนนั้นของนายไปรึยัง”

 

“ยัง”

 

“นี่นายจะบ้าเหรอ นี่มันวันที่ 14 แล้วนะ!” ฮยอนซึงทำท่าตกใจราวกับนั่นเป็นเรื่องใหญ่ ถึงตอนนี้จุนฮยองก็แอบยิ้มไม่ได้

 

“ก็มันไม่หวานอย่างนั้นแล้วจะให้ไปได้ยังไง”

 

“แต่นายอุตส่าห์ฝึกทำมาเป็นอาทิตย์นี่นะ?” ฮยอนซึงอยากจะกระโดดกัดหูจุนฮยองที่มีท่าทีสบายๆ และไม่รู้ร้อนรู้หนาวจนเกินเหตุซะจริงๆ


เขาไม่พอใจเลยที่จุนฮยองยอมแพ้ง่ายอย่างนี้ เขาไม่พอใจที่จุนฮยองอุตส่าห์ฝึกทำขนมนั่นมาเป็นอาทิตย์ เขาไม่พอใจ... ไม่พอใจ...

 

ไม่พอใจตั้งแต่จุนฮยองตั้งใจทำมันเพื่อจะไปสารภาพรักแล้วนั่นแหละ!

 

“นี่ ฮยอนซึง” ถามคล้ายเรียกสติอีกคนที่ทำหน้ายุ่งราวกับไม่พอใจเขา

 

ถึงจะรู้จักกันมานานแต่ก็แอบไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงทำท่าโมโหที่เขาไม่ตั้งใจสารภาพรักกับคนที่เขาชอบซะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่หากข้อความที่อีกคนบอกกับเขาเมื่อสองวันก่อนเป็นจริงแล้วล่ะก็อีกคนก็ควรจะดีใจที่เขาทำอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ?

 

“อะไร” ตอบรับด้วยน้ำเสียงติดตระหนกเมื่ออีกคนเดินผ่านไปหยิบของบางอย่างออกมาจากตู้เย็นแล้วเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเขาในระยะประชิด

 

“ที่นายบอกฉันเมื่อสองวันก่อนน่ะจริงมั้ย?” พูดแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าหวานซะจนจมูกเกือบจะชนกัน ใบหน้าฮยอนซึงขึ้นสีอย่างรวดเร็วกับการกระทำของจุนฮยอง

 

“จริง” พูดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบผ่านอากาศ

 

ดวงตาสีอำพันหลบสายตาสีน้ำตาลเข้มที่ถูกส่งมาจากจุนฮยอง

 

ถึงแม้สองวันมานี้เขาจะใช้เวลาทำใจอย่างรวดเร็วจนหน้าประหลาดใจ แต่มันก็ด้วยความคิดเรียบง่ายที่ว่า ถึงแม้ความรู้สึกที่เขามีให้จุนฮยองจะเป็นอย่างไร เขาทั้งสองคนก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ด้วยสถานะความสัมพันธ์แบบเดิม เขาควรจะดีใจด้วยซ้ำหากจุนฮยองมีความสุขในความรักของตัวเอง ...แม้จะไม่ใช่กับเขาก็เถอะ

 

ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีหรือมีภูมิต้านทานมากมายอะไรที่จะให้จุนฮยองมาถามย้ำถึงความรู้สึกที่เขาบอกออกไปในวันนั้นหรอก

 

“แล้วนายไม่อยากได้คำตอบจากฉันเหรอ” ถามอย่างคนคุมสถานการณได้ ลมหายใจอุ่นรดใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อเมื่อจุนฮยองจงใจกระซิบใกล้ๆ

 

ฮยอนซึงหันกลับมาจ้องตอบเพื่อนข้างบ้านของตัวเองที่เขาแอบหลงรักมานานอย่างไม่เข้าใจ การกระทำของจุนฮยองต่อนี้ราวกับการเติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ต้นไม้ที่ชื่อว่าความหวัง ...หวังที่ฮยอนซึงคิดว่าคงไม่สมหวังตั้งแต่เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนตอนที่คนตรงหน้าบอกว่าจะทำขนมเพื่อสารภาพรักคนอื่น

 

“แต่ก่อนที่ฉันจำตอบ นายบอกฉันมาก่อนได้มั้ยว่านายสาปอะไรไว้” พูดแล้วยอมละออกจากในหน้าขึ้นสี เว้นระยะห่างจากกันพอให้อีกคนไม่รู้สึกอึดอัด

 

“ฉันสาปให้ขนมนั่นไม่หวานถ้าคนที่ได้กินมันไม่ใช่...ฉัน” ตอบก่อนใบหน้าที่มีสีระเรื่ออยู่แล้วจะทวีความแดงเข้าไปอีก ฮยอนซึงหลบสายตาทันทีหลังจากพูดจบ เพราะจุนฮยองกำลังมองเขาด้วยรอยยยิ้มและใบหน้าพึงพอใจ นั่นยิ่งทำให้ฮยอนซึงไม่อาจมองตอบได้

 

เขาก็แค่ไม่อยากคิดไปเอง...

 

“อ่า งั้นฉันจะบอกคำตอบของฉันแล้วนะ” พูดแล้วใช้ช้อนตักขนมขึ้นมาพอดีคำ ฮยอนซึงมองการกระทำของจุนฮยองอย่างไม่เข้าใจ

 

จริงๆ แล้วก็ไม่เข้าใจตั้งแต่จุนฮยองพูดถึงคำตอบแล้วนั่นแหละ

 

“คำตอบของฉันก็คือวิธีกินเจ้านี่ไง” จุนฮยองว่าแล้วยกมือข้างที่ถือช้อนมาข้างหน้าฮยอนซึง

 

“นายอย่ามาล้อเล่นนะ!” มือเรียวปัดมือของอีกคนอย่างหัวเสีย เมื่อรู้สึกว่าถูกอีกคนปั่นหัว

 

ฮยอนซึงกำลังสับสน สิ่งที่จุนฮยองกำลังจะพูดคือคำตอบของคำพูดของเขาเมื่อสองวันก่อน หรือคำตอบที่ว่าทำไมขนมมันไม่หวานกันแน่

 

จุนฮยองยิ้ม “เหตุผลที่เจ้านี่ไม่หวานน่ะ บางทีมันอาจจะเป็นที่วิธีกิน”

 

รสขนมและรสเย็นๆ จากช้อนสีเงินถูกป้อนเข้าปากบางโดยฝีมือของร่างสูง

 

“นาย.. อื้อ!” ไม่ทันที่จะได้ออกปากค้านด้วยความไม่เข้าใจการกระทำของจุนฮยอง สิ่งที่ถูกแทนที่ช้อนสีเงินคือรสอุ่นร้อนจากเรียวลิ้นที่หยิบยื่นความชื้นสู่โพรงปากของเขา

 

มือแกร่งข้างหนึ่งจับท้ายทอยของคนตัวเล็กให้รับรสจูบของตนได้อย่างเต็มที่ เนิ่นนานที่อีกคนหยิบยื่นความรู้สึกแปลกใหม่ให้ รสชาติของขนมอบอวลโพรงปากของเขาไปหมด

 

“แฮ่ก..แฮ่ก” ฮยอนซึงหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงเรื่อหลังจากที่จุนฮยองผละริมฝีปากออก

 

มันหมายความว่าไง!?

 

สายตาสีอำพันที่ปรือไปกับรสจูบเมื่อครู่มองค้อนคล้ายจะถามเขาอย่างนั้น

 

“ไม่รู้สึกเลยเหรอ ฮยอนซึง” จุนฮยองพูดชิมริมฝีปากบาง

 

“อะ..อะไร”

 

“ขนมน่ะ มันหวานขึ้นมาแล้วล่ะ❤”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--- Happy  Valentine’s Day! ---

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Special ::

 

“งั้นขนมหวานนี่นายตั้งใจจะทำให้ใคร!” คนตัวเล็กพูดแล้วใช้มือสองข้างเท้าเอว ราวกับแม่ที่กำลังสอบสวนความผิดของลูกชาย

 

เหลือเชื่อจริงๆ ความสามารถในการหึงหวงของฮยอนซึงที่เปลี่ยนสถานะจากเพื่อนข้างบ้านเป็นคนรักของเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้... จุนฮยองเหงื่อตกพลางคิดในใจ

 

“แล้วนายคิดว่าฉันทำให้ใครล่ะ” พูดพลางใช้หัวแม่มือเช็ดขนมหวานที่เลอะออกมาจากขอบปากสีชมพูอ่อน

 

“หะ..ให้ฉัน?” ถามประกอบกับใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“อืม” ตอบรับในลำคอพร้อมกับเลียนิ้วที่เพิ่งปาดครีมที่เลอะมาจากปากของอีกคน

 

“แล้วทำไมไม่บอก”

 

“ก็ฉันกะจะบอกวันนี้ไง”

 

“งั้นนายก็บอกก่อนก็ได้ว่าจะบอกอะไรฉันวันนี้”

 

“ถ้าบอกนายอย่างนั้นมันก็ไม่เหมือนฉันบอกนายวันนี้น่ะสิ”

 

“แต่อย่างน้อยนายก็น่าจะบอกว่านายตั้งใจทำให้ฉันนี่ ฉันจะได้ไม่สาปขนมหวานนั่น!”

 

“โอย ปวดหัวจริงๆ”

 

“นายว่าอะไรนะ!”

 

“จูบฉันทีฮยอนซึง”

 

“นะ...นาย นายจะบ้าเหรอ ใครแก้อาหารปวดหัวด้วยการจูบล่ะ!!”

 

“ฉันไง หมะ! มาจูบกัน”

 

“เดี๋ยว… อื้อ..!”

 

 

 

 

 

 

--- จบเถอะ! Happy  Valentine’s Day อีกครั้งนะคะทุกคน ❤ ---

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อิอิ แม้จะช้าไปหน่อยสำหรับเมืองสาบสูญ(ที่เริ่มมีคนค้นพบ)แห่งนี้

แต่ก็แฮปปี้วาเลนไทน์ย้อนหลังนะคะ ^^

ต้อนนี้โรงงานแม่ยกจุนซึงมีอีกโปรเจกต์คือ Colorful Summer

ตอนนี้เราได้ลง สีรุ้ง ไว้ที่บ้านบีสท์แล้ว

คิดว่าคงสักพัก เว้นจังหวะอีกหน่อยจะเอามาลงให้อ่านในบล็อกนะคะ ^^

 

--------

 

แหะๆ เนื่องจากเลิฟอิสยังไม่มาต่อ ก็อ่านฟิกสั้นจุนซึงไปก่อนเนอะทุกคน  > <

ช่วงนี้เราสุ้มทำอะไรบางอย่างอยู่ คือว่า ตั้งใจจะทำรวมเล่มฟิกสั้นจุนซึงเลย มาๆ หายๆ ปั่นเลิฟอิสเป็นพักๆ นะคะ ^^

ใครเล่นทวิตเตอร์อยากคุยกับเรา(มี?) เชิญที่ @chibiuchi นะคะ ^^

ไม่ต้องฟอลโล่ก็ได้เพราะค่อนข้างเกรงใจไทม์ไลน์ของทุกคน 55 เอาไว้เมนชั่นมาคุยกันได้เนาะ

เจอกันครั้งหน้า ถ้าไม่ใช่เลิฟอิสก็คงเป็นฟิกสั้นมาเสิร์ฟแก้ขัดไปก่อน ไม่ว่ากันเนอะ ^-^

อ่านเม้นตอน 7 แล้วปลื้มใจมากเลย จะรีบปั่นนะค้า > <

ไปละค่ะ รักคนอ่านน้า ^^

 

ปล. อัพเดทสารบัญฟิกใหม่แล้วนะทุกคน > <ที่นี่เลย http://chibi-uchi.exteen.com/fiction-index

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โว๊ะะะะ ผู้ชายทำขนมน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ฮยอนซึงตอนไม่รู้ความจริงแบบ เออ น่ารักดี ซึงก็ทุกข์ใจไป ส่วนคนอ่านก็สะใจที่เห็นซึงเป็นทุกข์ ฮ่าๆๆ เป็นคนดีมากมาย อยากให้คนที่รักมีความสุข ชอบแนวคิดแบบนี้นะ คิดบวกๆ

ส่วนปิ้น ท่าทางจะคิดเหมือนกันถึงได้ไม่รีบเคลียร์ สนุกที่เห็นซึงเป็นทุกข์เหมือนกันล่ะสิ! วิธีบอกรักร้ายอ่ะ หมั่นเขี้ยววววว ตบจอคอมเผี๊ยะๆ

น่ารักหวานแหววรับวาเลนไทน์(ซึ่งเลยมานานแล้ว) ขอบคุณที่เอามาลงในบล็อกนะตัวเธอ big smile
โว๊ะ !! ฟิคอะไรน่ารักมากมาย คิคิ
ชอบวิธีกินน่ะ คิคิ >////<
อ่านไปก็เขินปิ้นไป 55555
ซึงก็น่ารักมากอ่ะ ชอบ ขอบคุณนะคะไรเตอร์สำหรับฟิคสนุกๆ
เป็นกำลังใจให้เรื่องหน้านะ ><

#2 By ฺBroken on 2011-04-07 18:47

หวาน! หวานมากกกกกกกกกกกกกกกก,
หวานเกินไป กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
รักจุนซึงที่สุดดดดดด

ไรเตอร์สู้ ๆ นะ แต่งต่อไปปปปปป ♥

#3 By gdsayham (125.24.76.147) on 2011-04-28 16:30

หวานมา่ก มากจริงๆ แอร่ย ^//////^
น่ารักสุดๆอ่ะ
ปิ้นคิดจะแกล้งซึงใช่มั้ยถึงบอกไปแบบนั้น
5555+ แต่ดีซึงบอกรักเลย
สนุกมากค่ะไรเตอร์

#4 By bam (180.180.183.148) on 2011-05-02 12:36

เอริ่ม....จุนทำขนม มันช่างขัดกับใบหน้า แต่ถ้าทำจริงก็น่าร๊ากกกก(กร๊ากกกก)
หึหึ...วิธีกินช่าง......(หวานไปป่ะ) =.,=
แต่งเก่งจัง ติดตามๆbig smile

#5 By Black_Yoghurt on 2011-05-22 21:57

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

#6 By รักซึงกี้ (49.49.86.9) on 2011-07-16 17:03

น่ารักไปมั้ย? ขนมหวานชิ้นนี้คงเป็นขนมหวานที่หวานที่สุดในโลกเนอะ จุนซึง

#7 By mindmelody (125.27.171.103) on 2011-08-21 13:47

จุนฮยองทำขนม น่ารักอ่ะ
สวยก่สาปซะ แหม เอร๊ยย!! เขินอ่ะ ><

ตอนซึงบอกรักจุนฮยอง อ่านไป ยังตกใจเลย นี่ซึงซื่อได้น่ารักมากอ่ะ ฮ่า ๆ

อยากกินขนมหวาน ๆ บ้าง ><

#8 By LadiizzYS (192.168.18.51, 180.183.26.119) on 2012-01-24 13:14

คิคิ น่ารักอ่ะ เมื่อจะเจอคนทำขนมหวานให้กินบ้างนะ

#9 By eurekazy on 2012-03-02 19:51

ย่าาห์ ซึงช่างน่ารัก
พอเป็นแฟนปุ้บกทำหน้าที่ป้๊ป 5555
น่ารักซะไม่มีเลยอ่ะ เขิลลล

#10 By guzz (118.173.82.83) on 2012-03-06 21:45

โอ๊ยยยย น่ารักอะไรขนาดน้านนนนนนนน
ช๊อบมากค่ะไรเตอร์
มันน่ารักไปหมด
แอบงงแทนสวย
ช่างไม่รู้อะไรเร้ยยยยยยย
โจ๊กน่ารักนะนั่น >///<

#11 By Pan (115.87.22.120) on 2012-03-11 00:16

ขนมหวาน หวาน ๆ ๆ หวานสมชื่ออ่ะ 55555

จุนซึง น่ารักมากกกกก !!!!!

สเปน่ารักดีนะค่ะ 5555555

#12 By T.Be PiKaJuN on 2012-04-21 20:40

ชิน View my profile

Recommend