[SF] (Sweet??) dessert , ขนม 'หวาน' {Junhyung x Hyunseung} (one shot)
posted on 03 Apr 2011 14:54 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

Title : (Sweet??) dessert , ขนม 'หวาน'
[ Project : Valentine's Day Desserts by JunSeung Factory❤]
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : one shot (ตอนเดียวจบ)
“อืม...” เสียงครางดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อจมูกได้รูปรับรู้กลิ่นหอมกรุ่นที่ปลุกเขาออกจากนิทรา ตากลมกระพริบถี่ปรับแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ยามเย็น สายตาสีกาแฟจับจ้องไปยังร่างสูงที่ดูเหมือนกำลังวุ่นวายกับการทำอะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นและควันรบกวนการนอนของเขา
“ยังไม่เสร็จอีกหรือไง” เอ่ยถามด้วยเสียงงัวเงีย ใช้มือข้างหนึ่งขยี้ตาจากการหลับเต็มอิ่มแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน ยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเห็นอีกคนยังคงวุ่นวายกับสิ่งเดิมอยู่
“กี่โมงแล้วเนี่ย” เมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงเปลี่ยนคำถาม เอื้อมมือลากเก้าอี้ออกก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง เท้าแขนบนโต๊ะที่ร่างสูงใช้วางส่วนผสมต่างๆ แล้วกวาดสายตามองสภาพเลอะเทอะที่เป็นคำตอบได้ดีว่าสิ่งที่อีกคนกำลังพยายามทำอยู่คงยังไม่สำเร็จ
“นายไม่หิวบ้างหรือไง” ถามอีกครั้งแล้วใช้นิ้วเรียวแอบจิ้มของเหลวเหนียวอยู่ตัวสีขาวที่อยู่ในถ้วยข้างๆ มือซึ่งคาดว่าคงไม่ใช่วัตถุดิบที่อีกคนต้องการแล้วขึ้นมาลิ้มรส
“นายหิวเหรอ” เอ่ยถามแทนคำตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากสิ่งที่อยู่ในมือ
จาง ฮยอนซึงพองลมที่ปากก่อนจะชะโงกหน้าไปดูสิ่งที่อยู่ในชามแก้วที่จุนฮยองกำลังบรรจงทำอยู่
“ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” ละสายตาจากสีขาวและสีครีมของขนมในมือก่อนใช้มืออีกข้างที่สะอาดดันหัวของอีกคนที่จงใจยื่นเข้ามาเพื่อก่อกวนเขาออก ไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรแต่บอกให้อีกคนรับรู้ว่าเขาใกล้ทำมันเสร็จแล้วเพราะรู้ดีว่าที่ฮยอนซึงทำอย่างนั้นเป็นเพราะเจ้าของใบหน้าสวยแค่เบื่อเท่านั้น
“ใกล้นี่อีกนานเท่าไรล่ะ? สามวินาที หรือหนึ่งวินาที?” ถามด้วยดวงตากลมโตราวกับเด็กไร้เดียงสา คำพูดกวนๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจจนจุนฮยองลอบยิ้ม
“ก็ลองนับสิ” ไม่ได้ให้คำตอบแต่กลับยอกย้อนซะจนใบหน้าสวยแสดงอาการงอน
“มันต้องนับถอยหลังนี่นา สามวินาทีแล้วกัน เพราะฉันใจดีหรอกนะ” ก็เหมือนที่จุนฮยองรู้ว่าการยอกย้อนทีเล่นทีจริงของเขาจะทำให้ฮยอนซึงหัวเสียแค่ไหน การที่ฮยอนซึงหงุดหงิดและตอกกลับเขาในเวลาต่อมาก็ร้ายกาจพอๆ กัน
“สาม”
“สอง”
“หนึ่ง...”
“จุนฮยองหมดเวลาแล้ว! หยุดที่นายกำลังทำอยู่แล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” ฮยอนซึงออกคำสั่งเมื่อตัวเองนับจนเสร็จ
แม้จะยังไม่เสร็จดีแต่จุนฮยองก็เลือกที่จะเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ล้างทำความสะอาด และเก็บสูตรอาหารลงกระเป๋านักเรียนที่เคยรู้จักหนังสือเรียนเพียงไม่กี่เล่ม นำผลงานชิ้นล่าสุดแช่ตู้เย็นของห้องคหกรรมที่ร้างผู้คนใช้งานมานานเพราะเด็กชมรมมัวแต่ยุ่งอยู่กับการเตรียมสอบ เขียนกระดาษชิ้นเล็กปิดป้ายไว้ว่า ‘ของยง จุนฮยอง’ แต่ด้วยความเบื่อหรือซนของอีกคนก็ไม่ทราบที่ทำให้มีรอยหมึกสีเขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักต่อท้ายว่า ‘ห้ามกิน มีพิษ!’
นั่งเคาะโต๊ะสลับกับกลิ้งหน้าไปมาอยู่บนโต๊ะสักพักเพื่อรอให้จุนฮยองล้างทำความสะอาดทุกอย่างให้เสร็จจนเผลอหลับไปอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีกคนจับคอเสื้อนักเรียนของเขาเองมาเช็ดน้ำลายที่ยืดเลอะมุมปากแล้วบอกว่า ‘กลับกันได้แล้ว’ ถึงลุกขึ้นไล่ความงัวเงียแล้วเดินเคียงข้างอีกคนกลับบ้าน
....
.........
..........................
“นายบอกว่าจะทำอะไรนะ?” เอ่ยปากถามประกอบกับทำตาโตราวกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเรื่องใหญ่เช่น เพื่อนชายสักคนของพวกเขาท้อง
จุนฮยองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะอ่านหนังสือโยนกระดาษขนาด A4 สองสามแผ่นในมือให้อีกคนที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงของเขาราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง ก่อนจะเอ่ยปากสั่ง “ลองดูสิ”
“นี่มันขนมหวานไม่ใช่เหรอ” ถามพลางชูกระดาษขนาบข้างแก้มกลมๆ ของตัวเอง โดยที่สิ่งที่ต้องการจะรู้จริงๆ ไม่ใช่ว่ารูปสีสันสวยงามที่ถูกจั่วหัวว่าเป็นวิธีทำขนมหวานนั่นใช่ขนมหวานจริงรึเปล่า เพียงแต่ต้องการจะรู้ว่า ผู้ชายอย่างยง จุนฮยองจะอยากทำขนมหวานไปทำไมกัน
“นายลืมไปแล้วหรือไง อาทิตย์หน้าเป็นวันวาเลนไทน์นะ” ว่าพลางชี้ไปที่ปฏิทินข้างฝาผนังที่ดูอีกคนไม่ค่อยจะใส่ใจมองตามเท่าไร คิ้วโก่งสวยนิ่วลง ดวงตากลมโตสีกาแฟจ้องมองที่เขาราวกับต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านั้น
“ฉันก็แค่จะทำขนมหวานไปสารภาพรัก” ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่ยืดยาวอะไรแต่เนื้อความในประโยคเดียวนั่นก็ชัดเจน
ได้ยินอย่างนั้นฮยอนซึงก็หลบสายตาเล็กน้อย ริมฝีปากบางไม่ได้ซักไซ้หรือโวยวายอย่างทุกที ที่ทำก็มีเพียงแค่หยิบกระดาษสองสามแผ่นเมื่อครู่ขึ้นมาดู ในขณะที่เท้าศีรษะอยู่บนผ้าห่มที่ปลายเตียงของเขาก็เท่านั้น
เป็นเรื่องแปลกที่ฮยอนซึงอยู่เงียบๆ แต่จุนฮยองก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรกับท่าทีของเพื่อนข้างบ้านของตัวเองที่แทบจะเป็นเพื่อนร่วมบ้านไปแล้วสักเท่าไร ตัดสินใจหันตัวกลับมาสนใจสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเทคนิคต่างๆ ก่อนจะยกยิ้มอยู่คนเดียว
ดวงตาสีอำพันมองผ่านความบางของกระดาษสีขาว จ้องแผ่นหลังของคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวสลับกับขนมที่ดูจะไม่มีความหมายอะไรพิเศษเพียงแต่จุดประสงค์มันพิเศษก็เท่านั้น....
สารภาพรักงั้นเหรอ จุนฮยอง...
..........................
.........
....
ตั้งแต่วันนั้นก็แทบตลอดที่ช่วงเลิกเรียนจุนฮยองจะขลุกตัวอยู่แต่ในห้องคหกรรมของโรงเรียน ร่างสูงถูกล้อเล็กน้อยจากสาวๆ ที่ไปขอความช่วยเหลือให้แนะนำอุปกรณ์ต่างๆ แต่ก็รับมือด้วยรอยยิ้มที่เป็นตัวสร้างความนิยมในตัวจุนฮยอง พวกเขาสองคนยึดห้องคหกรรมโดยสมบูรณ์แบบทุกๆ เย็น
แม้ว่าเขาจะไม่มีความสนใจในขนมหวานที่จุนฮยองตั้งใจทำเพื่อใครสักคนนี่มากเท่าไร แต่ฮยอนซึงก็มักมานั่งหลับไม่ก็กลิ้งไปมาให้หายเบื่อทุกวัน
เพราะความจริงบางข้อที่จุนฮยองไม่รู้คือ การกลับบ้านโดยไม่มีจุนฮยองสำหรับฮยอนซึงไม่มีอะไรน่าเบื่อไปกว่านี้อีกแล้ว...
วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกวัน จุนฮยองขลุกอยู่กับกระดาษสองสามแผ่นที่ปริ้นท์ออกมาให้เขาดูวันนั้น กับพวกเครื่องมือต่างๆ ที่ดูไม่เข้ากับร่างสูงเสียเลย ทำห้องคหกรรมเลอะเทอะ ลงมือทำขนมหน้าตาประหลาดจนเสร็จแล้วถึงเก็บกวาดห้อง แล้วจึงจะเดินกลับบ้านกับฮยอนซึง
มันไม่ใช่เพราะจุนฮยองซ้อมมือหรือว่าอะไรหรอก เพียงแต่ว่าจุนฮยองกำลังพยายามทำให้ ขนมหวาน ให้เป็น ขนมหวาน ให้ได้ก็เท่านั้น
เพราะตลอดห้าวันที่ผ่านมาเขาไม่สามารถทำได้สำเร็จน่ะสิ...
“มองอะไร?” ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวหลังจากถูกอีกคนปฏิเสธว่าอาหารเย็นวันนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นที่ร้านโปรดของเขา ฮยอนซึงพองลมที่ปากเหมือนอย่างเด็กเวลาที่ไม่ได้ของถูกใจ แม้จะไม่เข้ากับอายุแต่ประหลาดที่มันเข้ากับใบหน้าน่ารักของฮยอนซึงอย่างมาก
“ฉันแค่กำลังคิดว่า มันมีพิษจริงๆ รึเปล่านะ” ละสายตาจากอีกคนแล้วพูดลอยๆ มือแกร่งออกแรงคว้าข้อมือของอีกคนให้เดินตามไปยังร้านข้างทางก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง
‘ของยง จุนฮยอง ห้ามกิน มีพิษ!’
พอจะเข้าใจว่าร่างสูงหมายถึงอะไรถึงยอมนั่งลงแต่โดยดี
“ฉันไม่ได้ใส่ยาพิษในนั้นนะ!” หันไปพูดราวกับร้อนตัวเมื่อคิดได้ว่าอีกคนอาจจะต้องการพูดอะไรทำนองนั้น
จุนฮยองลอบขำก่อนจะหันไปสั่งคุณลุงเจ้าของร้านด้วยอาหารแบบเดียวกันสองชุดโดยที่ฮยอนซึงไม่ต้องเอ่ยปากบอกเช่นทุกที
“ฉันก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่านายใส่ยาพิษเข้าไปจริงๆ”
“แล้วทำไมต้องมองฉันอย่างนั้นด้วย” พูดแล้วก็ถูกละความสนใจจากอาหารที่คุณลุงเสิร์ฟให้ ถึงแม้จะไม่ได้กินที่ร้านโปรดแต่เหมือนจุนฮยองจะรู้ดีถึงสั่งโปรดเขามาให้แทน
“แล้วทำไมมันไม่หวานสักทีนะ” จุนฮยองพึมพำคล้ายพูดกับตัวเองแต่ก็เป็นการขอความเห็นจากอีกคน
“บางทีคำสาปฉันอาจได้ผลก็ได้” เพราะมัวแต่เอร็ดอร่อยกับอาหารที่อีกคนสั่งให้ถึงไม่ทันได้ระวังแล้วพูดอะไรออกไปอย่างใจคิด
“คำสาปอะไรของนาย” จุนฮยองถามเสียงเข้ม วางช้อนที่เพิ่งจะใช้ตักอาหารไปได้เพียงสองคำ
“...” สายตาจริงจังที่ยง จุนฮยองส่งมาทำให้อยอนซึงตัวแข็งทื่อ รู้สึกโกรธตัวเองที่พูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว แต่อีกสิ่งที่รู้สึกรุนแรงยิ่งกว่าคือน้อยใจที่จุนฮยองทำท่าโกรธหากเขาคิดอะไรไม่ดีกับขนมหวานสำหรับสารภาพรักของจุนฮยอง
“นายมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันรึเปล่าจาง ฮยอนซึง” จุนอยองถามเสียงเรียบ ดวงตาชั้นเดียวจ้องมองใบหน้าของเพื่อนข้างบ้านที่ดูเหมือนอะไรปิดบังไว้
ทำไมจะไม่มีล่ะ สิ่งที่จาง ฮยอนซึงไม่เคยบอกจุนฮยอง...
สิ่งเดียวกับที่จุนฮยองจะบอกกับคนที่จะเป็นเจ้าของขนมหวานที่จุนฮยองตั้งใจทำให้ไง...
“ฉันรักนาย” ฮยอนซึงพูดออกมาได้อย่างเรียบเฉย อาหารที่อยู่ต่อหน้าจุนฮยองถูกละเว้นการใส่ใจอย่างสมบูรณ์แบบ
“กลับล่ะนะ” เอ่ยปากบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฮยอนซึงยอมเดินกลับบ้านโดยไม่มีจุนฮยอง
....
.........
..........................
อาหารตรงหน้าดูจืดชืดไปทันทีเมื่อใครอีกคนละจากไปแล้ว จุนฮยองใช้ช้อนอาหารเขี่ยข้าวเล่นโดยไม่คิดจะตักใส่ปาก เพราะยังทำอะไรไม่ถูกกับสิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้ยินเมื่อครู่
“ฉันรักนาย”
เขาก็แค่ต้องการถามว่าร่างบางเผลอคิดอะไรแผลงๆ ถึงสาปขนมของเขาไว้แค่นั้นเอง ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ปิดบังอยู่จะถูกตีความกลายเป็นอย่างนั้นซะได้
ลอบยิ้มอีกครั้งเมื่อตระหนักได้ว่าความซื่อจนเกิดเหตุนั่นเป็นส่วนหนึ่งในความน่ารักของฮยอนซึง...
--------------------
เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นก่อนที่นักเรียนมัธยมปลายจะค่อยๆ ทยอยออกจากห้อง เพราะวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะรีบกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวสำหรับปาร์ตี้ในตอนกลางคืน ฮยอนซึงเก็บหนังสือลงกระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนจะแทรกตัวไปกับเหล่าฝูงชนที่กำลังจะกลับบ้าน จุนฮยองนั่งมองการกระทำของคนเอาแต่ใจที่พูดบางอย่างกับเขาเมื่อสองวันที่แล้วแล้วชิ่งหนีไปอย่างไม่ใยดี
นอกจากจะไม่จ่ายค่าอาหารแล้วยังปล่อยให้เขาเดินกลับบ้านคนเดียวอีกแหนะ...
ขายาวพาตัวเองไปยังห้องเดิมที่ช่วงหนึ่งสัปดาห์มานี้เขาแวะเวียนไปทุกวัน ระหว่างทางมีรุ่นน้องเข้ามาทักทายพร้อมๆ กับของขวัญและช็อกโกแลตมากมายจึงทำให้ระยะทางที่ดูเหมือนใกล้ไกลขึ้นจากเดิม
ครืดดดด---
ประตูไม้ถูกเลื่อนออกก่อนที่จุนฮยองจะพาหอบของขวัญผ่านประตูห้อง มือแกร่งวางของเหล่านั้นลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ ไม่สนใจแม้จะมีบางชิ้นที่ตกลงพื้นหรือที่หล่นหายไปแล้วระหว่างทาง
“ช้าเชียวนะ” เสียงหวานที่ไม่ได้ยินมานานเอ่ยทักจนเขาต้องสะดุ้ง จุนฮยองหันหลังไปทางต้นเสียงก่อนจะพบใครอีกคนที่ไม่ได้คุยกับเขาเลยตลอดสองวันที่ผ่านมา
“นาย...” พูดติดขัดราวกับการปรากฏตัวของใครอีกคนเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ เห็นอย่างนั้นฮยอนซึงก็อดแสดงสีหน้าเง้างอนอย่างช่วยไม่ได้
“นึกว่าจะไม่คุยกับฉันแล้วซะอีก” พูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะตรงหน้าคนตัวเล็กกว่าที่นั่งอยู่บนของตู้เก็บของของห้อง
“ฉันเป็นเพื่อนนายนะจุนฮยอง แค่เพราะเรื่องนั้นใช่ว่าฉันจะไม่ยอมเป็นเพื่อนนายอีกซะเมื่อไร” ริมฝีปากบางพูดคำว่าเพื่อนราวกับไม่อยากจะย้ำ จุนฮยองลอบยิ้มเมื่อเจ้าของใบหน้าสวยใช้คำว่า ‘เรื่องนั้น’
“แล้วตกลงว่าไง ขนมของนายมันหวานรึยัง” ถามคล้ายเปลี่ยนเรื่อง รวดเร็วราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนถูกลืมไปแล้ว
“ยัง”
“แล้วให้คนนั้นของนายไปรึยัง”
“ยัง”
“นี่นายจะบ้าเหรอ นี่มันวันที่ 14 แล้วนะ!” ฮยอนซึงทำท่าตกใจราวกับนั่นเป็นเรื่องใหญ่ ถึงตอนนี้จุนฮยองก็แอบยิ้มไม่ได้
“ก็มันไม่หวานอย่างนั้นแล้วจะให้ไปได้ยังไง”
“แต่นายอุตส่าห์ฝึกทำมาเป็นอาทิตย์นี่นะ?” ฮยอนซึงอยากจะกระโดดกัดหูจุนฮยองที่มีท่าทีสบายๆ และไม่รู้ร้อนรู้หนาวจนเกินเหตุซะจริงๆ
เขาไม่พอใจเลยที่จุนฮยองยอมแพ้ง่ายอย่างนี้ เขาไม่พอใจที่จุนฮยองอุตส่าห์ฝึกทำขนมนั่นมาเป็นอาทิตย์ เขาไม่พอใจ... ไม่พอใจ...
ไม่พอใจตั้งแต่จุนฮยองตั้งใจทำมันเพื่อจะไปสารภาพรักแล้วนั่นแหละ!
“นี่ ฮยอนซึง” ถามคล้ายเรียกสติอีกคนที่ทำหน้ายุ่งราวกับไม่พอใจเขา
ถึงจะรู้จักกันมานานแต่ก็แอบไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงทำท่าโมโหที่เขาไม่ตั้งใจสารภาพรักกับคนที่เขาชอบซะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่หากข้อความที่อีกคนบอกกับเขาเมื่อสองวันก่อนเป็นจริงแล้วล่ะก็อีกคนก็ควรจะดีใจที่เขาทำอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ?
“อะไร” ตอบรับด้วยน้ำเสียงติดตระหนกเมื่ออีกคนเดินผ่านไปหยิบของบางอย่างออกมาจากตู้เย็นแล้วเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเขาในระยะประชิด
“ที่นายบอกฉันเมื่อสองวันก่อนน่ะจริงมั้ย?” พูดแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าหวานซะจนจมูกเกือบจะชนกัน ใบหน้าฮยอนซึงขึ้นสีอย่างรวดเร็วกับการกระทำของจุนฮยอง
“จริง” พูดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบผ่านอากาศ
ดวงตาสีอำพันหลบสายตาสีน้ำตาลเข้มที่ถูกส่งมาจากจุนฮยอง
ถึงแม้สองวันมานี้เขาจะใช้เวลาทำใจอย่างรวดเร็วจนหน้าประหลาดใจ แต่มันก็ด้วยความคิดเรียบง่ายที่ว่า ถึงแม้ความรู้สึกที่เขามีให้จุนฮยองจะเป็นอย่างไร เขาทั้งสองคนก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ด้วยสถานะความสัมพันธ์แบบเดิม เขาควรจะดีใจด้วยซ้ำหากจุนฮยองมีความสุขในความรักของตัวเอง ...แม้จะไม่ใช่กับเขาก็เถอะ
ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีหรือมีภูมิต้านทานมากมายอะไรที่จะให้จุนฮยองมาถามย้ำถึงความรู้สึกที่เขาบอกออกไปในวันนั้นหรอก
“แล้วนายไม่อยากได้คำตอบจากฉันเหรอ” ถามอย่างคนคุมสถานการณได้ ลมหายใจอุ่นรดใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อเมื่อจุนฮยองจงใจกระซิบใกล้ๆ
ฮยอนซึงหันกลับมาจ้องตอบเพื่อนข้างบ้านของตัวเองที่เขาแอบหลงรักมานานอย่างไม่เข้าใจ การกระทำของจุนฮยองต่อนี้ราวกับการเติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ต้นไม้ที่ชื่อว่าความหวัง ...หวังที่ฮยอนซึงคิดว่าคงไม่สมหวังตั้งแต่เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนตอนที่คนตรงหน้าบอกว่าจะทำขนมเพื่อสารภาพรักคนอื่น
“แต่ก่อนที่ฉันจำตอบ นายบอกฉันมาก่อนได้มั้ยว่านายสาปอะไรไว้” พูดแล้วยอมละออกจากในหน้าขึ้นสี เว้นระยะห่างจากกันพอให้อีกคนไม่รู้สึกอึดอัด
“ฉันสาปให้ขนมนั่นไม่หวานถ้าคนที่ได้กินมันไม่ใช่...ฉัน” ตอบก่อนใบหน้าที่มีสีระเรื่ออยู่แล้วจะทวีความแดงเข้าไปอีก ฮยอนซึงหลบสายตาทันทีหลังจากพูดจบ เพราะจุนฮยองกำลังมองเขาด้วยรอยยยิ้มและใบหน้าพึงพอใจ นั่นยิ่งทำให้ฮยอนซึงไม่อาจมองตอบได้
เขาก็แค่ไม่อยากคิดไปเอง...
“อ่า งั้นฉันจะบอกคำตอบของฉันแล้วนะ” พูดแล้วใช้ช้อนตักขนมขึ้นมาพอดีคำ ฮยอนซึงมองการกระทำของจุนฮยองอย่างไม่เข้าใจ
จริงๆ แล้วก็ไม่เข้าใจตั้งแต่จุนฮยองพูดถึงคำตอบแล้วนั่นแหละ
“คำตอบของฉันก็คือวิธีกินเจ้านี่ไง” จุนฮยองว่าแล้วยกมือข้างที่ถือช้อนมาข้างหน้าฮยอนซึง
“นายอย่ามาล้อเล่นนะ!” มือเรียวปัดมือของอีกคนอย่างหัวเสีย เมื่อรู้สึกว่าถูกอีกคนปั่นหัว
ฮยอนซึงกำลังสับสน สิ่งที่จุนฮยองกำลังจะพูดคือคำตอบของคำพูดของเขาเมื่อสองวันก่อน หรือคำตอบที่ว่าทำไมขนมมันไม่หวานกันแน่
จุนฮยองยิ้ม “เหตุผลที่เจ้านี่ไม่หวานน่ะ บางทีมันอาจจะเป็นที่วิธีกิน”
รสขนมและรสเย็นๆ จากช้อนสีเงินถูกป้อนเข้าปากบางโดยฝีมือของร่างสูง
“นาย.. อื้อ!” ไม่ทันที่จะได้ออกปากค้านด้วยความไม่เข้าใจการกระทำของจุนฮยอง สิ่งที่ถูกแทนที่ช้อนสีเงินคือรสอุ่นร้อนจากเรียวลิ้นที่หยิบยื่นความชื้นสู่โพรงปากของเขา
มือแกร่งข้างหนึ่งจับท้ายทอยของคนตัวเล็กให้รับรสจูบของตนได้อย่างเต็มที่ เนิ่นนานที่อีกคนหยิบยื่นความรู้สึกแปลกใหม่ให้ รสชาติของขนมอบอวลโพรงปากของเขาไปหมด
“แฮ่ก..แฮ่ก” ฮยอนซึงหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงเรื่อหลังจากที่จุนฮยองผละริมฝีปากออก
มันหมายความว่าไง!?
สายตาสีอำพันที่ปรือไปกับรสจูบเมื่อครู่มองค้อนคล้ายจะถามเขาอย่างนั้น
“ไม่รู้สึกเลยเหรอ ฮยอนซึง” จุนฮยองพูดชิมริมฝีปากบาง
“อะ..อะไร”
“ขนมน่ะ มันหวานขึ้นมาแล้วล่ะ❤”
--- Happy Valentine’s Day! ---
Special ::
“งั้นขนมหวานนี่นายตั้งใจจะทำให้ใคร!” คนตัวเล็กพูดแล้วใช้มือสองข้างเท้าเอว ราวกับแม่ที่กำลังสอบสวนความผิดของลูกชาย
เหลือเชื่อจริงๆ ความสามารถในการหึงหวงของฮยอนซึงที่เปลี่ยนสถานะจากเพื่อนข้างบ้านเป็นคนรักของเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้... จุนฮยองเหงื่อตกพลางคิดในใจ
“แล้วนายคิดว่าฉันทำให้ใครล่ะ” พูดพลางใช้หัวแม่มือเช็ดขนมหวานที่เลอะออกมาจากขอบปากสีชมพูอ่อน
“หะ..ให้ฉัน?” ถามประกอบกับใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา
“อืม” ตอบรับในลำคอพร้อมกับเลียนิ้วที่เพิ่งปาดครีมที่เลอะมาจากปากของอีกคน
“แล้วทำไมไม่บอก”
“ก็ฉันกะจะบอกวันนี้ไง”
“งั้นนายก็บอกก่อนก็ได้ว่าจะบอกอะไรฉันวันนี้”
“ถ้าบอกนายอย่างนั้นมันก็ไม่เหมือนฉันบอกนายวันนี้น่ะสิ”
“แต่อย่างน้อยนายก็น่าจะบอกว่านายตั้งใจทำให้ฉันนี่ ฉันจะได้ไม่สาปขนมหวานนั่น!”
“โอย ปวดหัวจริงๆ”
“นายว่าอะไรนะ!”
“จูบฉันทีฮยอนซึง”
“นะ...นาย นายจะบ้าเหรอ ใครแก้อาหารปวดหัวด้วยการจูบล่ะ!!”
“ฉันไง หมะ! มาจูบกัน”
“เดี๋ยว… อื้อ..!”
--- จบเถอะ! Happy Valentine’s Day อีกครั้งนะคะทุกคน ❤ ---
อิอิ แม้จะช้าไปหน่อยสำหรับเมืองสาบสูญ(ที่เริ่มมีคนค้นพบ)แห่งนี้
แต่ก็แฮปปี้วาเลนไทน์ย้อนหลังนะคะ ^^
ต้อนนี้โรงงานแม่ยกจุนซึงมีอีกโปรเจกต์คือ Colorful Summer
ตอนนี้เราได้ลง สีรุ้ง ไว้ที่บ้านบีสท์แล้ว
คิดว่าคงสักพัก เว้นจังหวะอีกหน่อยจะเอามาลงให้อ่านในบล็อกนะคะ ^^
--------
แหะๆ เนื่องจากเลิฟอิสยังไม่มาต่อ ก็อ่านฟิกสั้นจุนซึงไปก่อนเนอะทุกคน > <
ช่วงนี้เราสุ้มทำอะไรบางอย่างอยู่ คือว่า ตั้งใจจะทำรวมเล่มฟิกสั้นจุนซึงเลย มาๆ หายๆ ปั่นเลิฟอิสเป็นพักๆ นะคะ ^^
ใครเล่นทวิตเตอร์อยากคุยกับเรา(มี?) เชิญที่ @chibiuchi นะคะ ^^
ไม่ต้องฟอลโล่ก็ได้เพราะค่อนข้างเกรงใจไทม์ไลน์ของทุกคน 55 เอาไว้เมนชั่นมาคุยกันได้เนาะ
เจอกันครั้งหน้า ถ้าไม่ใช่เลิฟอิสก็คงเป็นฟิกสั้นมาเสิร์ฟแก้ขัดไปก่อน ไม่ว่ากันเนอะ ^-^
อ่านเม้นตอน 7 แล้วปลื้มใจมากเลย จะรีบปั่นนะค้า > <
ไปละค่ะ รักคนอ่านน้า ^^
ปล. อัพเดทสารบัญฟิกใหม่แล้วนะทุกคน > <ที่นี่เลย http://chibi-uchi.exteen.com/fiction-index

ฮยอนซึงตอนไม่รู้ความจริงแบบ เออ น่ารักดี ซึงก็ทุกข์ใจไป ส่วนคนอ่านก็สะใจที่เห็นซึงเป็นทุกข์ ฮ่าๆๆ
ส่วนปิ้น ท่าทางจะคิดเหมือนกันถึงได้ไม่รีบเคลียร์ สนุกที่เห็นซึงเป็นทุกข์เหมือนกันล่ะสิ! วิธีบอกรักร้ายอ่ะ หมั่นเขี้ยววววว ตบจอคอมเผี๊ยะๆ
น่ารักหวานแหววรับวาเลนไทน์(ซึ่งเลยมานานแล้ว) ขอบคุณที่เอามาลงในบล็อกนะตัวเธอ
#1 By เล็กแห้งไม่งอก on 2011-04-03 23:05