[SF] Do you feel me? {Junhyung x Hyunseung} (one shot)

posted on 10 Apr 2011 17:44 by chibi-uchi

 

 

 

 

 

 

 

 
It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
I hope you like it. Comments and feedback are loved!
 
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title : Do you feel me?

Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung

Author : shinsh

Part : one shot (ตอนเดียวจบ)

Note : 1. ฟิกเรื่องนี้แต่งให้น้องใหม่ (ϟ isMAi.) ค่ะ ขอบคุณที่น้องทำฮาวทูซีจีให้ >_<

           2. มีฉากที่ไม่เหมาะกับเยาวชน ปกติเราไม่ได้เตือนเนาะ (เพราะเลิฟอิสเป็นฟิกยาว เลยไม่ได้เตือน แบบว่า เรื่องมันก็ดำเนินมาอยู่แล้ว XD) แต่แบบว่าคนที่ไม่ชอบก็มี เลยเตือนไว้ ในบลอคซ่อนไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตรงที่เป็นฉากนั้นเราจะถมขาวนะคะ ขอโทษที่ทำให้อ่านลำบาก แต่ก็เพื่อป้องกันเนอะ ^-^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“กลับมาแล้วเหรอ”

 

ขาเรียวหยุดชะงักเมื่อพบร่างสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายเครื่องแบบเดียวกันกับเขายืนกอดอกพิงผนังอยู่หน้าประตูบ้าน

 

“อืม” จาง ฮยอนซึงตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวแทรกกายผ่านคนที่ยืนกินพื้นที่หน้าประตูบ้านไปกว่าครึ่ง ระยะห่างระหว่างตัวเขากับอีกคนเล็กน้อยซะจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดต้นคอยามเขาเบียดกายผ่าน ซึ่งร่างบางก็คงไม่รู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่อีกคนตั้งใจทำ

 

“กินอะไรมารึยัง” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กกว่าจะก้าวพ้น ยง จุนฮยองที่จงใจยืนเบียดอีกคนยามเดินผ่านก็พลิกตัวเข้าใกล้แล้วเอ่ยปากถาม

 

ฮยอนซึงตกใจเล็กน้อยที่ร่างสูงผละจากการพิงฝาผนังแล้วก้ามตามเขาเข้ามา

 

“...กินมาแล้ว” ตอบแล้วหลบตาอีกคน ฮยอนซึงหันหลังตั้งใจจะขึ้นบันไดเพื่อไปอาบน้ำแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีแขนแกร่งของอีกคนพาดกกันไว้

 

“ฉันจะไปอาบน้ำ” เอ่ยบอกอีกคนอย่างมีอารมณ์โมโหอยู่เล็กน้อย

 

“ยังไม่ต้องรีบอาบก็ได้นี่ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อน” จุนฮยองพูดแล้วเลื่อนใบหน้าใกล้อีกคนที่มีแววของความโมโห

 

“ก็บอกว่ากินมาแล้ว” ฮยอนซึงเริ่มใส่ความหงุดหงิดในน้ำเสียง แขนเรียวยกขึ้นดันอกอีกคนให้พ้นทางแต่ก็เหมือนเป็นแค่แรงน้อยนิดเท่านั้นเมื่อเทียบกับอีกคนที่ขืนกายขวางเขาเอาไว้

 

“กับใคร” ร่างสูงถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำและยังคงขืนกายขวางอีกคนไว้

 

“ไม่จำเป็นที่ฉันต้องบอกนายนี่” ฮยอนซึงพูดแล้วจ้องตอบนัยน์ตาของตรงหน้าอย่างขัดใจ

 

“อ้อ เดี๋ยวนี้ฉันไม่ควรรับรู้เรื่องราวของนายแล้วสินะ” จุนฮยองพูดแล้วยิ้มมุมปาก แม้จะเป็นถ้อยคำประชดประชันแต่ฮยอนซึงก็พอจะเห็นแววตาแห่งความเศร้าจากอีกคน

 

“ฉันเหนื่อย จุนฮยอง” พูดแล้วออกแรงดันอกอีกคนให้พ้นทางอีกครั้ง คราวนี้ง่ายกว่าแต่ก่อนเพราะอีกคนไม่ขืนกายไว้

 

“นายเหนื่อยกับฉันใช่มั้ย” ยง จุนฮยองถามกับอากาศเมื่ออีกคนเดินผ่านไป แม้จะบางเบาแต่คนที่โดนพาดพิงก็ได้ยิน

 

 

 

 

ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น จุนฮยอง... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-- Do you feel me? --

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงน้ำสาดกระทบพื้นและเรือนร่างขาวนวลของจาง ฮยอนซึง ร่างบางกำลังอาบน้ำในขณะที่ความคิดจดจ่ออยู่กับร่างสูงอีกคนเมื่อครู่

 

มันเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้ว... บรรยากาศระหว่างเขากับยง จุนฮยองที่เปลี่ยนไป

 

เขาและยง จุนฮยองอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน บ้านหลังเล็กๆ ที่พ่อแม่ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน ถึงจะน้อยใจอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่เคยโกรธพ่อกับแม่หรอก ก็พ่อแม่อุตสาห์เก็บเขามาเลี้ยงนี่นา...

 

ความจริงแล้วพ่อกับแม่เป็นพ่อแม่ของยง จุนฮยอง ลูกชายคนเดียวของบ้านหลังนี้ ส่วนเขา คือน้องชายที่ถ้าให้พูดตามจริงแล้วเขาเกิดก่อนจุนฮยองด้วยซ้ำ ที่ถูกเก็บมาเลี้ยง

 

เขากับจุนฮยองเลยเหมือนกับเป็นพี่น้องกัน แต่เพราะอายุที่เท่ากัน สถานะความสัมพันธ์มันก็เลยออกแนวจะเป็นอะไรทำนองเพื่อนสนิทซะมากกว่า...

 

...ถ้าไม่ติดที่อีกคนเพิ่งพยายามเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทไปเป็นอย่างอื่นที่มากกว่านั้น เมื่อไม่กี่วันก่อนอ่ะนะ

 

 

 

 

 

.....

 

...............

 

......................................

 

 

“ฉันรักนาย” ยง จุนฮยองเอ่ยบอกอีกคนขณะอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ร่างสูงจ้องมองใบหน้าสวยที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่คืบตามปกติ เพราะความสนิทตั้งแต่เด็กเลยทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันอย่างนี้อยู่แล้ว

 

“ฉะ...ฉันก็รักนายเหมือนกัน” ฮยอนซึงตอบอีกคนติดๆ ขัดๆ ด้วยใบหน้าขึ้นสี แม้จะไม่เข้าใจเจตนาของคำบอกความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมา แต่ในใจเขาก็คิดอย่างนั้น

 

ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานเป็นเพื่อนรักกัน คนในครอบครัวเดียวกันนี่ ทำไมเขาจะไม่รักยง จุนฮยองล่ะ

 

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” จุนฮยองพูด หันกายมองใบหน้าของคนที่นั่งพิงเขาอยู่ด้วยกันบนพื้นหน้าโซฟา

 

ฮยอนซึงละจากความเคลื่อนไหวในจอโทรทัศน์หันมาสนใจอีกคนที่ดูมีบรรยากาศแปลกไป

 

“นายหมายความว่ายังไง” ถามไปแบบไม่ทันได้คิดก่อนจะแววตาจริงจังของอีกคน

 

“ฉันรักนาย ไม่ได้แบบพี่น้อง ฉันรักนายแบบที่ผู้ชายคนนึงจะรักใครได้ นายเข้าใจมั้ย” จุนฮยองพูดด้วยแววตาจริงจังพลางจ้องเข้าไปในดวงตากลมดตที่มีแววตกใจ

 

มันเป็นความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้มานานแล้ว... ความรู้สึกที่ไม่เคยบอก เพราะไม่แน่ใจ จุนฮยองเคยคิดว่ามันเป็นแค่ความสนิทสนม แค่วัยรุ่นที่กำลังสับสนกับความรู้สึก แต่พอผ่านเหตุการณ์อะไรๆ ต่างๆ มา เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่

 

“แล้วความรักแบบนี้ นายรักฉันเหมือนกันมั้ย ฮยอนซึง” ถามแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาสีอำพันราวกับจะใช้สายตานี่ตั้งคำถามแทน

 

จาง ฮยอนซึงหลบตาแล้วผละออกจากอีกคนที่เริ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้

 

“ฉะ... ฉันง่วงแล้ว ขอนอนก่อนนะ” พูดแล้วยันกายลุกขึ้นเดินขึ้นห้องนอนบนชั้นสองไปโดยไม่สนใจอีกคนที่รอคำตอบอยู่

 

...จะต้องรออะไรอีก

 

การกระทำของอีกคนก็เหมือนปฏิเสธอยู่แล้ว

 

 

  

 

......................................

 

...............

 

.....

 

 

 

 

นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนร่างสูงก็พาลจะหงุดหงิดขึ้นมาอีก ยง จุนฮยองกดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ที่เขาแทบไม่ได้ดูด้วยซ้ำเป็นรอบที่แปด ความจริงเขาก็พยายามจะดูนะ แต่มันก็ไม่คุ้นอย่างทุกที ปกติเขาจะนั่งอยู่ที่ตรงนี้กับจาง ฮยอนซึงตลอด แต่ตั้งแต่ที่ตัดสินใจบอกความรู้สึกไปอย่างนั้น อะไรๆ ต่างๆ ที่เคยทำร่วมกันมันก็ไม่เหมือนเดิมอีก

 

ฮยอนซึงหลบหน้าหลบตาเขา ไม่เดินกลับบ้านด้วยกัน มื้อเย็นที่เคยนั่งกินด้วยกันทุกครั้ง เดี๋ยวนี้คนตัวเล็กกลับกลับบ้านช้าเพราะไปกินที่อื่น

 

ไม่ต้องการเขาขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

อยากจะเอ่ยถามแต่ก็ต้องหงุดหงิดกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของอีกคน แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุดการะกระทำที่สดงออกถึงความรู้สึกที่มาไกลเกินจะเปลี่ยนแปลงของเขาหรอก

 

ตราบใดที่ฮยอนซึงไม่ได้บอกเขามาตรงๆ เขาก็อยากจะเชื่อว่าตัวเองยังพอมีความหวัง

 

 

 

 

ครืด~~~ ครืด~~~

 

นั่งคิดถึงสิ่งที่ทำให้ต้องขมวดคิ้วอยู่นาน เสียงสั่นของอะไรบางอย่างก็ดึงความคิดของเขาให้ออกจากภวังค์ ยง จุนฮยองพยายามมองหาต้นเสียงที่คาดว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง แต่ก็พบว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารของตัวเองนั่นยังอยู่เฉย

 

หรือจะเป็นของอีกคน?

 

ว่าแล้วสายตาคมก็ไปสะดุดกับเจ้าโทรศัพท์เครื่องสี่เหลี่ยมที่กำลังนอนส่งเสียงอยู่บนพื้นหน้าบันได

 

...คงตกตอนที่เขายืนขวางฮยอนซึงเมื่อกี้

 

จุนฮยองก้มเก็บเจ้าโทรศัพท์ที่ว่า ตั้งใจจะเดินขึ้นชั้นสองขึ้นไปเพื่อเรียกอีกคนที่คงกำลังอาบน้ำอยู่ข้างบนแต่ขายาวก็ต้องชะงัก

 

ชเว ซึงฮยอน... 

 

มองชื่อของคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแล้วขมวดคิ้ว

 

...นี่มันชื่อรุ่นพี่ที่คอยตามจีบฮยอนซึงเมื่อไม่นานนี้นี่นา

 

ถึงจะสงสัยแต่ร่างสูงก็ไม่คิดจะกดรับ จนโทรศัพท์เครื่องนั้นสั่นแล้วหยุดไปมาหลายทีแล้วเปลี่ยนจากมีสายเรียกเข้าเป็นข้อความแทนนั่นแหละ ยง จุนฮยองถึงถือวิสาสะกดเข้าอ่านข้อความที่งส่งมาให้ฮยอนซึง

 

 

วันนี้ขอบคุณมากเลยนะ ที่มากินข้าวกับพี่อีก 

คราวหน้าพี่จะให้นายเลือกร้านเองแล้วกัน 

แล้วเจอกันพรุ่งนี้ที่โรงเรียนนะ ฮยอนซึงที่น่ารักของพี่ 

 

ชเว ซึงฮยอน

 

 

จุนฮยองแทบจะกำโทรศัพท์เครื่องนั้นจนแหลกคามืออยู่แล้ว มองข้อความที่ส่งมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะตัดสินใจก้ามขาขึ้นไปหาใครที่ชั้นบน

 

“หวา!” ฮยอนซึงถึงกลับตกใจที่ประตูห้องของตัวเองถูกเปิดออกในขณะที่เขากำลังแต่งตัวอยู่ เรือนกายบอบบางตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าเพียงสองชิ้นคือกางเกงในกับเสื้อตัวหลวมโครกที่เขาชอบใส่นอนเท่านั้น

 

เพราะตั้งใจจะว่าคืนนี้จะไม่ลงไปข้างล่างเพราะไม่อยากเจอหน้าคนร่วมบ้านอีกคนอีก เขาเลยไม่ได้ใส่กางเกงเพราะปกติเป็นคนขี้ร้อนที่เข้านอนด้วยเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นอยู่แล้ว

 

“นายเข้ามาทำไม” ฮยอนซึงรีบสอดแขนเข้าเสื้อที่ใส่คาไว้ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าที่สวยจนคนต้องเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงจ้องคนไร้มารยาทด้วยแววตาดุนิดๆ มือเรียวคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้ๆ มาห่มไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้อีกคนเห็นเรียวขาที่แทบไม่มีอะไรปกคลุมของตัวเอง

 

“ฉันเอามือถือมาให้นาย” จุนฮยองพูดด้วยเสียงเย็นๆ แววตาของร่างสุงตอนนี้ดุดันซะจนฮยอนซึงไม่กล้ามองตรงๆ แม้จะไม่เข้าใจว่าจุนฮยองอารมณ์เสียอะไรแต่มือเรียวก็แบไปข้างหน้าคล้ายกับรอให้อีกคนวางของที่ว่าจะเอามาให้แล้วรีบๆ ออกไป

 

“อยากได้ขนาดนั้นเลยเหรอ” พูดแล้วชักมือที่ทำท่าจะคืนของให้อีกคนกลับ “อยากคุยกับมันมากขนาดนั้นเลยรึไง!” จุนฮยองพูดแล้วกดสายตาตัดพ้อมาที่จางอยอนซึง มือใหญ่คว้าที่ข้อมือเล็กกว่าจนคนที่ยืนอยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ถึงกับตกใจ

 

“นายเป็นอะไรจุนฮยอง!” คนตัวเล็กขึ้นเสียงบ้าง เพราะน้ำหนักมือของอีกคนที่กำข้อมือเข้าไว้

 

“นายจะให้ฉันเป็นอะไรดีล่ะ ฮยอนซึง! ฉันเพิ่งสารภาพรักกับนายไปไม่กี่วันนายก็คบกับไอ้รุ่นพี่บ้านั่นแล้วเหรอไง หา!”

 

“จุนฮยอง ฉันเจ็บ!”  ฮยอนซึงตะคอกกลับอย่างไม่เข้าใจ ความเจ็บที่ข้อมือทำให้เขาตัดสินใจปล่อยมือข้างที่กุมผ้าห่มอยู่เพื่อแกะมือของอีกคนออก

 

“เดี๋ยวนี้ฉันแตะต้องนายไม่ได้แล้วใช่มั้ย เพราะฉันไม่ใช่ ชเว ซึงฮยอนรึไง” พูดแล้วเอ่ยชื่ออีกคนที่ทำให้ร่างบางมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

 

“จุนฮยอง นายมีสติหน่อยได้มั้ย” ฮยอนซึงพยายามสงบสติและคุยกับคนที่เอาอารมณ์เป็นใหญ่อย่างจุนฮยอง

 

“นายหลบหน้าฉัน แต่นายไปกับผู้ชายคนอื่น มันหมายความว่าไงฮยอนซึง” จุนฮยองพูดด้วยเสียงเย็นๆ

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายเล่า ฉันจะไปกับใครมันก็เรื่องของฉัน!” ความอดทนของ จาง ฮยอนซึงหมดลงแล้ว ร่างบางใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดข้อมือของตัวเองหวังจะให้หลุดจากการกอบกุมแต่กลับกลายเป็นว่าเขาทำตัวเองเสียหลักล้มลงเตียงแทน คนที่จับข้อมือเขาอยู่ก็คล้ายกับโดนแรงฉุดล้มลงมาด้วย

 

“ลงไป!” ฮยอนซึงตะคอกด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะสภาพที่ตัวเขานอนอยู่บนเตียงพร้อมด้วยอีกคนที่คร่อมทับทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ใบหน้าแดงๆ ที่ขึ้นสีเพราะความโกรธเริ่มขึ้นสีอีกครั้งเพราะความเขินอาย เพราะอีกคนที่ไล่สายตาไปตามตัวเขาที่สวมเพียงเสื้อยืดหลวมๆ กับกางเกงชั้นในเท่านั้น

 

“ทำไม รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยรึไง” จุนฮยองตะคอกถามด้วยโทสะ แขนแกร่งตัดสินใจรวบข้อมือของอีกคนที่พยายามดันเขาออก

 

“นายจะทำอะไร ปล่อยนะ!” ฮยอนซึงตะคอกแต่ดูเหมือนว่าคนที่วุ่นวายกับการล็อคข้อมือเขาอยู่นี่จะไม่ได้สนใจเลยสักนิด

 

“ฉันจะทำสิ่งที่ฉันควรจะทำมาตั้งนานแล้วไง” พูดจบก็ใช้ริมฝีปากหนาของตัวเองประกบริมฝีปากบางที่อ้าปากเพื่อจะเถียงเขา ฮยอนซึงพยายามดิ้นแม้จะรู้ว่าแรงของตัวเองสู้แรงของจุนฮยองไม่ได้

 

“อื้อ!” ครางประท้วงอีกคนที่ใช้มือข้างที่ว่างลูบไล้เรือนกายส่วนล่างของเขา

 

“ฉันรักนายฮยอนซึง” จุนฮยองบอกเมื่อละริมฝีปากออกจากปากอีกคนที่บวมเจ่อเพราะรสจุบเมื่อครู่ ปากหนาเลื่อนไปที่ลำคอขาวที่มักส่งกลิ่นอ่อนๆ ที่ทำให้เขาคลั่งได้เสมอ กดเม้มจนเกิดเป็นรอยสีกลีบกุหลาบไปทั่ว

 

“จุนฮยอง หยุด!” ฮยอนซึงพยายามตะโกนเรียสติของอีกคน ตอนนี้ตัวของเขาสั่นไปหมด ร่างกายเขาโดนทาบทับในขณะที่มือทั้งสองข้างของเขาถูกล็อคไว้จนใช้การไม่ได้ ร่างเล็กทำได้เพียงขยับสะโพกนี้มือของอีกคนที่ลากไล้วนไปมาอยู่แถวต้นขาตัวเอง

 

“จุนฮยอง ฉันบอกให้หยุด!” ตะคอกอีกคนอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเขาไม่เคยกล้าทำอย่างนี้ เพราะความเกรงใจพ่อแม่ของจุนฮยองเขาถึงมักทำอะไรตามใจจุนฮยองเสมอ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะกล้าก้าวร้าวกับอีกคน แต่ช่วงนี้เขากลับทำมันบ่อยเหลือเกิน เพราะบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของอีกคนนี่แหละ

 

แล้วสุดท้ายตัวของจาง ฮยอนซึงก็ไม่ได้สั่นเพราะความกลัวแต่กลับเป็นแรงสะอื้น จุนฮยองรู้สึกถึงน้ำเสียงของอีกคนก่อนจะผละออกมามองใบหน้าคนที่อยู่ใต้ร่างให้ชัด

 

ฮยอนซึงกำลังร้องไห้...

 

“ฉันขอโทษ” สุดท้ายสติที่หายไปก็กลับคืนมา มือแกร่งปล่อยให้ข้อมือเล็กเป็นอิสระ จุนฮยองลุกออกจากตัวของฮยอนซึงก่อนจะเดินคอตกออกจากห้องไป

 

ฮยอนซึงยังคงสะอื้นกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเมื่อครู่

 

 

 

ปัง!

 

 

เสียงประตูปิดลงอย่างดังก่อนที่ร่างสูงจะทรุดลงพิงประตูห้องของตัวเอง

 

สิ่งที่น่าหงุดหงิดวันนี้ไม่ใช่เพียงข้อความที่ถูกส่งมาให้จาง ฮยอนซึง แต่เป็นเพราะความผิดพลาดของเขาเอง เขาควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองไม่ได้ และที่สำคัญ...

 

...นายรังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฮยอนซึง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-- Do you feel me? --

 

 

 

 

 

 

สองวันต่อมายง จุนฮยองไม่เคยพูดกับจาง อยอนซึงอีกเลย จะว่าไม่พูดด้วยก็คงไม่ใช่ ถ้าจะให้ถูกก็คือร่างสูงไม่เคยออกมาจากห้องนอนของตัวเองอีกเลย

 

“เดี๋ยวนี้ลูกแม่หลับเร็วตลอดเลยนะ แม่ก็อยากจุอยู่กับลูกนานๆ อยู่หรอกแต่แม่ทำงานหนักก็เพื่อลูกๆ รู้มั้ย” คนเป็นแม่กล่าวพร้อมลูบหัวร่างเล็กที่แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เธอก็รักไม่น้อยไปกว่าจุนฮยอง

 

“ยังไงแม่ก็ฝากดูจุนฮยองด้วยนะลูก มีกันแค่นี้ก็รักๆ กันไว้” หญิงสาวพูดก่อนจากไปเมื่อคนเป็นพ่อเรียกให้ขึ้นรถ ฮยอนซึงยืนโบกมือลาแม่และพ่อที่อยู่บนรถที่เคลื่อนตัวไกลออกไป มือเรียวเอื้อมปิดประตูเมื่อเห็นว่าพ่อแม่จากไปแล้ว ดวงตาสีอำพันเหลือบมองชั้นสองของบ้านที่มีห้องของอีกคนอยู่ก่อนจะถอนหายใจ

 

ไม่ใช่ว่าจุนฮยองนอนเร็วแต่เพราะว่าอีกคนไม่ยอมออกจากห้องเพราะเขาต่างหากล่ะ...

 

 

 

ก๊อก ก๊อก 

 

ฮยอนซึงตัดสินใจเคาะประตูห้องของคนที่เพิ่งเกินเลยเขาไปเมื่อสองวันก่อน ไม่มีเสียงใดๆ ตอบรับ

 

“จุนฮยอง ฉันเอง” ส่งเสียงเรียกอีกคน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้รึเปล่า มือเรียวคว้าลูกบิดก่อนจะพบว่าประตูไม่ได้ล็อค

 

“นี่ ฉันเข้าไปนะ” ตัดสินใจผลักประตูก่นจะก้าวเข้าไป เห็นอีกคนที่นอนผ่อนลมหายใจเป็นจังหวะอยู่บนเตียง

 

“นายหลับอยู่เหรอจุนฮยอง” เอ่ยถามแม้จะไม่เข้าใจตัวเองทั้งๆ ที่คำตอบมันก็เห็นอยู่ว่าคนเจ้าอารมณ์กำลังนอนหลับหันหลังให้เขาอยู่

 

“เดี๋ยวนี้นายไม่ออกมาจากห้องบ้างเลยล่ะ มาว่าฉันหลบหน้านาย นายต่างหากที่หลบหน้าฉันอ่ะ” ตัดสินใจพูดคนเดียว เพราะคงดีกว่าการไม่มีอะไรทำอยู่ในห้องตัวเอง

 

“ฉันไม่มีคนนั่งดูทีวีเป็นเพื่อนเลยนะจุนฮยอง” พูดแล้ววางมือลงไปบนต้นแขนอีกคนอย่างแผ่วเบา

 

“ชเว ซึงฮยอนไง ตามมันมาดูเป็นเพื่อนสิ” แล้วอยอนซึงก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนที่เขาคิดว่าหลับไปแล้วโต้ตอบบทสนทนาของเขา

 

“นายยังไม่เลิกคิดเรื่องรุ่นพี่อีกรึไง” ร่างเล็กพูดด้วยเสียงงอนๆ

 

“ฉันไม่ได้คิดเรื่องรุ่นพี่ ฉันคิดถึงเรื่องนาย” 

 

“...” แล้วคำพูดของอีกคนก็ทำคนหน้าสวยพูดไม่ออก

 

“ออกไปเถอะ ฮยอนซึง ตอนนี้ฉันยังทำใจไม่ได้ ฉันยังเลิกรักนายแบบนั้นไม่ได้ ถ้าฉันพร้อมเมื่อไรแล้วฉันจะออกไปเอง” จุนฮยองพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้หันมามองหน้าอีกคนด้วยซ้ำ

 

ร่างบางทรุดนั่งลงข้างเตียงของอีกคน

 

“ถ้าฉันไม่ออกไปล่ะ” เรียวปากสีชมพูดอ่อนเอ่ยคำถามที่ทำให้อีกคนที่นอนอยู่ถึงกลับแปลกใจ

 

“ฉันก็ไม่มั่นใจว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างวันนั้นอีกรึเปล่า” จุนฮยองลุกขึ้นมาพูด หันมาเผชิญหน้ากับอีกคนที่นั่งหันหน้าเขาหาเตียงเขา

 

“งั้นฉันก็จะไม่ออกไป” คนตัวเล็กพูดแล้วหลบสายตาคม จุนฮยองได้แต่มองอีกคนอย่างแปลกใจ

 

“นายหมายความว่าไง ฮยอนซึง” จุนฮยองกลืนน้ำลายมองใบหน้าอีกคนที่เริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป้นสีแดงเรื่อ

 

“ฉันขอโทษ...” ฮยอนซึงเริ่มเอ่ยปากพูด

 

“นายขอโทษอะไร” แล้วความอดทนที่ปกติก็มีน้อยอยู่แล้วของจุนฮยองก็ใกล้จะหมดลง มือแกร่งคว้าอีกคนให้ขึ้นมานั่งบนตักอย่างทุลักทุเล

 

ฮยอนซึงที่ถูกฉุดขึ้นมานั่งบนตักของจุนฮยองหลบสายตา ระยะห่างของร่างสูงมีน้อยลงทำให้เลือดในกายเขาสูบฉีดเร็วกว่าทุกที

 

“ที่นายบอกรักฉัน... ฉันก็เหมือนกัน”

 

“อะไรเหมือนกัน” จุนฮยองเซ้าซี้ เพราะท่าทีของอีกคนกำลังทำให้เขามีความหวัง

 

“นายบอกฉันกะทันหันไป คือฉัน...”

 

“พูดมาสิจาง ฮยอนซึง”

 

“ก็ ฉันแค่กลัว กลัวพ่อแม่จะรู้ กลัวความรู้สึกของตัวเอง”

 

“กลัวทำไม”

 

“ก็ ถ้าพ่อแม่รู้ว่าฉันไม่ได้คิดกับนายแค่พี่น้องพวกท่านจะรู้สึกยังไง”

 

“นายว่าอะไรนะ”

 

“อะ..อะไร” พูดแล้วหลบอีกคนที่ใช้จมูกปัดผ่านแก้มเนียนของตัวเอง

 

“นายรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ฮยอนซึง” แล้วจุนฮยองก็คาดคั้นอีกคน มือที่ล็อกเอวไว้กับสายตาที่จับจ้องใบหน้าสวยตอนนี้แป้นสัญญาณบอกได้ดีกว่าคราวนี้อีกคนจำหลับเขาไม่ได้แล้ว

 

“ฉัน-รัก-นาย” เป็นคำพูดแผ่วเบาที่อีกคนเพียงขยับปากให้เสียงเล็ดลอดมาเพียงน้อยนิดเท่านั้น จุนฮยองพลิกกลายกดอีกคนให้นอนราบไปกับเตียงก่อนจะใช้ใบหน้าคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากอีกคน

 

“จูบได้มั้ย?” กระซิบถามข้างแก้มใส

 

“อืม” เป็นเสียงตอบรับเบาๆ จางลำคออีกครั้ง

 

ริมฝีปากหนาประกบเรียวปากอีกคนที่เป็นสีเชอร์รี่ ฮยอนซึงหลับตารับสัมผัสที่ถูกหยิบยื่นให้ในขณะที่จุนฮยองยังคงใช้สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยยามหลับพริ้ม

 

“อืม” ส่งเสียงครางเมื่ออีกคนละจากเรียวปากมาเป็นที่ต้นคอระหง

 

จุนฮยองได้กลิ่นหอมจากผิวกายนวลเนียนซึ่งคาดว่าอีกคนคงเพิ่งอาบน้ำมาเมื่อไม่นานนี้ กดเม้นเป็นร่องรอยอีกครั้งทั้งๆ ที่ร่องรอยเก่าๆ ยังคงมีให้เห็นจางๆ

 

มือแกร่งไล้วนไปทั่วแถวสะโพกกลมกลึง อีกข้างสอดตัวเข้าใต้ชายเสื้อตัวหลวมของคนตัวเล็ก เลื่อนขึ้นไปหยอกเย้าจุดเล็กๆ บนหน้าอกของอีกคนก่อนคนใต้ร่างจะครางประท้วง

 

“อ้ะ!” ร้องอีกครั้งเมื่อมือใหญ่เปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นบางสิ่งที่อยู่ใต้กางเกงของตัวเอง สะโพกบางบิดเร่าเมื่ออีกคนปรนเปรอความรู้สึกที่ช่วงต้นขา ใบหน้าของคนตัวเล็กขึ้นสี ผ่อนลมหายใจหอบถี่ในขณะที่มือเรียวปัดป่ายไปทั่วแผงอกของคนตัวใหญ่

 

“ฉันรักนายอยอนซึง” จุนฮยองบอกเสียงหวาน จัดการถอดเสื้อผ้าน้อยชิ้นของคนตัวเล็กก่อนจะเห็นเรือนกายขาวผุดผ่องที่ปลุกความต้องการของเขา สายตาคมไม่สามารถละจากร่างกายขอคนตรงหน้าได้จนฮยอนซึงก่อนใช้มือปิดแม้จะรู้ว่าไม่ได้ช่วยอะไร

 

“อย่าจ้องได้มั้ย...” พูดด้วยใบหน้าเขินๆ ก่อนที่คนโดนขอร้องจะก้มลงประกบริมฝีปากของเขา มือใหญ่สานต่อสิ่งที่ปรนเปรอให้อีกคนเมื่อครู่ กายแบบบางของจาง ฮยอนซึงตอบรับสัมผัสอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนเมื่อนิ้วใหญ่ถูกสอดเข้าไปในช่องทางเล็กร่างบางก็แอ่นกายรับด้วยความเจ็บสะท้านไปทั้งตัว

 

“อือ” พยายามจะข่มเสียงครางของตัวเองแต่จังหวะที่สอดเข้าออกของนิ้วกลับทำให้ฮยอนซึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างที่ใจคิด

 

เป็นเวลาเนิ่นนานที่คนตัวสูงกว่าปรนเปรอบริเวณนั้นของจาง ฮยอนซึงที่บิดเร่ากายอย่างทรมาน ฮยอนซึงลืมตามองอีกคนที่เอาแต่จับจ้องใบหน้าของเขาอย่างไม่เข้าใจ

 

นานเกินไปมั้ยจุนฮยอง... 

 

อยากจะเอ่ยปากถามแต่ก็ได้แต่หลบสายตาร้อนแรงนั่น

 

“นายอยากให้ฉันทำอะไรบอกสิฮยอนซึง” ก้มกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

“อะ..อะไรนะ”

 

“นายอยากให้ฉันทำอะไร พูดออกมาสิ” ย้ำอีกครั้งก่อนจะฝังจมูกลงไปบนต้นคออีกคน จุนฮยองเร่งเร้าจังหวะที่ช่องทางนั้นของฮยอนซึงแต่ก็เป็นไปอย่างเนิบนาบ บางครั้งก็ร้อนแรงแต่พออีกคนใกล้จะได้ปลดปล่อยนิ้วมือก็หยุดเอาซะดื้อๆ พอร่างบางเริ่มปรับอารมณ์ได้นิ้วเรียวไม่กี่นิ้วนั่นก็ทำหน้าที่ของมันอีก

 

“จุนฮยอง” ฮยอนซึงร้องเรียกอีกคนด้วยน้ำตาแห่งความทรมาณ มือบางเอื้อมคว้าไหล่ของอีกคนไว้

 

“ทำไมเหรอ” ร่างสูงแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายของร่างบาง

 

“นาย...” เมื่อเข้าใจว่าอีกคนจงใจแกล้งฮยอนซึงก็แทบจะอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี

 

“พูดออกมาสิ ฮยอนซึง” คนที่อยู่ด้านบนเร่งเร้าคนตัวเล็กอีกครั้ง

 

“ขะ... เข้ามา”

 

“อะไรนะ”

 

“เข้ามาสักทีจุนฮยอง” สุดท้ายเรียวปากสีเชอร์รี่ก็กัดปากพูด จุนฮยองจ้องมองใบหน้าทรมาณของอีกคนที่เอาแต่หลบสายตาเขาด้วยรอยยิ้มอย่างพอใจ

 

มือใหญ่ถอนนิ้วออกก่อนจะสอดแทรกบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก

 

“อ๊า!” ฮยอนซึงกรีดร้องกับความเจ็บที่บริเวณนั้นแต่จุนอยองก็พยายามจูบซับน้ำที่หางตาเพื่อปลอบประโลมอีกคน

 

“อดทนหน่อยนะ” กระซิบบอกทั้งๆ ที่ความคับแน่นในกายร่างกายทำเขาแทบคลั่ง

 

จุนอยองค่อยๆ ขยับสะโพกช้าๆ ตั้งใจทำให้ช่องทางของอีกคนได้ปรับตัว แต่เสียงครางของฮยอนซึงก็เร่งเร้าอารมณ์ของเขาเหลือเกิน

 

ครืด~ ครืด~

 

แล้วกิจกรรมทุกอย่างก็ถูกขัดจังหวะด้วยการสั่นของโทรศัพท์ที่ฮยอนซึงวางไว้ที่หัวเตียงตั้งแต่เข้ามาในห้อง มือแกร่งเอื้อมหยิบเครื่องมือสื่อสารเจ้าปัญหาแม้จะจังหวะที่สะโพกยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุด

 

ข้อความเข้าจาก ชเว ซึงฮยอนอีกแล้ว 

 

แทบจะปาโทรศัพท์ลงพื้นเมื่อเห็นเป็นใครที่ส่งข้อความมาให้ จังหวะที่กดสะโพกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ฮยอนซึงตาเบิกโพลงเมื่อจังหวะที่เนิบนาบกลับกลายเป็นการสอดใส่ที่รุนแรงขึ้น

 

“อ๊ะ จุนฮยอง ฮ่าห์! นาย เร็วไปแล้ว...” บอกอีกคนเสียงกระเส่าขณะแอ่นกายตอบรับสัมผัสของอีกคน

 

“นายทำไมต้องออกไปกับไอ้ซึงฮยอนไรนั่นทุกวันด้วย!” ร่างสูงเอ่ยถามทั้งๆ ที่ยังไม่ลดละจังหวะในการสอดใส่อีกคน

 

“อะ... อ้ะ นายพูดเรื่องอะไร ..เนี่ย” หอบกระเส่าขณะพยายามตอบอีกคน

 

“นายเป็นอะไรกับไอ้รุ่นพี่คนนั้นกันแน่” จุนฮยองถามซ้ำก่อนจะเร่งจังหวะยิ่งกว่าเดิม

 

“ชเว... ซึงฮยอน... หรอ อ๊า!” ครางเสียงดังเมื่ออีกคนกระแทกกายเข้ามารุนแรงจนสะท้านไปทั้งตัว

 

“อย่าเอ่ยชื่อผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉัน” เจ้าของสายตาชั้นเดียวพูดอย่างเอาแต่ใจ จุนอยองกดจมูกลองทำร่องรอยสีกลีบกุหลาบทั่วแผงอกของร่างบาง

 

“แต่... อ๊า แต่นาย ถามเอง...นี่ อ้ะ ..”

 

“แล้วนายออกไปกับมันทำไม”

 

“ฉันแค่ปรึกษาพี่เขาเรื่องนาย!” ฮยอนซึงกลั้นหายใจพูด นึกโกรธอีกคนจริงๆ ที่มาชวนคุยในเวลาอย่างนี้ สอดใส่เข้ามาไม่เห็นใจกันบ้าง

 

“นายไม่ได้คิดอะไรกับมันใช่มั้ย”

 

“อ้ะ อ๊า... ถ้าฉันคิดอะไรฉันจะมาบอกรักนายมั้ยเล่า!” พูดด้วยอารมณ์โมโหนิดๆ ฮยอนซึงกำลังโกรธแต่จุนฮยองกลับยิ้ม

 

“ฮยอนซึงอา เด็กดีของฉัน” พูดแล้วหอมพวงแก้มสีชมพูดที่ขึ้นสีระเรื่อ เร่งจังหวะที่แกนกายเข้าออกทำอีกคนครางเสียงกระเส่าอีกครั้งก่อนที่จะปลดปล่อยอารมณ์พร้อมกันทั้งคู่

 

“อ๊า!”

 

“อ่า...”

 

สองเสียงประสานกันด้วยอารมณ์ที่ยากจะจัดการ จุนฮยองถอนกายก่อนจะก้มลงจูบอีกคน

 

“อืม” ฮยอนซึงทำเพียงตอบรับในลำคอ เพราะกิจกรรมเมื่อครู่ใช้แรงไปมาก เลยแทบจะหมดแรงปัดป้องอีกคน

 

“คราวหลัง ถ้าเป็นเรื่องของฉัน นายควรปรึกษาแต่ฉันรู้มั้ย” คนตัวสูงกว่าพูดก่อนจะทิ้งกายลงข้างร่างบาง จุนอยองวางศีรษะบนไหล่มนที่มีร่องรอยรักเต็มไปหมด

 

“ฉันแค่ไปปรึกษาพี่เขา แลกกับที่พี่เขาปรึกษาฉันเรื่องแฟนพี่เขาน่ะ” ฮยอนซึงบอกอีกคนด้วยเสียงแหบแห้ง เพราะหลายปีที่อยู่กันมาทำให้เรียนรู้แล้วว่า จุนฮยองเป็นคนที่ชอบเข้าใจผิดอะไรๆ ง่ายๆ แล้วก็เจ้าโมโหจนเกินจะทำคามเข้าใจหากไม่บอกออกไปตรงๆ ด้วย

 

“แล้ววันนั้นนายร้องไห้ทำไม” ถามแล้วกอดกระชับอีกคน

 

“ฉันตกใจ”

 

“งั้นขอโทษนะ”

 

“อืม” ตอบรับสั้นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮยอนซึง” ได้ยินเสียงอีกคนดังขึ้นมาอีกทั้งๆ ที่เลปือกตาเขาแทบจะปิดอยู่แล้ว

 

“หืม” ตอบรับอีกคนที่ยังคงนอนกอดเขา

 

“ฉันรักนาย นายรู้ใช่มั้ย” ถามคำถามที่ทำเอาใบหน้าสวยมีรอยยิ้ม

 

“อืม รู้แล้ว” 

 

 

 

 

 

 

-- Do you feel me? :: END --

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TalK :

-Do you feel me? เป็นคำที่ยงจุนใช้พูดกับเด็กว่า "เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย?"

เฮีย แกสุ่มพูดภาษาอังกฤษน่ะค่ะ (ใครไม่รู้ไปดูในออลไมตี้นะคะ ^^)

 

-มาคั่นเวลา รอเลิฟอิส ตอน 8 อีกสักพัก~

ช่วงนี้เราแต่งในกระดาษเลยต้องหาเวลาพิมพ์ลงคอมด้วยน่ะค่ะ > <

แล้วเจอกันอีกทีนะคะ (ใช้คอมได้อีกทีก็วันอังคารแหนะ)

รักคนอ่านเหมือนเดิมนะคะ ^^

 

 

*น้องจูนจ้ะ หนูอ่านจบแล้วเม้นบอกพี่นะคะ พี่จะได้มาอีดิทถมขาวเหมือนเดิม พี่ไม่อยากแปะฉากเรทไว้หลาจริงๆ น่ะ

edit @ 16 Apr 2011 14:24:13 by ชิน

edit @ 17 Apr 2011 12:04:12 by ชิน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ วว ว ยงกุน

ชอบคิดไปเองตลอดเลย

เลยทำให้คนสวยเจ็บยุบ่อยๆ

#1 By kietiss (223.206.222.174) on 2011-04-11 18:05

::: อือหืออออออ แบบว่า ซี้ดดดเลยทีเดียว
สุดยอดจริงๆ ฮิฮิ

#2 By บิ๊กบิวตี้ (113.53.178.133) on 2011-04-11 21:01

**ยังไม่ได้อ่านง่ะ ขอโทษน้า

แวะมาสาดน้ำสงกรานต์ให้ก่อน เดี๋ยวจะมาตามอ่านทีหลัง><
สวัสดีปีใหม่ไทยน้าชินนี่~~~

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#3 By theJING'z* on 2011-04-13 01:00

ขอบคุณสำหรับฟิคเพื่อน้องอีกครั้งจ้า
แวะมาสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

และรดน้ำดำหัวพี่ที่เคารพ xD ให้ร่ำให้รวยมีเงินมีทอง 55
ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By ϟ isMAi. on 2011-04-13 11:28

อ่อค่ะๆ อ่านแล้วค่ะพี่ แล้วก็ตายอีกรอบด้วยยยยยยย 55555 ...////

#5 By จูนจ้า (110.169.88.21) on 2011-04-16 16:48

ซึงคิดมาก จุนคิดไปเอง น่ารักๆbig smile

#6 By Black_Yoghurt on 2011-05-22 21:54

สุดยอดไปเลย

#7 By .................. (223.207.192.173) on 2011-06-24 02:35

ฮี่ๆๆๆๆ [^++++^] ในที่สุดก้อจบแบบ เหอๆๆๆๆ

#8 By mindmelody (125.27.171.103) on 2011-08-21 14:35

so cute

#9 By visitor (180.183.150.198) on 2011-09-01 20:51

คู่นี้น่ารักได้ตลอดเลยน้าา~~~big smile

#10 By wawa (125.25.120.185) on 2011-09-07 16:12

บร๊ะ เร็วไปกันมั้ยค่ะ ใจง่ายนะซึง
คึคึ แซวเล่น สนิทมากจนรู้ใจกัน
ยงก็เล่นซะซึงไม่ทันตั้งตัวก็ต้องตกใจเป็นธรรมดาสิเนอะ

#11 By TaNgMoPuN (124.121.231.240) on 2011-09-09 03:23

ฮยอนซึง หนูเดินเข้าห้อง ผช อ่ะค่ะลูก ><
จุนอฮองก่นะ คิดเอง เออเอง โมโหเอง 555
สุดท้าย จบสวยมาก ๆ ค่ะ โอววว ละลาย ~ ~

#12 By LadiizzYS (192.168.18.51, 180.183.26.119) on 2012-01-24 13:48

#13 By eurekazy on 2012-03-02 19:40

ชิน View my profile

Recommend