[FIC]LOVE IS? ,,เขาทำผมท้อง (part9)
posted on 14 Apr 2011 17:26 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Author : shinsh
Part : 9
บรรยากาศในงานเทศกาลเต็มไปด้วยสีสัน ร้านรวงต่างๆ พากันออกร้านประชันกันของขายและฝีมือการทำอาหาร แต่ละร้านถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงาม ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้าออกกันไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะร้านเกมส์อย่างเกมส์ปาลูกบอลซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของเด็กหนุ่ม 3 คนในชุดมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกันอยู่ในขณะนี้
“พี่ ลองเล่นกันมั้ย” คนที่อยู่ในเครื่องแบบแปลกจากคนอื่นที่สุดเนื่องจากอยู่ในชั้นเรียนที่ตำกว่าอีก 2 คนอยู่ 1 ปี เอ่ยถามในขณะที่ท่อนแขนบอกบางนั้นลากหนึ่งในสองคนมาหยุดที่หน้าร้านแล้ว
“แต่พี่เล่นไม่เก่ง” หนึ่งในคนที่เป็นพี่เอ่ยตอบ คนหน้าสวยมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงอีกคนเห็นอย่างนั้นก็พอรู้
ก็เรื่องใช้ร่างกายอะไรเนี่ย คนอย่างจาง ฮยอนซึงไม่ถนัดมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“น่านะ พี่นะ มาเที่ยวทั้งที ถ้าปาโดนกระป๋องตกครบ 3 กระป๋องแล้วได้ของรางวัลด้วยนะ ดูสิ ไม่มีของที่พี่อยากได้เหรอ” คนน่ารักชักชวน อู ซองฮยอนที่คล้องแขนของจาง ฮยอนซึงอยู่ดึงให้อีกคนหันไปมองบรรดาของรางวัลที่เรียงรายกันอยู่ข้างร้าน
ดวงตากลมโตของจาง ฮยอนซึงมองไปตามที่โดนชักชวน ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่าโดนล่อลวงซะมากกว่า สายตาสีอำพันไล่ไปตามบรรดาตุ๊กตาและของรางวัลที่เรียงรายอยู่
ของที่อยากได้หรอ ...นั่นไง
ตาสีอำพันมีประกายอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสบเข้ากับหมวกไหมพรมสีชมพูใบหนึ่ง
“นายอยากได้เหรอ” ร่างสูงที่ยืนมองอยู่เอ่ยถาม คนตัวเล็กไม่ตอบแต่เพียงแค่พยักหน้าในขณะที่ไม่ยอมละสายตาไปจากหมวกถักใบนั้น
“งั้นเดี๋ยวฉันเล่นเอง ลุงขอลูกบอลด้วยครับ” ว่าแล้วยง จุนฮยองก็ตะโกนเรียกลุงเจ้าของร้าน
ชายวัยห้าสิบหว่านำตระกร้าที่มีลูกบอลอยู่ในนั้นมาวางให้
“ต้องปาให้โดนกระป๋องตก 3 กระป๋องนะพ่อหนุ่ม” เจ้าของร้านบอก
“ได้เลย” ยง จุนฮยองตอบรับอย่างมาดมั่น ในขณะที่ร่างเล็กที่เด็กสุดยกมือขอลูกบอลจากลุงบ้าง
“ผมก็จะเล่นด้วย เควินพูดด้วยรอยยิ้ม
ฮยอนซึงมองทั้งสองคนที่ลากเขามางานเทศกาลอย่างอ่อนใจ พอเควินบอกว่าจะเล่นก็ต้องเล่นจนได้ จุนฮยองก็อีกคน
“หวา พลาดอีกแล้ว” ฮยอนซึงมองดูคนตัวเล็กที่บ่นอุบแล้วพองลมที่แก้ม แม้ใบหน้าจะบูดเบี้ยว แต่ไม่ว่าเป็นใครมองก็ต้องคิดว่าน่ารักอยู่ดี
“ไม่เห็นจะสนุกเลย” อีกคนที่พลาดลูกบอลลูกสุดท้ายก็บ่นด้วยสีหน้าหงุดหงิด
จุนฮยองกับเควินขอลูกบอลใหม่จนรวมกันจะครบ 10 ตระกร้าอยู่แล้ว แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่มีใครปากระป๋องตกครบ 3 กระป๋องสักที
ฉันว่าถ้าพวกนายร่วมมือกัน ป่านนี้เราคงได้ของรางวัลไปแล้วนะ” ฮยอนซึงพูดแล้วหัวเราะ
จุนฮยองกับเควินได้รับน้ำส้มมาเป็นของตอบแทน เพราะอย่างน้อยก็ปาตกไปตั้ง 2 กระป๋อง และไม่ร็ว่าเพราะความน่ารักของเควินหรือใบหน้าไม่พอใจของจุนฮยองที่ทำให้คุณลุงใจดี แถมน้ำส้มมาให้อีกขวด ซึ่งพอจะเป็นของขวัญให้คนหน้าสวยอย่างฮยอนซึงที่คอยเชียร์และปรบมือดีใจเวลาที่หนึ่งในสองคนปากระป๋องตกลงได้
“อ่ะ ฉันให้” จุนฮยองยืนน้ำส้มให้ฮยอนซึงด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“พี่นี่น้า ทำใจคิดว่ามันเป็นโคล่าแล้วดื่มไปหน่อยไม่ได้เรอะไง” เควินล้ออีกคนอย่งอ่อนใจ
ก็แหงล่ะ ใครที่รู้จักจุนฮยองดีจะต้องรู้ จุนอยองไม่ดื่มน้ำสุขภาพ บริโภคแต่โค้ก แทบจะเป็นเครื่องดื่มหลักแทนน้ำเปล่าซะด้วยซ้ำ
“งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อโค้กให้ พี่สองคนรอตรงนี้แปบนึงน้า” เควินบอกอีกสองคนด้วยรอยยิ้ม
พอรุ่นน้องผู้สดใสจากไป บรรยากาศระหว่างคนสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบ
“จุนฮยอง...” ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกอีกคนด้วยเสียงสั่นๆ ฮยอนซึงกำมือแน่น ปากบางขบกัน คล้ายกับอีกคนกำลังตื่นเต้น
“คือฉัน...” ฮยอนซึงเอ่ยปากพูด เว้นช่วงหายใจเนิ่นนานราวกับลังเลในคำพูดที่กำลังจะเปล่งออกมา แต่จุนฮยองก็ตั้งใจฟังถ้อยคำของคนหน้าสวย
“ฉันรัก...”
“พี่!” ยังไม่ทันที่จะพูดจบ เสียงเควินก็ขัดทั้งสองคนซะก่อน
“พี่...”
“...”
“พี่ฮยอนซึง”
“อะ... ฮะ?” ฮยอนซึงรุ้สึกตัวเมื่อเจ้าของเสียงใสสะกิดเบาๆ ที่ฝ่ามือ
สายตาสีอำพันไล่มองไปรอบๆ ร่างสูงของจุนฮยองกับเควิน กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามเขา หน้าโต๊ะอาหารแบบเตี้ย พวกเขากำลังอยู่ในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร
นี่เขาเหม่อเหรอเนี่ย...
เมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้วที่จุนฮยองโทรมาบอกว่าจะพาเขาไปเที่ยวงานเทศกาลที่แถวโรงเรียนของพวกเขา ก่อนที่อีกคนจะมารับถึงคอนโด พร้อมด้วยเควินที่บอกว่า เห็นว่าจุนฮยองชวนเขามาเลยอยากมาด้วย...
“พี่มัวคิดอะไรอยู่ หมูย่างเสร็จหลายชิ้นแล้วน้า นี่ถ้าผมไม่คีบให้เนี่ย พี่จุนฮยองคงกินคนเดียวหมดไปแล้ว” เควินพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะต้องหยุดพูดเมื่อคนที่โดนพาดพิงจงใจใช้ตะเกียบแตะเบาๆ บนริมฝีปากบาง
“นายเนี่ย ถ้าไม่หยุดพูดมากอย่างนี้ ฉันจะจูบปิดปากซะเลยดีมั้ย” จุนฮยองพูดพลางมองอีกคนด้วยสายตาหมั่นเขี้ยว แต่เควินก็แค่หัวเราะกับคำขู่ของแฟนตัวเอง
แฟน... ใช่ จุนฮยองเป็นแฟนเควิน
“พี่แค่เหมือถึงตอนที่เราไปเที่ยวงานเทศกาลเมื่อ 5 ปีที่แล้วน่ะ” ฮยอนซึงที่นั่งเงียบอยู่นาน พูดในขณะที่หลบสายตาลงต่ำ ทำทีเป็นสนใจหมูหลายชิ้นในจานทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว แค่จงใจไม่มองภาพของคู่รักที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็เท่านั้น
“อ่า งานเทศกาล เสียดายเนาะ ปีนี้ไม่น่าถูกยกเลิกเลยนะฮะ” เควินพูดแล้วคีบหมูที่ทอดเสร็จร้อนๆ ให้จุนฮยอง
เพราะงานเทศกาลที่ตั้งใจจะไปถูกยกเลิก พวกเขาเลยเปลี่ยนโปรแกรมมาเป็นการกินข้าวในห้องส่วนตัวของร้านอาหานแทน
“อยากไปขนาดนั้นเลยรึไง” คนที่เอาแต่กินหมูที่แฟนคีบให้พูดขึ้น ฮยอนซึงมองตอบจุนฮยองด้วยสายตาค้อนนิดๆ
ก็ตัวเองไม่ใช่เหรอไง ที่โทรไปชวนแกมบังคับให้เขามาน่ะ!
“จริงว งานเทศกาลตอนนั้นเป็นตอนที่เราตกลงคบกันนี่นา เควินพูดด้วยรอยยิ้ม เห็นจุนฮยองที่หันไปยิ้มตอบแล้วหมูในจากฮยอนซึงก็เป็นที่วางสายตาอีกครั้ง
“ผักหมดแล้ว เดี๋ยวฉันออกไปสั่งให้นะ” จุนฮยองพูดเมื่อเห็นว่าเหลืออาหารสีเขียวอยู่ไม่กี่ชิ้น
“พอพูดเรื่องนั้นแล้วก็หนีหน้าผมทันทีเลย” หลังจากที่ร่างสูงออกไปจากห้อง เควินก็พูดด้วยเสียงอันเบาหวิว ปากบางยู่ลง ใบหน้าของคนน่ารักที่คอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
ฮยอนซึงได้แต่มองภาพนั้นได้ความแปลกใจ รุ้สึกสังหรณ์อะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าถาม สุดท้ายจึงเลือกขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ร่างเล็กนั่งรออีกคนอยู่ในห้อง
ร่างบางเดินเข้าที่ร้างผู้คนด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เจ้าของใบหน้าสวยเท้ามือกับอ่างล่างหน้า ขณะครุ่นคิด แต่ก็ต้องตกใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่เอว
“นาย...”
“ทำหน้าอย่างนั้นไม่สบายรึไง” จุนฮยองพูดขณะใช้มือแกร่งกุมที่เอวของคนตัวเล็กไว้
“ไหนนายบอกว่าจะไปสั่งของเพิ่มไงฎ ฮยอนซึงหันมาเผชิญหน้ากับอีกคน ก่อนถามด้วยความไม่พอใจ เพราะมือที่ถือวิสาสะจับเอวเขา
“ขอโทษนะ” จุนฮยองตอบอีกคนด้วยเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ร่างบางถามเลยสักนิด
“อะ...อะไร” ฮยอนซึงถามด้วยความไม่เข้าใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า
“ที่ฉันเกือบจูบนายเมื่อคืนน่ะ” จุนฮยองพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย จงใจโน้มใบหน้าลงชิดกับใบหน้าสวยที่เริ่มขึ้นสี
“พ... พูดเรื่องนั้นทำไม” ฮยอนซึงหลบสายตาคมที่จ้องเขาด้วยสายตาที่ต่างไปจากปกติ มือเรียวพยายามแกะมือของอีกคนออกจากเอวของตัวเอง
“ฮยอนซึง วันนั้นนายตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่”
“อะ.. อะไร”
“ที่งานเทศกาลเมื่อ 5 ปีที่แล้ว... นายตั้งใจจะบอกอะไรฉัน”
“ฉัน...”
“พี่!”
เสียงเล็กอันคุ้นเคยดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน จุนฮยองคว้าให้คนตัวเล็กกว่าก้าวตามเข้าไปในห้องน้ำแล้วกดล็อคประตูขังตัวเองกับคนตัวเล็กไว้ในนั้น
“พี่ฮยอนซึง อยู่ในนั้นรึเปล่าฮะ” เควินเดินเข้ามาในห้องน้ำของร้านอาหาร ภายในมีอ่างล้างมือกับกระจกตั้งอยู่ด้านหน้า ด้านในมีห้องย่อยเล็กๆ อีก 3 ห้อง
“นายทำอย่างนี้ทำไม” ฮยอนซึงกระซิบบอกอีกคนด้วยสายตาเอาเรื่อง จุนฮยองไม่ตอบอะไรเพียงแค่กระชับเอวบางให้อยู่ชิดตัวเองมากขึ้น และจ้องใบหน้าสวยด้วยสายตาที่คนโดนจ้องไม่กล้าคิดเลยเถิด
“พี่ฮะ พี่อยู่มั้ยฮะ” เควินเดินเข้ามาถามห่างจากประตูห้องที่ปิดอยู่เป็นระยะหนึ่ง
“จุนฮย... อุ้บ!” ฮยอนซึงตั้งใจจะเอ่ยดุอีกที่ยื่นหน้าเข้ามาชิดมากไป แต่ปากบางก็ถูกหยุดด้วยริมฝีปากหนาของอีกคน
จุนฮยองจูบเขา!
เพื่อสนิทตั้งแต่เด็กกำลังจูบเขาในขณะที่แฟนตัวเองยืนอยู่หน้าห้อง!
พลั่ก!
ทันทีที่จังหวะเกียวรัดของลิ้นหนาหยุดลง ฮยอนซึงก็ผลักอีกคนออกทันที คนตัวเล็กยืนหอบหายใจจ้องมองอีกคนด้วยแววตาไม่เข้าใจ ใบหน้าสวยที่ขาวใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
“ฉันจะออกไป นายออกไปทีหลังแล้วกัน” ริมฝีปากบางที่อีกคนเพิ่งแตะต้องอย่างจาบจ้วง พูดเบาๆ ก่อนมือเรียวจะบิดลูกบิดประตูเดินออกไป
“ผมเรียกตั้งนาน นึกว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นไม่ใช่พี่ซะแล้วนะเนี่ย” เควินพูดเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าสวยก้าวออกมาจากห้องที่ถูกปิดอยู่ เพราะมือบางดึงประตูปิดอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กจึงไม่ทันเห็นใครอีกคนที่อยู่ในนั้น
“พี่จุนฮยองไปสั่งผักตั้งนาน ผมว่าป่านนี้คงเดินไปหาตู้น้ำอัดลมแถวๆ นี้อ่ะมั้ง” คนตัวเล็กพูดพลางหัวเราะคิกคัก
“ระหว่างที่พี่จุนฮยองไม่อยู่ เรารีบไปแย่งกินหมูกันดีกว่า ฮ่าๆ” เควินยิ้มน่ารัก จนฮยอนซึงที่เดินตามออกมายิ้มตาม มือบางของรุ่นน้องเกี่ยวแขนเขาอย่างที่ชอบทำแล้วพาเดินนำหน้าไปที่ห้องอาหารส่วนตัว
สายตาสีอำพันมองใบหน้าของร่างเล็กที่เอาแต่พูดเรือ่งของจุนฮยองด้วยใบหน้ามีความสุขอย่างเป็นกังวล
เมื่อกี้จุนฮยองตั้งใจทำอะไรกันแน่ จุนฮยองจูบเขาทำไม
แล้วก็นึกถึงสิ่งที่ร่างสูงเพิ่งคาดคั้นกับเขา
...สิ่งที่เขาตั้งใจจะบอกเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก
เควิน ถ้าพี่ตอบจุนฮยองไป พี่จะทำผิดต่อนายใช่มั้ย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ดงอุน ให้พี่ช่วยถือมั้ย” อี กีกวังหันไปถามคนตัวสุงกว่าที่หิ้วของพะรุงพะรังไปหมด
ตอนนี้เขากับดงอุนอยู่ข้างนอกบ้าน เพราะวัตถุดิบเมื่อเช้าหมดไปกับประสบการณ์ในการทำอาหารแบบแทบจะไม่มีของแต่ละคน มื้อกลางวันถึงจบลงด้วยการที่กีกวังโทรไปสั่งอาหารแทน แต่เพราะต่างคนต่างไม่อยากยอมแพ้ ดงอุนถึงเสนอให้คนโลเทคอย่างกีกวังลองค้นข้อมูลหาสูตรอาหารในอินเทอร์เนท เพราะอย่างนี้ พวกเขาถึงออกมาชอปวัตถุดิบต่างๆ ตามที่เมนูที่หาได้บอกไว้
“ว่าแต่ โยซอบจะอยากกินอะไรมั้ยน้า” กีกวังพึมพำ
“นี่ดงอุน ซื้อนมไปฝากโยดีมั้ย” คนตัวเล็กหันไปถามอีกคนอย่างขอความคิดเห็น
“ผมว่าอย่าเลยดีกว่าครับ ซื้อไปพี่เขาก็ไม่กินหรอก” ดงอุนว่าพลางคิดไปถึงสมัยเด็กๆ ที่เขาต้องคอยกินนมทุกกล่องแทนพี่
“หรอ ฉันนึกว่าโยจะชอบกินนมซะอีก ซื้อนมสตอเบอร์รี่ไปให้สักหน่อยจะยอมกินมั้ยน้า” กีกวังพึมพำขณะคิด
เพราะตั้งแต่ตอนเช้าเกือบสายที่โยซอบกลับมา คนตัวเล็กก็เอาแต่นอนและไม่ยอมออกมาจากห้องอีกเลย
สุดท้ายกีกวังก็ตัดสินใจซื้อนมสตอเบอร์รี่ไปหลายแพคใหญ่ คราวนี้กีกวังช่วยดงอุนถือเพราะลำพังของสดและของแห้งที่ตั้งใจซื้อมาเก็บตุนไว้ที่บ้านก็เยอะเต็มมือแล้ว
“นี่ ดงอุน นายมีแฟนรึยัง” เพราะระยะทางที่ค่อนข้างจะไกลสำหรับคนเดินเท้าอยู่สักหน่อย กีกวังเลยชวนน้องคุย
“ยังไม่มีครับ” ดงอุนตอบอย่างเรียบเฉย เพราะเห็นพี่ตัวเองที่ลำบากมาตลอด เขาถึงตัดสินใจทุ่มเทเวลาทุกอย่างให้กับการเรียนมาตลอด เลยไม่มีเวลาสนใจเรื่องความรักที่ควรจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กหนุ่มมัธยมปลายอย่างเขา แม้จะมีคนมากหน้าหลายตาคอยเข้ามาขอคบกับเขาก็เถอะ
“อ้า... นี่เพราะนายขี้อายรึเปล่าเนี่ย” กีกวังล้อร่างสูง ใช้ศอกดันอีกคนเล็กๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ผมก็ไม่รู้สิครับ” ดงอุนตอบไม่ค่อยถูก เพราะตกใจกับสีหน้ายามยิ้มของเพื่อนของพี่ชาย
ใครจะไปคิดว่าเพื่อนพี่โยซอบจะยิ้มน่ารักขนาดนี้
“ฮ่าๆ พี่รู้แล้วๆ เดี๋ยวพี่จะสอนให้นายหาแฟนเอง” กีกวังพูดก่อนจะทำเป็นตบบ่าคนตัวสูงกว่าไป 2-3 แปะ ดงอุนก็ได้แต่พยักหน้ารับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ตกเย็นสองพี่น้อง... จริงๆ ก็คือ (เพื่อน)พี่ และน้อง(เพื่อน) ช่วยกันทำอาหารตามที่คู่มือบอกจนสำเร็จ แม้จะทุลักทุเลแต่ก็ออกมาดีพอจะทำให้คนที่นอนซมอยู่ในห้องตื่นมาเพราะกลิ่นอาหารได้ล่ะนะ
โยซอบลุกขึ้นมาด้วยสภาพร่างกายที่ร้องประท้วง แม้จะต้องการการพักผ่อน แต่เขาก็นอนมาแทบจะทั้งวันแล้ว กระเพาะที่ยังไม่มีอาหารตกถึงถึงบีบตัวสั่งให้เขาหิวจนต้องเดินออกมาตามกลิ่นอาหารอย่างนี้
ร่างกายของเขาตอนนี้ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ตรงช่วงหว่างขา ...กับที่ใจก็เท่านั้น
“วันนี้ฉันกับดงอุนตั้งใจทำเลยนะ” กีกวังเอ่ยบอกเพื่อนรัก ในขณะที่โยซอบยิ้มรับอ่อนๆ
จริงๆ วันนี้นอกจากหลับ เขาก็นอนกลั้นน้ำตาทั้งวัน พยายามปลอบใจตัวเองกับสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว แม้จะทำใจได้แต่ก็ยากอยู่
โยซอบซดน้ำซุปฝีมือเพื่อนรักและน้องรักที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเข้าครัวได้ทีละนิด
“เป็นไงอร่อยมั้ย”
“ร้อนไปมั้ยพี่”
สองเสียงถามขึ้นมาพร้อมกัน
แม้รสชาติที่เพิ่งกลืนผ่านลงคอไปจะแทบเรียกไม่ได้ว่าเป็นน้ำซุป แต่โยซอบก็ฉีกยิ้ม
“อืม โอเคเลย” เสียงใสตอบสองคนที่ลุ้นจนตัวโก่ง โยซอบมองเพื่อนรักและน้องรักที่หันไปแปะมือกันแล้วขำเล็กน้อย
มันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เขาไม่ควรร้องไห้ เพราะเขามีคนสองคนที่ทำให้เขายิ้มได้เสมออยู่ตรงนี้...
“กินเยอะๆ เลยน้า” กีกวังพูดก่อนจะช่วยกันกับดงอุนตักของต่างๆ ให้ดยซอบ
“เมื่อคืนพี่ไปทำงานเหนื่อยเลยสิ กินเยอะๆ นะพี่”
เขาไม่มีเวลามานั่งเสียใจอีกแล้ว...
อา พรุ่งนี้เขาจะเริ่มไปหางานใหม่ที่บอร์ดประกาศงานของมหาลัย!
คิดได้แล้ว ยัง โยซอบก็ลงมือจัดการกับอาหารที่อีกสองคนช่วยกันเอาใจตักให้
“อึก!”
แล้วบรรยากาศที่เต็มไปด่วยเสียงเอาใจของกีกวังกับดงอุนก็สะดุด เมื่อโยซอบมีท่าทางแปลกไป
“อุ้บ!” มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากไว้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโยซอบกำลังเป็นอะไร
คนตัวเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะ และวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำทันที
“แหวะ!!!” ได้ยินเสียงอาเจียนดังมาแต่ไกล
ดงอุนหน้าซีดเผือด หันมาจ้องหน้ากีกวังอย่างขอความเห็น “พี่ว่าอาหารที่เราทำ...”
กีกวังไม่สนใจสิ่งที่ดงอุนพูดแต่กลับลุกขึ้นเดินตรงไปที่โทรศัพท์
“ฮัลโหล BBQ หรอครับ ขอสั่งข้าว 3 ที่ครับ”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่นอนป่วย ไม่รู้ว่าอาหารเป็นพิษหรือเพราะอะไรมา 2 วัน ผมก็ได้ฤกษ์มาเรียนสักที จะว่าไปก้ดีเหมือนกันที่ 2 วันมานี้ ปมเอาแต่นอนบนเตียงเนี่ย ถึงแม้จะลำบากตอนลุกขึ้นมาอ้วกก็เหอะ แต่พอไม่ได้เดินบ่อยๆ ผมก็หายเจ็บตรงนั้นสักที
แหม เวลาเป็นเงินนี่ครับ เรื่องอะไร ยัง โยซอบจะยอมนอนแย ปล่อยให้เวินบินหนีไปตั้ง 2 วันล่ะครับ
ตอนนี้ผมกำลังดูบอร์ดประกาศรับเด็กทำงานอยู่ มหาลัยของผมกับกีกวังเป็นมหาลัยเอกชน เพราะฉะนั้นถึงมีเด็กที่ชอบทำงานพิเศษเยอะ เพราะค่าเทอมที่ค้านข้าง(โคตร)จะแพงนี่แหละครับ
เอาน่า ยัง โยซอบจะไม่ซวยอย่างนั้นอีกแล้ว วันนี้จะต้องเป็นวันดีของผม!
เอ ... งานไหนดีน้า
ผมไล่สายตาไปตามกระดาษที่ปิดประกาศอยู่บนบอร์ด ก่อนจะหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่งที่มีมือของใครบังอยู่
“ขอโทษนะครับ ช่วยเอามือออกหน่อยครับ”
มันจะมาเท้าบอร์ดหาพระแสงยูวีอะไรแถวนี่วะครับ
“อะไรนะ ยัง โยซอบ” ไอ้มือดำว่าก่อนที่ผมจะเงยหน้าจากกระดาษไล่ไปตามแขนที่เท้าอยู่เพื่อนหันไปมองหน้ามัน...
วันนี้เป็นวันดีของผมคุณเชื่อมั้ย?
ผมคนนึงแหละไม่เชื่อ...
“ไม่เจอกันแค่ 2 วัน ลืมฉันไปแล้วเหรอ หืม ไอ้เด็กนี่”
---------------------------------------TO BE CONTINUE---------------------------------------
อ๊าา มาเสิร์ฟแล้วค่า >_<
วันนี้ขออนุญาอัพอย่างรวดเร็ว เพราะจะหมดเวลาแล้ว แหะๆ
คาดว่าตอนนี้คงมีคนหมั่นไส้จุนฮยองแน่ๆ =v=
รออ่านคอมเม้นอยู่นะคะ
ตอบเม้น ทะดา~
Joker's MAMA : ขอบคุณนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามนะคะ >_< แอบแวะไปสาดน้ำมาแล้ว แหะๆ
เจ้าชายอสูร_B2UTY : เราสิคะที่ต้องดีใจที่เม้นให้ >"< ดีใจจริงๆน้าที่ได้อ่านคอมเม้น แหะๆ แบบว่า เอนทรี 1 มีคนเม้นให้ก็ดีใจแล้ว เวลาลงแล้วไม่มีคนเม้นมันก็แอบคิดเหมือนกันว่า เค้าคงไม่ชอบฟิกเรา ฟิกเรามันไม่สนุก เค้าถึงอ่านแล้วไม่เม้นน่ะ >_< ตอนนี้ลุงดุดีขึ้นมาบ้างรึยังคะ?? XD ,, แล้วปิ้นตกลงจะเลือกมั้ย?? ติดตามต่อน้าาา~
จบทอล์คสั้นๆ อะแฮ่ม =v= เดี๋ยว คอมเม้นที่เลยทอล์คของเราไป จะมาอีกดิททีหลังนะคะ ^^
ปล. คราวหน้าจะอัพเดท สารบัญฟิกน้า >O<
เจอกันฟิกสั้นจุนซึง!

#1 By normie (124.120.33.161) on 2011-04-14 20:52