[SF] Just an accident ! {Junhyung x Hyunseung} (one shot)

posted on 20 May 2011 23:48 by chibi-uchi

 

 

 

 

 

 

 

 

It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
I hope you like it. Comments and feedback are loved!
 
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title : Just an accident ! [ Project : JUNSEUNGfact❤]

Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung

Author : shinsh

Part : one shot (ตอนเดียวจบ)

 

“เสื้อที่ผมใส่ในรูปนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่า พวกคุณเข้าใจผิดนะครับ วันนี้จุนฮยองได้รับเสื้อจากแฟนคลับมาตัวนึง แล้วมันก็รูปร่างหน้าตาเหมือนเสื้อของผมเลยล่ะ เสื้อของจุนฮยองที่พี่สไตลิสต์เตรียมไว้นั้นมีปัญหานิดหน่อยเรื่องไซส์ (เพลง Thanks To) แต่โชคดีที่เสื้อตัวที่แฟนๆให้มานั้นเหมาะกับสไตล์ของเขาพอดี

 

จุนฮยองเลยใส่เสื้อตัวเองแสดง^^ สมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเดบิวต์ ก็ไม่เคยยืมหรือใส่เสื้อผ้าตัวเดียวกันแม้แต่ครั้งเดียว เราจะมีเสื้อผ้าที่เหมือนๆ กันบ่อยมากก ทั้งๆ ที่เสื้อผ้าพวกนั้นเราต่างคนต่างซื้อหรือไม่ก็พี่ๆ สไตลิสต์เอามาให้ เพราะเป็นของจากสปอนเซอร์

 

ที่ผมโพสต์ข้อความนี้เพราะว่าพวกคุณกำลัง เข้าใจผิด พวกเราทุกคนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผม ผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าที่เหมือนกันกับคนอื่น (ไม่ก็ตัวเดียวกันกับคนอื่น) สุดท้ายนี้นะครับ เสื้อตัวที่อยู่ในรูปนี้เป็นเสื้อของผม! ฝันดีทุกคนครับ!

 

จุนฮยองกดปิด i-pad ในมือก่อนจะทิ้งวัตถุสี่เหลี่ยมดีไซน์หรูนั่นลงเบาะข้างๆ ที่มีซากศพหายใจได้ชื่อว่ายัง โยซอบนอนหลับเป็นตายอยู่ โดยไม่สนใจว่าจะทำให้เจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาแล้วบ่นไม่หยุดเรื่องไม่ค่อยมีเวลาได้พักหรือไม่ สายตาเหลือบมองอีกคนที่เป็นคนโพสต์ข้อความที่เขาเพิ่งอ่านเมื่อครู่กำลังนั่งอยู่ที่เบาะข้างหน้า มียุน ดูจุนที่มีคิวงานต่อกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทละครที่กำลังจะถ่ายนั่งอยู่ใกล้ๆ

 

“ฉันว่าฮยอนซึงต้องร้อนตัวแน่ๆ”

 

“บางทีพี่เค้าอาจจะแค่ไม่ชอบให้ใครคิดว่าใส่เสื้อคนอื่นก็ได้ พี่เค้ามีแนวของตัวเองนี่”

 

“ฮยอนซึงตั้งใจอธิบาย อย่างกับมันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นแหละ”

 

“ถ้าไม่จริงทำไมเขาต้องใส่ใจเรื่องนี้ขนาดนั้นด้วย? แล้วทำไมจุนฮยองไม่เห็นพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยล่ะ”

 

หลับตานึกถึงคอมเมนท์ของเหล่าแฟนๆ ที่โพสต์พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเขากับ จาง ฮยอนซึง ด้วยหัวข้อชวนปวดหัวที่ว่า เขากับฮยอนซึงใส่เสื้อเหมือนกันอีกแล้ว

 

ใช่ อีกแล้ว... ไม่ต้องนั่งปฏิเสธให้มากเรื่อง กระทู้ต่างๆ ของแฟนๆ ที่คุยกันในอินเตอร์เนทมีเซตภาพจับคู่ของเขากับฮยอนซึงไว้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือของใช้ต่างๆ ที่เขากับฮยอนซึงต่างก็มีคล้ายกัน

 

จุนฮยองถอนหายใจอีกรอบก่อนจะหันไปมองคนในหัวข้ออีกครั้ง คราวนี้เหมือนอีกคนจะรู้ตัวว่าโดนจ้องจึงหันมามองเชิงเป็นคำถามว่า “มีอะไรมั้ย?” ก่อนจะหันหน้ากลับไปเมื่อเขาส่งสัญญาณว่า “แค่วางสายตาผิดที่” ก็เท่านั้น

 

เหมือนจะเป็นสายตาปกติ แต่สีหน้าเมื่อครู่ก่อนที่จะหันกลับไปก็เป็นเชิงว่า “ถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยอย่ามอง!” คล้ายกับที่หันมาถามเป็นเพียงมารยาทของ เพื่อนร่วมวง ก็เท่านั้น

 

เมื่อคิดได้ว่าทำให้อีกคนอึดอัดใจร่างสูงจึงเปลี่ยนที่พักสายตาไปเป็นกองพะเนินของของขวัญจากแฟนๆ ที่วันนี้ดูเหมือนจะได้เยอะมากเป็นพิเศษ ปกติจุนฮยองไม่ใช่คนที่จะนั่งคิดว่าจะมีอะไรเซอร์ไพร์สรึเปล่าหรอก แต่ตอนนี้การนั่งทายสิ่งของที่อยู่ในห่อที่ได้รับจากแฟนๆ ว่าเป็นอะไร ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมเดียวที่เขาคิดว่าน่าทำที่สุดก็เท่านั้น

 

บางทีเขาอาจควรเดาว่ากล่องไหนเป็นของเขา กล่องไหนเป็นของฮยอนซึง และที่สำคัญกล่องไหนมีของที่เขาไม่ควรจะได้รับอีก...สิ่งของที่เหมือนกับที่ฮยอนซึงมีน่ะ

 

 

-- JUST AN ACCIDENT --

 

 

รถตู้ของศิลปินค่ายคิวบ์เคลื่อนเข้าสู่ตัวตึก เพียงเวลาอันรวดเร็วที่ล้อสีดำได้หยุดพักอยู่บนพื้นโรงจดรถของคอนโดมิเนียมกลางกรุงโซล สมาชิกวง BEAST ค่อยๆ ทยอยลงมาจากรถ ช่วยกันส่งของต่างๆ ที่แฟนหรือเหล่าบิวตี้มอบให้ ยัดใส่มือคนที่ไม่มีตารางงานต่อและขอโดดซ้อมอย่างลวกๆ ก่อนที่จะกระโดดขึ้นตัวรถอีกครั้งแล้วก็รถตู้ก็เคลื่อนตัวจากไป

 

ถ้าเมื่อวานเป็นวันซวยๆ ที่ฮยอนซึงเผลอหงุดหงิดเขาด้วยเรื่องการตั้งข้อสังเกตของแฟนๆ

 

วันนี้คงเป็นวันโคตรซวยที่เผอิญคนที่ไม่มีตารางงานและโดดซ้อมมีเพียงเขากับฮยอนซึงพอดี

 

“ถือไหวไหม” ถามเมื่อเห็นอีกคนวุ่นวายอยู่กับของที่จะตกแหล่มิตกแหล่ที่มือขวา ก่อนที่คนตรงหน้าจะให้คำตอบด้วยการเดินตั้งหน้าตั้งตาไปที่ลิฟท์แบบไม่รอให้เขาได้เล่นบทต่อไป

 

ฟุ่บ!

 

พอเข้ามาที่ตัวลิฟท์ได้ กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดแปลกตาก็ตกลงจากมือข้างขวาของคนตัวเล็กแล้วก็ทันทีที่จุนฮยองรับได้

 

จุนฮยองมองหน้าอีกคนเป็นเชิงบอกว่า “ให้ช่วยแต่แรกก็หมดเรื่อง” ก่อนที่อีกคนจะมองเป็นเชิงว่า “นายยุ่งเอง ความจริงฉันเก็บเองได้” แล้วบนสนทนาในลิฟท์ก็เป็นไปด้วยความเงียบอีกครั้ง

 

....

 

............

 

...........................

 

ไม่ถึงหนึ่งนาทีที่ตัวลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นของพวกเขา จุนฮยองชิงเดินนำหน้าร่างเพรียวแล้วเปิดประตูด้วยความถนัดก่อนจะปล่อยค้างไว้เพราะรู้ดีว่าอีกคนคงไม่มีปัญญาเปิดด้วยมือที่พะรุงพะรังไปด้วยของเป็นแน่

 

“ขอบคุณ” ฮยอนซึงพูดด้วยคำพูดแผ่วเบาแล้วเดินเลยไปที่ห้องนั่งเล่นที่ติดกันกับห้องครัว วางของที่ทนถือไว้ไม่ไหวไว้ที่มุมกองเสื้อผ้า บิดขี้เกียจก่อนจะเดินหน้าเข้าห้อง แล้วออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวเตรียมพร้อมจะอาบน้ำ

 

จุนฮยองมองอีกคนที่ทำทุกอย่างอย่างเร่งรีบและไม่สนใจจะพูดคุยกับเขาที่เป็น ‘เพื่อนร่วมวง’ แม้สักนิด ถอนหายใจแล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเสื้อ ก่อนจะกลับมานั่งกดเปลี่ยนช่องด้วยรีโมตเล่นๆ โดยไม่สนใจความเคลื่อนไหวในจอสี่เหลี่ยมแม้สักนิด

 

ที่เขาตั้งใจฟังอยู่คือเสียงน้ำที่อีกคนกำลังอาบอยู่ต่างหาก...

 

แล้วที่เขาดูอยู่คือประตูห้องน้ำที่เมื่อไรจะเปิดออกแล้วได้เห็นคนในนั้นเดินออกมาต่างหาก...

 

แกร๊ก!

 

แล้วการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงด้วยเสียงเปิดประตู พร้อมกับร่างเพรียวที่ผิวกายยังชื้นละอองน้ำเดินออกมา และเพราะเลี่ยงไม่ได้ที่จะหันมามองทางห้องนั่งเล่นที่มีร่างสูงอยู่พอดี สายตากลมโตจึงพลันได้จ้องกับจุนฮยองที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

 ฮยอนซึงมองเลยจุนฮยองที่นอนอยู่แถวๆ ของขวัญของแฟนที่เขากองไว้เมื่อครู่ แล้วก็เดินเลยไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาดื่ม…

 

“นี่นายคิดจะเมินของที่แฟนๆ ให้ไปตลอดกาลเลยรึไง” แล้วความใจเย็นที่ชื่อว่าอดทนของจุนฮยองก็หมดลง ร่างสูงเริ่มเปิดปากพูดเป็นเชิงจริงจัง เหล่มองกล่องของขวัญข้างๆ ตัวก่อนจะหยิบชิ้นที่ฮยอนซึงเคยเผลอทำตกในลิฟท์และเขาเป็นคนเก็บมันขึ้นมา มือแกร่งยื่นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่น้ำหนักพอดีมือไปทางคนที่ตั้งหน้าตั้งตารินน้ำแบบจงใจเลี่ยงสายตาเกินเหตุ

 

“ว่าไง ฮยอนซึง” ถามซ้ำคล้ายเป็นเชิงย้ำว่าครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยโอกาสให้อีกคนหนีต่อไป...

 

อึก!

 

ฮยอนซึงกลืนน้ำอึกสุดท้ายด้วยความลำบากยากเย็น คล้ายกับว่าตัวช่วยตัวสุดท้ายของเขากำลังถูกกลืนหายลงไปด้วย มือเรียววางแก้วน้อยแบบส่งสายตาตัดพ้อที่หากแก้วใบนั้นมีชีวิตแล้วได้เห็นสายตาอย่างนั้นคงเสียใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะฮยอนซึงสาบานกับตัวเองไปแล้วว่าเขาจะไม่เลือกซื้อเวลาด้วยการแกล้งกินน้ำที่ไม่ถึงนาทีก็หมดขวดอีกเด็ดขาด!

 

“ใจคอนายจะเมินของขวัญจากแฟนๆ จริงๆ ใช่มั้ย”  เหยียดยิ้มเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหนี

 

“...” ไม่มีคำตอบรับแต่ก็เดินมานั่งข้างๆ กองของขวัญอย่างว่าง่าย

 

จุนฮยองกำลังล้อเล่นกับความหงุดหงิดของฮยอนซึง...

 

สำหรับคนอื่นแล้วมันคงเป็นเรื่องเล็กน้อยกับการโดนจับคู่ แต่กับฮยอนซึงไม่ใช่...

 

แม้จะรู้มาบ้าง ว่าพวกแฟนๆ ชอบจับคู่เขากับจุนฮยองแต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่โดนหาว่าเขากับจุนฮยองใส่เสื้อตัวเดียวกันหรือแบ่งของกันใช้ ทั้งๆ ที่เสื้อตัวนั้นๆ เขาก็เป็นคนหาซื้อมาเองทุกทีแล้วอีกอย่างเขาก็เป็นคนเลือกด้วย

 

ถึงมันจะบังเอิญตรงกับเสื้อที่จุนฮยองซื้อมา หรือบางครั้งพี่สไตล์ลิชจะเลือกเสื้อแบบเดียวกับที่เขามีให้จุนฮยองใส่ก็เถอะ...

 

แต่ที่หงุดหงิดคือพักหลังๆ ของขวัญที่จุนฮยองได้รับจากแฟนๆ ส่วนใหญ่มักเป็นอะไรกับที่คล้ายๆ กันกับของที่เขามีอยู่ ในทางตรงกันข้ามเขาก็ได้รับของขวัญที่เหมือนกับของที่จุนฮยองมีอยู่ด้วย...

 

ที่หนักกว่าคือบางครั้งก็จงใจซื้อให้เขาทั้งสองคนเป็นคู่...

 

ถึงเขาจะไม่เชี่ยวชาญเหมือนคนที่มีแฟนมาแล้วตั้ง 11 คนอย่างจุนฮยองแต่เขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาพอที่จะไม่รู้เจตนาของแฟนๆ ที่ส่งของเหล่านี้มาให้พวกเขานะ

 

“นายเป็นศิลปินนายต้องเข้าใจความสุขของแฟนๆ ไม่ใช่รึไง” จุนฮยองพูดประโยคเดิมเหมือนกับทุกครั้งที่เขาต้องมานั่งทำหน้าลำบากใจเมื่อเห็นของที่ได้จากแฟนๆ ที่เหมือนกันเด๊ะๆ กับของจุนฮยอง

 

ก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่ามีแฟนๆ บางกลุ่มที่ชอบความรักระหว่างสมาชิกในวงกันเอง แต่เขาก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดี...

 

“หึ” จุนฮยองแค่นยิ้มเล็กๆ แต่ก็พอจะเรียงสายตาหงุดหงิดจากเพื่อนร่วมวงอีกคนได้

 

ทำไมจุนฮยองจะไม่รู้ว่าฮยอนซึงหงุดหงิดยังไง แต่ที่เขาขำคือความน่ารักที่บางครั้งก็ชวนให้เขาหงุดหงิดได้เหมือนกันของฮยอนซึง

 

เพราะเมื่อมีเรื่องแบบนี้ทีไร คนตรงหน้ามักจะตั้งใจรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดจากคลิปที่แฟนๆ ถ่ายที่เขาทั้งสองคนแทบจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ต่อกัน จนกลายเป็นว่าแฟนคลับบางกลุ่มคิดว่าพวกเขาไม่สนิทกันด้วยซ้ำ

 

หารู้ไม่ว่า นั่นเป็นความจงใจของร่างบางล้วนๆ ที่แค่ไม่อยากให้แฟนๆ เข้าใจผิดเรื่องสถานะของตัวเองกับเขา ถึงจงใจรักษาระยะห่าง ไม่พูดไม่คุย แถมยังมากำชับกับเขาให้ทำแบบเดียวกันอีกต่างหาก

 

เพราะอย่างนั้นบางครั้งมันก็ถือเป็นกรรมของแฟนๆ ที่อยากเห็นการแสดงออกระหว่างกันระหว่างเขาสองคน ที่ต้องงงไปมาว่าตกลงพวกเขามีอะไรลึกซึ้งยิ่งกว่าการเป็นเพื่อนร่วมวงจริงหรือไม่จริง

 

เพราะเวลาที่เจ้าของใบหน้าค่อนไปทางผู้หญิงลืมความหงุดหงิดได้เมื่อไร ความใกล้ชิดของพวกเขาก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม และโดนแฟนๆ สังเกตจนกลายเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบเรียกว่า โมเมนต์ ทุกที

 

และเขาหวังว่าหลังจากที่ได้คุยกันวันนี้ ก็คงจะมีอีกเช่นกัน...

 

“ถ้านายหงุดหงิดใจขนาดนั้น ฉันไม่รับของจากแฟนๆ ก็ได้เอามั้ยล่ะ” ถามเป็นเชิงท้าทายเมื่อยังเห็นคนตรงหน้าทำหน้าลำบากใจอยู่

 

ประกาศ ต่อไปนี้ผมจะไม่รับของที่เหมือนกับของของจาง ฮยอนซึง อีกเด็ดขาด ....อย่างนี้ดีมั้ยล่ะ ฮยอนซึง”

 

“เลิกประชดสักที” แล้วฮยอนซึงก็หยุดริมฝีปากหนาที่ทำหน้าที่กวนเขาได้ไม่หยุดด้วยการตัดบทกึ่งตัดพ้อ

 

“งั้นก็เลิกปั้นหน้าลำบากใจได้แล้ว นี่เป็นของที่แฟนๆ ตั้งใจทำมาให้นายนะ” ว่าแล้วก็ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมที่ถือไว้อยู่นานใส่คนที่ยังนั่งทำหน้าปั้นยากอยู่

 

ตัดสินใจกลับไปทำธุระส่วนตัวด้วยรอยยิ้ม เหมือนพี่ชายที่เพิ่งได้สั่งสอนน้องไม่เจียนโลกของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น...

 

 

-- JUST AN ACCIDENT --

 

 

“เฮ่อ” จุนฮยองครางอย่างสบายอารมณ์หลังจากที่ได้ชำระร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสร็จ บรรยากาศสดชื่นทำให้เขาใช้เวลายาวนานอยู่ในห้องน้ำ จนเมื่อได้ยินเสียงกุกกักตรงประตู...

 

“จุนฮยอง...” เสียงเรียกอ่อนแรงจากด้านนอกดึงความสนใจจากร่างสูง จุนฮยองใช้ผ้าขนหนูสีขาวมัดคลุมร่างกายส่วนล่างอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู

 

“นาย ....ช้าจัง” คนที่ก่อกวนการอาบน้ำของเขาพูดติดๆ ขัดๆ พลางหลบสายตา มือเรียวยกขึ้นปัดป่ายไปมาในอากาศเป็นเชิงไล่ให้อีกคนเดินออกมาจากห้องน้ำสักที สภาพอาการที่ดูแปลกไปทำให้จุนฮยองก้าวขาออกอย่างไม่ค่อยจะรวดเร็วนัก

 

“หลบไป” ฮยอนซึงตัดสินใจพูด ริมฝีปากบางสีกลีบกุหลาบขบกันแน่นราวกับร่างบางกำลังอดกลั้นจากอะไรสักอย่าง

 

“นายเป็น...”

 

“อย่านะ!”

 

ตั้งใจจะถามอีกคนว่าเป็นอะไรรึเปล่าแล้วเอื้อมมือไปจับข้อมือเรียวตามที่เคยชินก็เท่านั้น แต่ดวงตาชั้นเดียวของจุนฮยองก็ต้องเบิกโพลงด้วยความไม่เข้าใจเมื่ออีกคนปัดมือเขาและมีท่าทีต่อต้าน

 

“อย่าแตะตัวฉัน” คนตัวเล็กกว่าบอกก่อนจะเบียดกายเพื่อก้าวเข้าไปในห้องน้ำ

 

“นายเป็นอะไรมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนฮยอนซึง” ด้วยเพราะตามนิสัยเดิมของตัวเองก็เป็นคนไม่ค่อยชอบอะไรไม่ชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งมาถูกอีกคนเมินและทำท่าทีอย่างนี้ใส่ เส้นบางๆ ที่ชื่อว่า ความอดทน ของเขาก็พาลจะขาดลงอย่างง่ายดายอีกครั้ง

 

จุนฮยองคว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่าแล้วใช้มืออีกข้างคว้าเอวบาง พลิกตัวฮยอนซึงให้หันมาเผชิญหน้า

 

“ฉะ...ฉันไม่เป็นอะไร” คนถูกคาดคั้นตอบเสียงแหบพลางหลบสายตา จังหวะลมหายใจหอบถี่กว่าปกติและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนขึ้นทำให้ผิวสีขาวขึ้นสีขับให้ใบหน้าน่ามองขึ้นไปอีก

 

“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง มองหน้าฉันสิ ฮยอนซึง!” ปากหยักออกคำสั่งเมื่อฮยอนซึงจงใจหลบสายตาและเอาแต่ปฏิเสธทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่ว่าร่างบางเป็นอะไรแน่ๆ ขาเรียวนั่นก็แทบจะทรงตัวอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีมีเขาที่ประคองเอวเล็กนั่นอยู่กับผนังห้องน้ำล่ะก็ คนตรงหน้าคงกองกับพื้นไปแล้ว

 

“ฮึก ฉัน...” เพราะกลัวเสียงตะคอกของอีกคนที่ทำให้รู้ว่าในเวลานี้ร่างสูงเอาจริง ดวงตาสีอำพันถึงต้องลืมขึ้นสบกับคนตัวสูงกว่า ที่หางตาเรียวเริ่มมีน้ำสีใสรื้นขึ้นบ่งบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ร่างบางพยายามต่อสู้อยู่

 

“ปล่อยที ทรมาณ...” พยายามยื้อยุดข้อมือตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการโดยเร็ว แต่ก็ไม่เป็นผล ตรงกันข้ามแรงที่ข้อมือแกร่งกอบกุมไว้ยิ่งมากขึ้นไปอีก

 

“นายไปทำอะไรมา บอกฉันมา!” จุนฮยองคาดคั้นพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันเพื่อหาคำตอบแต่อีกคนก็ยังคงหลบสายตาอยู่อย่างนั้น

 

สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบจากกลีบปากสีชมพูดนั่น จุนฮยองละสายตาจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมาณของฮยอนซึงก่อนจะมองกลับเข้าไปในบริเวณห้องนั่งเล่น

 

ปล่อยอีกคนให้หล่นไปกองกับพื้น ก้าวขาฉับไปหยุดอยู่ตรงที่ที่คิดว่าจาง ฮยอนซึงเพิ่งนั่งอยู่เมื่อครู่ สายตาคมก้มมองกล่องของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีฉูดฉาดอันเดียวกับที่เขาเพิ่งยื่นให้คนตัวเล็กก่อนจะเข้าห้องน้ำไป กระดาษมันเงาที่เคลือบกล่องสีเหลี่ยมผืนผ้านั้นถูกฉีกเป็นรอยบ่งบอกได้ว่ามีคนพยายามแกะดูสิ่งที่อยู่ข้างในซึ่งแน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจาง ฮยอนซึง

 

มือแกร่งหยิบกระดาษฟอยด์สีเงินวาวที่เกลื่อนอยู่บนพื้น เห็นคราบสีน้ำตาลเข้มที่ติดอยู่ตามขอบกระดาษ ใช้นิ้วมือแต้มก่อนจะนำมาแตะริมฝีปากเป็นการลิ้มรสก่อนจะทันได้เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องของขวัญนี่คือะไร

 

ช็อกโกแลต... 

 

มองกล่องกระดาษและกระดาษห่อขนมที่กลายเป็นเศษขยะไปแล้วก่อนจะเงยหน้าไปมองคนอีกคนที่นั่งหมดแรงและหายใจหอบถี่ที่ผนังหน้าห้องน้ำ

 

นี่เป็นของขวัญสำหรับพี่จุนฮยองและพี่ฮยอนซึงนะคะ  

ฉันหวังว่าช็อกโกแลตกล่องนี้คงทำให้พี่ทั้งสองมีความสุขมากๆ แน่เลย^^ 

ปล. อย่ากินตอนที่ไม่มีเวลาพักนะคะ 

From : Your B2uty 

 

กระดาษสีชมพูที่แนบมากับกล่องขนมถูกหยิบขึ้นมาอ่าน สายตาคมไล่ไปตามตัวอักษร อ่านย้ำอีกครั้งก่อนจะทันได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 

“นี่! นายกินมันทั้งหมดนี่ไปแล้วเหรอ” ตะโกนถามคนที่แทบไม่มีแรงจะพยุงตัวเองเข้าห้องน้ำ เห็นฮยอนซึงนอนหายใจหอบด้วยใบหน้าร้อนผ่าวที่กลายเป็นสีแดงระเรื่อไปจนถึงลำคอ เรียวขาของอีกคนก็จงใจแนบชิดเข้าหากันคล้ายกับมีบางอย่างที่ร่างบางจัดการไม่ได้อยู่บริเวณนั้น

 

ฮยอนซึงพยักหน้ารับกับคำถามของจุนฮยองที่เริ่มทำหน้ายุ่ง

 

นี่อย่าบอกนะว่า….

 

ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นอาการของฮยอนซึงซึ่งยืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง

 

มีแฟนคลับบางกลุ่มที่ชอบความรักระหว่างเพื่อนร่วมวงของพวกเขา

 

นั่นเป็นเหตุผลที่มีเสื้อคู่ แหวนคู่ และสิ่งของต่างๆ ที่จงใจซื้อให้พวกเขาทั้งสองคนเป็นคู่

 

แต่จุนฮยองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะถึงขั้นที่ส่งของซึ่งจงใจให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นคู่มาให้อย่างนี้…

 

“อือ” เจ้าของใบหน้าสวยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองตอนนี้ส่งเสียงดังออกมาหลังจากที่พยายามคลานเข่าเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ

 

จุนฮยองสาวเท้าเข้าไปฉุดร่างอีกคนขึ้นทันทีเมื่อเห็นอาการที่น่าเป็นห่วง

 

“ปล่อย” ริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่แดงจัดและเผยอเล็กน้อยออกปากบอกคนที่รั้งตัวเองเอาไว้

 

“ฉันขออยู่คนเดียวนะจุนฮยอง” ฮยอนซึงหายใจติดขัด ส่งสายตาอ้อนวอนมองคนที่พยุงตัวเองอยู่หวังจะให้อีกคนก้าวออกจากห้องไป

 

แต่อีกคนก็ทำตรงกันข้าม…

 

จุนฮยองดันร่างบางซึ่งไร้เรี่ยวแรงต่อต้านกับผนังของห้องน้ำ เอื้อมมื้อเปิดก๊อกจนน้ำไหลเปียกคนตัวเล็ก

 

“นายทำอะไร” ฮยอนซึงถามอย่างไปเข้าใจ

 

“นี่นายรู้ตัวรึเปล่าว่าเป็นอะไร” จุนฮยองกลับตอบคำถามด้วยคำถาม

 

“ฉันแค่ร้อน” ฮยอนซึงตอบพลางหลบสายตา ตัวสั่นๆ กับร่างกายที่อ่อนระทวยบอกเป็นนัยๆ ว่าคนตัวเล็กเขินที่จะพูดถึงสภาพของตนเอง

 

“นายโดนยาปลุกเซ็กซ์” จุนฮยองพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนคนตัวเล็กกว่าตวัดตามองอย่างตกใจ แต่ก็ไม่นานที่สายตากลมโตจ้องสายจาคม เพราะเพียงมองหน้าร่างสูงได้ ฮยอนซึงก็หลยสายตาแทบจะในทันที เพราะความรู้สึกที่ยากจะควบคุมทำให้ฮยอนซึงเป็นอย่างนั้น

 

“นายออกไปสักที” ฮยอนซึงออกปากขอร้องอีกครั้ง ใช้มือที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงดันอกอีกคนให้ออกห่างออกไป แต่จุนฮยองกลับขืนไว้

 

“ถ้าจะทำให้อารมณ์นายเบา ต้องตากน้ำเย็น” ร่างสูงพูดด้วยถ้อยคำฉะฉานผิดกับอีกคนที่ได้แต่เขินอายกับถ้อยคำตรงตัวนั่น

 

“แต่ฉัน…” แม้จะเชื่อในคำพูดของจุนฮยองแต่ฮยอนซึงก็ยังยืนยันเจตนาเดิมที่อยากให้อีกคนออกไป ร่างบางเม้มปากแน่น

 

ความรู้สึกบางอย่างที่แล่นพล่านทั่วตัวเขาตอนนี้เป็นสิ่งที่จัดการได้ยาก จนแทบจะจัดการไม่ได้ และเขารู้ดีที่สุด ไม่ต่างจากจุนฮยองที่คงรู้ดีหลังจากเห็นสภาพของเขา

 

“ไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหวก็บอกฉัน” จุนฮยองพูดด้วยถ้อยคำอบอุ่น แต่ฮยอนซึงก็ไม่อยากจะเชื่อในคำพูดพวกนั้นเลย

 

เวลาอย่างนี้… สิ่งที่ร่างบางต้องการคือช่วงเวลาส่วนตัวมากกว่า

 

“อือ” ริมฝีปากบางส่งเสียงครางอีกครั้ง  ตอนนี้ฮยอนซึงยังยืนอยู่ได้เพราะฝ่ามือที่กดสะโพกเขายันไว้กับผนัง เนื้อตัวฮยอนซึงขึ้นสีแดงไปหมด เพราะน้ำเย็นที่สาดลงมาจากฝักบัวอย่างต่อเนื่อง และเพราะอารมณ์ที่ดูไม่มีทีท่าจะลดน้อยลงเลย

 

“อือ จุนฮยอง…” เริ่มครางอีกครั้งด้วยชื่อของอีกคน ตาเรียวตัดสินใจสบกับสายตาคมเป็นการขอร้องครั้งสุดท้าย

 

แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์…

 

“อ้ะ!” เพราะความพยายามสุดท้ายของร่างบางตั้งใจจะออกแรงผลักจุนฮยองออกกลับกลายเป็นทำให้ตัวเองลื่นลงไปกองกับพื้นพร้อมๆ กับจุนฮยอง

 

ใบหน้าคมฝังอยู่พวงแก้มของคนต้นเหตุ เป็นเพียงชั่ววินาทีที่จุนฮยองตั้งใจจะละใบหน้าออก และสบกับดวงตาเรียวที่ฉายแววปรารถนาอย่างไร้การเสแสร้ง

 

ร่างสูงโน้มลงจูบกับริมฝีปากบางที่เผยอราวกับรออยู่แล้ว ลิ้นเล็กตอบสนองลิ้นหนาที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดตอบโต้แม้จะไม่คุ้นเคยแต่เพราะการชักนำของคนตัวสูงกว่าทำให้กลายเป็นจูบที่ดูดดื่มและเนิ่นนาน

 

จุนฮยองถอนปากออกพร้อมกับที่ร่างบางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดและหอบถี่กับจุมพิตนั้นอีกครั้ง สายตาของคนที่เกือบไร้สติยังคงจับจ้องอยู่ที่เรียวปากของอีกคนที่เป็นคนเริ่มจูบเมื่อครู่

 

จุนฮยองโน้มลงจูบคนตัวบางอีกครั้งพร้อมๆ กับมือซึ่งเคยใชพยุงคนตัวเล็กเมื่อครู่ ที่เริ่มลูบไล้ไปบนผิวเนียน ทั่วลำตัวบาง โดยเฉพาะพื้นที่ได้ชายเสื้อและต้นขาเรียว

 

“ฮ่าห์” จุนฮยองถอนปากออกอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองร่างบางที่หอบถี่จากจูบอันหนักหน่วงอย่างชั่งคิด

 

นี่เขากำลังทำอะไรอยู่…

 

ตอนนี้ฮยอนซึงกำลังอยู่ในสถานกาณที่ลำบากเพราะดันไปกินช็อกโกแลตที่ได้มาจากแฟนๆ ซึ่งเขาเชื่อว่ามีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กซ์อยู่ และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในหอร่วมกับฮยอนซึงตอนนี้ และมีสติครบถ้วน

 

ใช่ เขามีสติครบถ้วย ในขณะที่ฮยอนซึงกำลังเรียกร้องเขาเพราะแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า

 

…แต่เขาก็ใช้โอกาสนั้นช่วงชิงความหวานจากเรียวปากรั้นนั่นไปแล้วถึงสองครั้ง

 

เขาควรหยุด จุนฮยองบอกตัวเองว่าอย่างนั้น

 

แต่การกระทำต่อไปช่างแตกต่างกับความคิดเหลือเกิน…

 

มือหนายกขึ้นปิดฝักบัวก่อนจะรั้งเสื้อของกายบางขึ้น จุนฮยองถอดเสื้อผ้าของร่างบางที่เปียกชุ่มออกก่อนที่จะตอบรับความปรารถนาของร่างบางที่ตื่นตัวมาได้พักใหญ่

 

“อือ…” ฮยอนซึงส่งเสียงครางเมื่อส่วนอ่อนไหวได้รับการปลอบปะลกด้วยลิ้นอุ่นร้อนที่เพิ่งมอบความสุขให้แก่เรียวปากเขาเมื่อครู่

 

ร่างสูงพรมจูบอยู่ที่ช่วงกึ่งกลางหว่างขาของร่างบาง จนเมื่อกายบางตอบรับด้วยการเกร็งสะท้าน จุนฮยองก็ช้อนตัวอีกคนที่เพิ่งปล่อยของเหลวขาวขุ่นขึ้น และเดินตรงไปที่ห้องนอน

 

“พอเถอะ…” คนตัวเล็กบอกว่าอย่างนั้น เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองสัมผัสกับเตียงนุ่ม

 

แต่ก็ดูเหมือนเพื่อนร่วมวงของฮยอนซึงจะใจดีเป็นพิเศษเมื่อตั้งใจช่วยเขาตอบรับความปรารถนาที่ยากจะจัดการของตัวเอง

 

“จุนฮยอง… หยุดก่อนที่นายจะถลำลึกมากไปกว่านี้” นั่นเป็นเป็นคำเตือนสุดท้ายของคนที่พยายามจะมีสติก่อนที่คนฟังที่มีสติครบทุกอย่างจะจงใจปิดประโยคด้วยการจูบ

 

 

-- JUST AN ACCIDENT --

 

 

“อ้ะ… ฮ่าห์… อ้ะ อ๊า… แฮ่ก แฮ่ก… อ่า…” เสียงครางดังต่อเนื่องและหยุดลงเมื่ออารมณ์ดำเนินมาจนถึงขีดสุด

 

จุนฮยองทิ้งกายลงนอนข้างร่างบางเจ้าของเสียงครางหวานเมื่อครู่อีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มเหงื่อ และหอบหายใจเพราะจังหวะที่เร่าร้อนเมื่อครู่ไม่ต่างกัน

 

ร่างสูงคิดว่านั่นเป็นการกระทำครั้งสุดท้ายที่เขาช่วยปลดปล่อยอารมณ์ของฮยอนซึง เพื่อนร่วมวงที่ดันเผลอไปกินช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กซ์ จุนฮยองตั้งใจจะผลอยหลับ แต่ก็ต้องลืมตาอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดจากคนที่นอนอยู่ข้างๆ กัน

 

“จุนฮยอง…” สิ่งที่ผ่านพ้นริมฝีปากของจาง ฮยอนซึงมามีเพียงแค่ชื่อ แต่สายตาหยาดเยิ้มที่จุนฮยองได้สบสื่อความหมายที่มากกว่านั้น

 

จุนฮยองดึงเรี่ยวแรงของตัวเองกลับมาอีกครั้งก่อนจะชันกายขึ้นคร่อมร่างบางแล้วพลิกตนตัวเล็กให้ไปอยู่ด้านบน

 

อารมณ์ซึงที่ถูกปลุกเร้าของฮยอนยังไม่หมด…

 

“งั้นตานี้นายอยู่ข้างบนแล้วกันนะ” 

 

 

-- JUST AN ACCIDENT --

 

 

“พี่ มีบิวตี้ซื้อช็อกโกแลตให้ผมแหละ ห่อสวยดีนะ” ยัง โยซอบพูดด้วยสีหน้าร่าเริง แทนตัวเองด้วยคำสุภาพกับจุนฮยองก่อนที่เจ้ามักเน่ตัวปลอมจะหันไปมองหัวหน้าวงอย่างขอความเห็น

 

ยุน ดูจุนพยักหน้ารับเออออตามที่โยซอบพูดก่อนจะใช้มือแกร่งแย่งกล่อมของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ห่อด้วยกระดาษมันสีฉูดฉาดไปจากมือคนตัวเล็ก

 

ฮยอนซึงและจุนฮยองที่นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถตู้หันไปมองตามเสียงพูดของโยซอบ

 

และแทบจะในทันทีที่ใบหน้าของต่างคนต่างเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยเฉพาะจาง ฮยอนซึง ก่อนที่ทั้งสองคนจะหันมาสบตากันและหลบสายตากันดื้อๆ

 

“อืม น่าลองดี” ดูจุนพูดหลังจากพิจารณากล่องของขวัญที่โยซอบเพิ่งแกะเล็กน้อยที่ส่วนหัวพอให้เห็นว่าข้างในเป็นช็อกโกแลต

 

“อะไร… บิวตี้ซื้อให้ผมนะ นี่ดูจุนจะแย่งผมกินหรอ” คนตัวเล็กทำใบหน้าบูดบึ้งคล้ายกับงอน

 

“นี่ไง สำหรับดูจุนและยังโยซอบ …บิวตี้เค้าให้ทั้งนายและฉันต่างหากล่ะ เจ้าเด็กโง่” ดูจนว่าพลางใช้กล่องช็อกโกแลตตีคนตัวเล็กด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปพิจารณากล่องช็อกโกแลตในมืออีกครั้ง

 

“เอาไว้วันหยุดนี้เราสองคนค่อยกินกัน” ร่างสูงหล่อพูดก่อนที่คนตัวเล็กจะพยักหน้าเห็นด้วย

 

จุนฮยองและฮยอนซึงละจากคนสองคนที่เบาะหน้าของรถตู้ก่อนจะหันมาสบตากันอีกครั้ง…

 

และใบหน้าของทั้งสองคนก็แดงอีกรอบ

 

เรื่องระหว่างพวกเขาน่ะเหรอ... มันก็แค่อุบัติเหตเท่านั้นแหละ!

 

 

--- Just an accident :: END ❤ ---

 

สวัสดีค่า >O< คิดถึงกันมั้ยเอ่ย??
ฮ่าๆ มาลงฟิกเวลาอย่างนี้จะมีใครมาอ่านมั้ยน้าาาา
ฟิกเรื่องเป็นหนึ่งในโปรเจค JUNSEUNGfact❤ ของเราเอง
โปรเจคนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ รวมฟิกที่เกิดจากการจิ้นจากเหตุการณ์จริงของจุนซึงนี่แหละ
เหมือนอย่างตอนที่ฮยอนซึงหายหน้าไปอย่างคราวที่แล้ว ที่ได้เป็นเรื่องศึกชิงคอนเฟล็กซ์มานั่นแหละค่ะ

เรื่องนี้แต่งไว้นานแล้ว ตั้งแต่ที่ฮยอนซึงอัพโยจึมช่วงวันนั้นแหละค่ะ
เห็นการปฏิเสธอย่างจริงจังแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ
แต่เพราะความขี้เกียจกับเขียนฉากนั้นต่อไม่ได้ เราถึงไม่ได้เขียนต่อให้จบ
จนมาถึงวันนี้แหละค่า > < ได้ฤกษ์ลงสักที

ขอขอบคุณ คุณ PALMIGO จาก B2ST-Thailand มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ >.<
เป็นเพราะทอปิกของคุณ PALMIGO (http://b2st-thailand.com/forum/index.php?showtopic=2872) ด้วยนี่แหละค่ะที่ทำให้เกิดเป็นฟิกนี้และฟิกมันจบลงได้
ไม่รู้จะมาอ่านฟิกเรารึเปล่า แต่ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ > <

หวังว่าจะชอบกันน้าาา

เก็บตกเล็กน้อยจากแฟคในเรื่องค่ะ
http://twitpic.com/show/large/3p3pq6 , http://twitpic.com/3p3r89 , http://twitpic.com/3p3rep , http://twitpic.com/3p3rue

ส่วนเลิฟอิสยังขอให้รอไปก่อนนะคะ T^T
จัดการเรื่องมหาลัยเสร็จเราก็จะปั่นอยู่เรื่อยๆน้า
ตอนนี้เราอยู่ กทม. ค่ะ อยู่ยาถึงสิ้นเดือนเลย คงวุ่นๆ อีกนาน

ยังไงก็ขอบคุณคอมเม้นของทุกคนในเอนทรีที่แล้วมากนะคะ
ขอบคุณที่รักกันและไม่ทิ้งกันค่ะ ^^
รักคนอ่าน
 
ปล. เรื่องมันจบไม่สรุปไปหน่อยขออภันนะคะ ^^;

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


โฮกฮากกกกกกกกกกก
อ่านแล้วจะลาลายตายคาคอมไปเลยทีเดียวเชียว

ส่งไปให้จริงๆดีมั้ยเนี่ย -w-
หึหึหึหึ

#1 By จุนซึงสะท้านโลก (110.164.71.94) on 2011-05-21 13:18

โฮกฮากกกกกกก ! มากกกกก !
ตอนแรกๆอ่านก็แบบดูเหมือนสวยจะชอบเหวี่ยงแน่ๆ
แล้วเรื่องต้องดราม่าชัวร์ๆ
แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด คิกคิก ! (Y)
แบบว่าจริงๆแล้วก็แอบคิดเหมือนกันว่าสองคนนี้ทำไมชอบใส่เสื้อหรือบลาๆเหมือนกัน?
ก็จิ้นไปเองต่างๆนานาว่า..มันคงจะไปซื้อด้วยกันแหละ อ้ายยยย! :$
อยากบอกว่าถึงเรื่องจะจบแล้วมันก็ยังค้าง “งั้นตานี้นายอยู่ข้างบนแล้วกันนะ” !
อันเนี่ยยยยย! เขินมากเลย ! 5555555555555555555555
>0<

#2 By คนที่คุณรู้ว่าใคร (เอ๊ะยังไง?) จุดจุดจุด (206.53.152.58) on 2011-05-21 22:54

สุดยอดค่ะ ตอนแรกนึกว่าธรรมดาไม่มีอะไร
แต่อ๊า แต่งได้ดีจัง บิวต์อารมณ์ค่อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ
สุดยอด ชื่นชม

#3 By (124.120.71.218) on 2011-05-22 13:50

โอะตาย หน้าแดงแทนจุนซึง
อยากส่งให้จริงๆนะเนี๊ย!!!!

#4 By kietiss (223.207.33.187) on 2011-05-22 17:06

หึหึ....คนส่งช็อกโกแลตกล่องนั้นไปช่างกล้า!!!
แต่งได้ดีมากเลย ชอบชอบ

#5 By Black_Yoghurt on 2011-05-22 21:42

ตอนที่เราอ่านข่าวแก้ตัวของคนสวย เราก็อดคิดไม่ได้นะคะว่า
มันเป็นแผนของแฟนคลับหรือเปล่า ที่จงใจส่งของที่เหมือนกันไปน่ะ 55

น่าจะต่อประเด็นเรื่องของกันอีกนะคะ มันน่ารักดีเวลาคนสวยเหมือนจะปฎิเสธแต่อีกคนไม่น่ะ 55

#6 By devoid (61.7.252.67) on 2011-05-23 10:53

โฮะๆ >< อยากทำให้มั่ง อ๊ากก ก ก 55 5
เขินสุดพลัง >//< อ่านไปก็งงๆ ว่าซึงเป็นอะไร ?
แต่ เฮือก! >[]<
ชอบมากกกก ก ก

#7 By joker (49.230.130.30) on 2011-06-08 17:51

แอร๊ยยยยย

กระโดดจูบบิวตี้ที่ซื้อช็อกโกแลตให้ทั้งคู่
555555

ดูซอบ..คุณคือรายต่อไปปปป 55

เป็นตอนสั้นๆที่อ่านแล้วแบบ..เขินโคตร


#8 By จูนจ้า (110.169.89.255) on 2011-06-19 13:14

อ่า ซื้อไปให้กินบ้างดีกว่าโว้ย><

#9 By loveHyunseung (49.49.86.9) on 2011-07-16 17:26

อุบัติเหตุเเบบนี้ถ้าเกิดขึ้นบ่อยก้อดีดิ อิอิ ^^
ทีเเรกอ่านเเล้วเหมือนสวยจะไม่ค่อยพอใจเลย
แต่พอมาเจอช็อกโกแลตเข้าไปก้อ...คงเปลี่ยนใจไปแล้วละมั้ง?surprised smile

#10 By mindmelody (125.27.162.144) on 2011-08-27 11:22

อ๊ากกกกกกกก
ช็อคโกแลต อร๊างงงง
เดี๋ยวหนูส่งไปให้พี่สองคนบ้าง
555555
อย่าลืมกินในวันหยุดจริง ๆ นะคะ กร๊ากกก

#11 By Leekimworld ~! on 2011-09-02 13:48

โอ้สสสสสสสสสสสสสสสสสสสส !

ฟิคมันแบบว่า..แค่อุบัติเหตุจริงๆ '
ไม่มีสำหรับอุ่นกวางมั่งหรอ ?
น่าน้อยใจนะเนี่ยย :(

#12 By memimilk♥ on 2011-09-04 10:31

โอ๊ย! โดนอ่ะ
จุนซึงน่ารักทั้งคู่เลยอ่ะsurprised smile

#13 By wawa (125.25.120.185) on 2011-09-07 15:14

อ่านแล้วหัวใจเต้นแรงงงงงงง -/-
หน้าแดงประปราย -//-
จุนซึงทำเขินเหลือเกิน -//-

เดี๋ยวจะส่งไปบ้าง
ไม่ได้นอนแน่(?) หึหึ

#14 By scrumpman! on 2011-12-03 12:14

คุณพระ =//////= ละลาย ตายคทโทรศัพท์เลยค่ะ
ต่อไป...ดูซอบ อะคึ ๆ

#15 By LadiizzYS (192.168.18.51, 180.183.26.119) on 2012-01-24 13:15

คิคิ เค้าส่งไปเองเเล่ะ คิคิ

#16 By eurekazy on 2012-03-02 19:31

เราจิ้นเรื่องจริง!! 55555
มันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ยไรเตอร์ อ๊าคคคคคค
กดไลท์ล้านครั้ง 5555 รักไรเตอร์ จุ้บบบบ

#17 By guzz (118.173.84.32) on 2012-03-06 14:10

ชอบมาก ซึงอยู่บนจะเป็นไงเนี่ย (เราหื่นไปป่าว?) (ไม่หรอก) 5555+ ถามเองตอบเอง
รักคนเขียน

#18 By sp-aom (110.168.87.250) on 2012-04-16 23:03

ชิน View my profile

Recommend