[SF] Just an accident ! {Junhyung x Hyunseung} (one shot)
posted on 20 May 2011 23:48 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title : Just an accident ! [ Project : JUNSEUNGfact❤]
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : one shot (ตอนเดียวจบ)
“เสื้อที่ผมใส่ในรูปนี้ ผมแค่อยากจะบอกว่า พวกคุณเข้าใจผิดนะครับ วันนี้จุนฮยองได้รับเสื้อจากแฟนคลับมาตัวนึง แล้วมันก็รูปร่างหน้าตาเหมือนเสื้อของผมเลยล่ะ เสื้อของจุนฮยองที่พี่สไตลิสต์เตรียมไว้นั้นมีปัญหานิดหน่อยเรื่องไซส์ (เพลง Thanks To) แต่โชคดีที่เสื้อตัวที่แฟนๆให้มานั้นเหมาะกับสไตล์ของเขาพอดี
จุนฮยองเลยใส่เสื้อตัวเองแสดง^^ สมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเดบิวต์ ก็ไม่เคยยืมหรือใส่เสื้อผ้าตัวเดียวกันแม้แต่ครั้งเดียว เราจะมีเสื้อผ้าที่เหมือนๆ กันบ่อยมากก ทั้งๆ ที่เสื้อผ้าพวกนั้นเราต่างคนต่างซื้อหรือไม่ก็พี่ๆ สไตลิสต์เอามาให้ เพราะเป็นของจากสปอนเซอร์
ที่ผมโพสต์ข้อความนี้เพราะว่าพวกคุณกำลัง เข้าใจผิด พวกเราทุกคนมีสไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะผม ผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าที่เหมือนกันกับคนอื่น (ไม่ก็ตัวเดียวกันกับคนอื่น) สุดท้ายนี้นะครับ เสื้อตัวที่อยู่ในรูปนี้เป็นเสื้อของผม! ฝันดีทุกคนครับ!’
จุนฮยองกดปิด i-pad ในมือก่อนจะทิ้งวัตถุสี่เหลี่ยมดีไซน์หรูนั่นลงเบาะข้างๆ ที่มีซากศพหายใจได้ชื่อว่ายัง โยซอบนอนหลับเป็นตายอยู่ โดยไม่สนใจว่าจะทำให้เจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาแล้วบ่นไม่หยุดเรื่องไม่ค่อยมีเวลาได้พักหรือไม่ สายตาเหลือบมองอีกคนที่เป็นคนโพสต์ข้อความที่เขาเพิ่งอ่านเมื่อครู่กำลังนั่งอยู่ที่เบาะข้างหน้า มียุน ดูจุนที่มีคิวงานต่อกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทละครที่กำลังจะถ่ายนั่งอยู่ใกล้ๆ
“ฉันว่าฮยอนซึงต้องร้อนตัวแน่ๆ”
“บางทีพี่เค้าอาจจะแค่ไม่ชอบให้ใครคิดว่าใส่เสื้อคนอื่นก็ได้ พี่เค้ามีแนวของตัวเองนี่”
“ฮยอนซึงตั้งใจอธิบาย อย่างกับมันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นแหละ”
“ถ้าไม่จริงทำไมเขาต้องใส่ใจเรื่องนี้ขนาดนั้นด้วย? แล้วทำไมจุนฮยองไม่เห็นพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยล่ะ”
หลับตานึกถึงคอมเมนท์ของเหล่าแฟนๆ ที่โพสต์พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเขากับ จาง ฮยอนซึง ด้วยหัวข้อชวนปวดหัวที่ว่า เขากับฮยอนซึงใส่เสื้อเหมือนกันอีกแล้ว
ใช่ อีกแล้ว... ไม่ต้องนั่งปฏิเสธให้มากเรื่อง กระทู้ต่างๆ ของแฟนๆ ที่คุยกันในอินเตอร์เนทมีเซตภาพจับคู่ของเขากับฮยอนซึงไว้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือของใช้ต่างๆ ที่เขากับฮยอนซึงต่างก็มีคล้ายกัน
จุนฮยองถอนหายใจอีกรอบก่อนจะหันไปมองคนในหัวข้ออีกครั้ง คราวนี้เหมือนอีกคนจะรู้ตัวว่าโดนจ้องจึงหันมามองเชิงเป็นคำถามว่า “มีอะไรมั้ย?” ก่อนจะหันหน้ากลับไปเมื่อเขาส่งสัญญาณว่า “แค่วางสายตาผิดที่” ก็เท่านั้น
เหมือนจะเป็นสายตาปกติ แต่สีหน้าเมื่อครู่ก่อนที่จะหันกลับไปก็เป็นเชิงว่า “ถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยอย่ามอง!” คล้ายกับที่หันมาถามเป็นเพียงมารยาทของ เพื่อนร่วมวง ก็เท่านั้น
เมื่อคิดได้ว่าทำให้อีกคนอึดอัดใจร่างสูงจึงเปลี่ยนที่พักสายตาไปเป็นกองพะเนินของของขวัญจากแฟนๆ ที่วันนี้ดูเหมือนจะได้เยอะมากเป็นพิเศษ ปกติจุนฮยองไม่ใช่คนที่จะนั่งคิดว่าจะมีอะไรเซอร์ไพร์สรึเปล่าหรอก แต่ตอนนี้การนั่งทายสิ่งของที่อยู่ในห่อที่ได้รับจากแฟนๆ ว่าเป็นอะไร ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมเดียวที่เขาคิดว่าน่าทำที่สุดก็เท่านั้น
บางทีเขาอาจควรเดาว่ากล่องไหนเป็นของเขา กล่องไหนเป็นของฮยอนซึง และที่สำคัญกล่องไหนมีของที่เขาไม่ควรจะได้รับอีก...สิ่งของที่เหมือนกับที่ฮยอนซึงมีน่ะ
-- JUST AN ACCIDENT --
รถตู้ของศิลปินค่ายคิวบ์เคลื่อนเข้าสู่ตัวตึก เพียงเวลาอันรวดเร็วที่ล้อสีดำได้หยุดพักอยู่บนพื้นโรงจดรถของคอนโดมิเนียมกลางกรุงโซล สมาชิกวง BEAST ค่อยๆ ทยอยลงมาจากรถ ช่วยกันส่งของต่างๆ ที่แฟนหรือเหล่าบิวตี้มอบให้ ยัดใส่มือคนที่ไม่มีตารางงานต่อและขอโดดซ้อมอย่างลวกๆ ก่อนที่จะกระโดดขึ้นตัวรถอีกครั้งแล้วก็รถตู้ก็เคลื่อนตัวจากไป
ถ้าเมื่อวานเป็นวันซวยๆ ที่ฮยอนซึงเผลอหงุดหงิดเขาด้วยเรื่องการตั้งข้อสังเกตของแฟนๆ
วันนี้คงเป็นวันโคตรซวยที่เผอิญคนที่ไม่มีตารางงานและโดดซ้อมมีเพียงเขากับฮยอนซึงพอดี
“ถือไหวไหม” ถามเมื่อเห็นอีกคนวุ่นวายอยู่กับของที่จะตกแหล่มิตกแหล่ที่มือขวา ก่อนที่คนตรงหน้าจะให้คำตอบด้วยการเดินตั้งหน้าตั้งตาไปที่ลิฟท์แบบไม่รอให้เขาได้เล่นบทต่อไป
ฟุ่บ!
พอเข้ามาที่ตัวลิฟท์ได้ กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสีสันฉูดฉาดแปลกตาก็ตกลงจากมือข้างขวาของคนตัวเล็กแล้วก็ทันทีที่จุนฮยองรับได้
จุนฮยองมองหน้าอีกคนเป็นเชิงบอกว่า “ให้ช่วยแต่แรกก็หมดเรื่อง” ก่อนที่อีกคนจะมองเป็นเชิงว่า “นายยุ่งเอง ความจริงฉันเก็บเองได้” แล้วบนสนทนาในลิฟท์ก็เป็นไปด้วยความเงียบอีกครั้ง
....
............
...........................
ไม่ถึงหนึ่งนาทีที่ตัวลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นของพวกเขา จุนฮยองชิงเดินนำหน้าร่างเพรียวแล้วเปิดประตูด้วยความถนัดก่อนจะปล่อยค้างไว้เพราะรู้ดีว่าอีกคนคงไม่มีปัญญาเปิดด้วยมือที่พะรุงพะรังไปด้วยของเป็นแน่
“ขอบคุณ” ฮยอนซึงพูดด้วยคำพูดแผ่วเบาแล้วเดินเลยไปที่ห้องนั่งเล่นที่ติดกันกับห้องครัว วางของที่ทนถือไว้ไม่ไหวไว้ที่มุมกองเสื้อผ้า บิดขี้เกียจก่อนจะเดินหน้าเข้าห้อง แล้วออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวเตรียมพร้อมจะอาบน้ำ
จุนฮยองมองอีกคนที่ทำทุกอย่างอย่างเร่งรีบและไม่สนใจจะพูดคุยกับเขาที่เป็น ‘เพื่อนร่วมวง’ แม้สักนิด ถอนหายใจแล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเสื้อ ก่อนจะกลับมานั่งกดเปลี่ยนช่องด้วยรีโมตเล่นๆ โดยไม่สนใจความเคลื่อนไหวในจอสี่เหลี่ยมแม้สักนิด
ที่เขาตั้งใจฟังอยู่คือเสียงน้ำที่อีกคนกำลังอาบอยู่ต่างหาก...
แล้วที่เขาดูอยู่คือประตูห้องน้ำที่เมื่อไรจะเปิดออกแล้วได้เห็นคนในนั้นเดินออกมาต่างหาก...
แกร๊ก!
แล้วการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงด้วยเสียงเปิดประตู พร้อมกับร่างเพรียวที่ผิวกายยังชื้นละอองน้ำเดินออกมา และเพราะเลี่ยงไม่ได้ที่จะหันมามองทางห้องนั่งเล่นที่มีร่างสูงอยู่พอดี สายตากลมโตจึงพลันได้จ้องกับจุนฮยองที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
ฮยอนซึงมองเลยจุนฮยองที่นอนอยู่แถวๆ ของขวัญของแฟนที่เขากองไว้เมื่อครู่ แล้วก็เดินเลยไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาดื่ม…
“นี่นายคิดจะเมินของที่แฟนๆ ให้ไปตลอดกาลเลยรึไง” แล้วความใจเย็นที่ชื่อว่าอดทนของจุนฮยองก็หมดลง ร่างสูงเริ่มเปิดปากพูดเป็นเชิงจริงจัง เหล่มองกล่องของขวัญข้างๆ ตัวก่อนจะหยิบชิ้นที่ฮยอนซึงเคยเผลอทำตกในลิฟท์และเขาเป็นคนเก็บมันขึ้นมา มือแกร่งยื่นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่น้ำหนักพอดีมือไปทางคนที่ตั้งหน้าตั้งตารินน้ำแบบจงใจเลี่ยงสายตาเกินเหตุ
“ว่าไง ฮยอนซึง” ถามซ้ำคล้ายเป็นเชิงย้ำว่าครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยโอกาสให้อีกคนหนีต่อไป...
อึก!
ฮยอนซึงกลืนน้ำอึกสุดท้ายด้วยความลำบากยากเย็น คล้ายกับว่าตัวช่วยตัวสุดท้ายของเขากำลังถูกกลืนหายลงไปด้วย มือเรียววางแก้วน้อยแบบส่งสายตาตัดพ้อที่หากแก้วใบนั้นมีชีวิตแล้วได้เห็นสายตาอย่างนั้นคงเสียใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะฮยอนซึงสาบานกับตัวเองไปแล้วว่าเขาจะไม่เลือกซื้อเวลาด้วยการแกล้งกินน้ำที่ไม่ถึงนาทีก็หมดขวดอีกเด็ดขาด!
“ใจคอนายจะเมินของขวัญจากแฟนๆ จริงๆ ใช่มั้ย” เหยียดยิ้มเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหนี
“...” ไม่มีคำตอบรับแต่ก็เดินมานั่งข้างๆ กองของขวัญอย่างว่าง่าย
จุนฮยองกำลังล้อเล่นกับความหงุดหงิดของฮยอนซึง...
สำหรับคนอื่นแล้วมันคงเป็นเรื่องเล็กน้อยกับการโดนจับคู่ แต่กับฮยอนซึงไม่ใช่...
แม้จะรู้มาบ้าง ว่าพวกแฟนๆ ชอบจับคู่เขากับจุนฮยองแต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่โดนหาว่าเขากับจุนฮยองใส่เสื้อตัวเดียวกันหรือแบ่งของกันใช้ ทั้งๆ ที่เสื้อตัวนั้นๆ เขาก็เป็นคนหาซื้อมาเองทุกทีแล้วอีกอย่างเขาก็เป็นคนเลือกด้วย
ถึงมันจะบังเอิญตรงกับเสื้อที่จุนฮยองซื้อมา หรือบางครั้งพี่สไตล์ลิชจะเลือกเสื้อแบบเดียวกับที่เขามีให้จุนฮยองใส่ก็เถอะ...
แต่ที่หงุดหงิดคือพักหลังๆ ของขวัญที่จุนฮยองได้รับจากแฟนๆ ส่วนใหญ่มักเป็นอะไรกับที่คล้ายๆ กันกับของที่เขามีอยู่ ในทางตรงกันข้ามเขาก็ได้รับของขวัญที่เหมือนกับของที่จุนฮยองมีอยู่ด้วย...
ที่หนักกว่าคือบางครั้งก็จงใจซื้อให้เขาทั้งสองคนเป็นคู่...
ถึงเขาจะไม่เชี่ยวชาญเหมือนคนที่มีแฟนมาแล้วตั้ง 11 คนอย่างจุนฮยองแต่เขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาพอที่จะไม่รู้เจตนาของแฟนๆ ที่ส่งของเหล่านี้มาให้พวกเขานะ
“นายเป็นศิลปินนายต้องเข้าใจความสุขของแฟนๆ ไม่ใช่รึไง” จุนฮยองพูดประโยคเดิมเหมือนกับทุกครั้งที่เขาต้องมานั่งทำหน้าลำบากใจเมื่อเห็นของที่ได้จากแฟนๆ ที่เหมือนกันเด๊ะๆ กับของจุนฮยอง
ก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่ามีแฟนๆ บางกลุ่มที่ชอบความรักระหว่างสมาชิกในวงกันเอง แต่เขาก็ยังไม่ค่อยชินอยู่ดี...
“หึ” จุนฮยองแค่นยิ้มเล็กๆ แต่ก็พอจะเรียงสายตาหงุดหงิดจากเพื่อนร่วมวงอีกคนได้
ทำไมจุนฮยองจะไม่รู้ว่าฮยอนซึงหงุดหงิดยังไง แต่ที่เขาขำคือความน่ารักที่บางครั้งก็ชวนให้เขาหงุดหงิดได้เหมือนกันของฮยอนซึง
เพราะเมื่อมีเรื่องแบบนี้ทีไร คนตรงหน้ามักจะตั้งใจรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดจากคลิปที่แฟนๆ ถ่ายที่เขาทั้งสองคนแทบจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ต่อกัน จนกลายเป็นว่าแฟนคลับบางกลุ่มคิดว่าพวกเขาไม่สนิทกันด้วยซ้ำ
หารู้ไม่ว่า นั่นเป็นความจงใจของร่างบางล้วนๆ ที่แค่ไม่อยากให้แฟนๆ เข้าใจผิดเรื่องสถานะของตัวเองกับเขา ถึงจงใจรักษาระยะห่าง ไม่พูดไม่คุย แถมยังมากำชับกับเขาให้ทำแบบเดียวกันอีกต่างหาก
เพราะอย่างนั้นบางครั้งมันก็ถือเป็นกรรมของแฟนๆ ที่อยากเห็นการแสดงออกระหว่างกันระหว่างเขาสองคน ที่ต้องงงไปมาว่าตกลงพวกเขามีอะไรลึกซึ้งยิ่งกว่าการเป็นเพื่อนร่วมวงจริงหรือไม่จริง
เพราะเวลาที่เจ้าของใบหน้าค่อนไปทางผู้หญิงลืมความหงุดหงิดได้เมื่อไร ความใกล้ชิดของพวกเขาก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม และโดนแฟนๆ สังเกตจนกลายเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบเรียกว่า โมเมนต์ ทุกที
และเขาหวังว่าหลังจากที่ได้คุยกันวันนี้ ก็คงจะมีอีกเช่นกัน...
“ถ้านายหงุดหงิดใจขนาดนั้น ฉันไม่รับของจากแฟนๆ ก็ได้เอามั้ยล่ะ” ถามเป็นเชิงท้าทายเมื่อยังเห็นคนตรงหน้าทำหน้าลำบากใจอยู่
“ประกาศ ต่อไปนี้ผมจะไม่รับของที่เหมือนกับของของจาง ฮยอนซึง อีกเด็ดขาด ....อย่างนี้ดีมั้ยล่ะ ฮยอนซึง”
“เลิกประชดสักที” แล้วฮยอนซึงก็หยุดริมฝีปากหนาที่ทำหน้าที่กวนเขาได้ไม่หยุดด้วยการตัดบทกึ่งตัดพ้อ
“งั้นก็เลิกปั้นหน้าลำบากใจได้แล้ว นี่เป็นของที่แฟนๆ ตั้งใจทำมาให้นายนะ” ว่าแล้วก็ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมที่ถือไว้อยู่นานใส่คนที่ยังนั่งทำหน้าปั้นยากอยู่
ตัดสินใจกลับไปทำธุระส่วนตัวด้วยรอยยิ้ม เหมือนพี่ชายที่เพิ่งได้สั่งสอนน้องไม่เจียนโลกของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น...
-- JUST AN ACCIDENT --
“เฮ่อ” จุนฮยองครางอย่างสบายอารมณ์หลังจากที่ได้ชำระร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสร็จ บรรยากาศสดชื่นทำให้เขาใช้เวลายาวนานอยู่ในห้องน้ำ จนเมื่อได้ยินเสียงกุกกักตรงประตู...
“จุนฮยอง...” เสียงเรียกอ่อนแรงจากด้านนอกดึงความสนใจจากร่างสูง จุนฮยองใช้ผ้าขนหนูสีขาวมัดคลุมร่างกายส่วนล่างอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“นาย ....ช้าจัง” คนที่ก่อกวนการอาบน้ำของเขาพูดติดๆ ขัดๆ พลางหลบสายตา มือเรียวยกขึ้นปัดป่ายไปมาในอากาศเป็นเชิงไล่ให้อีกคนเดินออกมาจากห้องน้ำสักที สภาพอาการที่ดูแปลกไปทำให้จุนฮยองก้าวขาออกอย่างไม่ค่อยจะรวดเร็วนัก
“หลบไป” ฮยอนซึงตัดสินใจพูด ริมฝีปากบางสีกลีบกุหลาบขบกันแน่นราวกับร่างบางกำลังอดกลั้นจากอะไรสักอย่าง
“นายเป็น...”
“อย่านะ!”
ตั้งใจจะถามอีกคนว่าเป็นอะไรรึเปล่าแล้วเอื้อมมือไปจับข้อมือเรียวตามที่เคยชินก็เท่านั้น แต่ดวงตาชั้นเดียวของจุนฮยองก็ต้องเบิกโพลงด้วยความไม่เข้าใจเมื่ออีกคนปัดมือเขาและมีท่าทีต่อต้าน
“อย่าแตะตัวฉัน” คนตัวเล็กกว่าบอกก่อนจะเบียดกายเพื่อก้าวเข้าไปในห้องน้ำ
“นายเป็นอะไรมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนฮยอนซึง” ด้วยเพราะตามนิสัยเดิมของตัวเองก็เป็นคนไม่ค่อยชอบอะไรไม่ชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งมาถูกอีกคนเมินและทำท่าทีอย่างนี้ใส่ เส้นบางๆ ที่ชื่อว่า ความอดทน ของเขาก็พาลจะขาดลงอย่างง่ายดายอีกครั้ง
จุนฮยองคว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่าแล้วใช้มืออีกข้างคว้าเอวบาง พลิกตัวฮยอนซึงให้หันมาเผชิญหน้า
“ฉะ...ฉันไม่เป็นอะไร” คนถูกคาดคั้นตอบเสียงแหบพลางหลบสายตา จังหวะลมหายใจหอบถี่กว่าปกติและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนขึ้นทำให้ผิวสีขาวขึ้นสีขับให้ใบหน้าน่ามองขึ้นไปอีก
“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง มองหน้าฉันสิ ฮยอนซึง!” ปากหยักออกคำสั่งเมื่อฮยอนซึงจงใจหลบสายตาและเอาแต่ปฏิเสธทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่ว่าร่างบางเป็นอะไรแน่ๆ ขาเรียวนั่นก็แทบจะทรงตัวอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีมีเขาที่ประคองเอวเล็กนั่นอยู่กับผนังห้องน้ำล่ะก็ คนตรงหน้าคงกองกับพื้นไปแล้ว
“ฮึก ฉัน...” เพราะกลัวเสียงตะคอกของอีกคนที่ทำให้รู้ว่าในเวลานี้ร่างสูงเอาจริง ดวงตาสีอำพันถึงต้องลืมขึ้นสบกับคนตัวสูงกว่า ที่หางตาเรียวเริ่มมีน้ำสีใสรื้นขึ้นบ่งบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ร่างบางพยายามต่อสู้อยู่
“ปล่อยที ทรมาณ...” พยายามยื้อยุดข้อมือตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการโดยเร็ว แต่ก็ไม่เป็นผล ตรงกันข้ามแรงที่ข้อมือแกร่งกอบกุมไว้ยิ่งมากขึ้นไปอีก
“นายไปทำอะไรมา บอกฉันมา!” จุนฮยองคาดคั้นพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันเพื่อหาคำตอบแต่อีกคนก็ยังคงหลบสายตาอยู่อย่างนั้น
สุดท้ายก็ไม่มีคำตอบจากกลีบปากสีชมพูดนั่น จุนฮยองละสายตาจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมาณของฮยอนซึงก่อนจะมองกลับเข้าไปในบริเวณห้องนั่งเล่น
ปล่อยอีกคนให้หล่นไปกองกับพื้น ก้าวขาฉับไปหยุดอยู่ตรงที่ที่คิดว่าจาง ฮยอนซึงเพิ่งนั่งอยู่เมื่อครู่ สายตาคมก้มมองกล่องของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีฉูดฉาดอันเดียวกับที่เขาเพิ่งยื่นให้คนตัวเล็กก่อนจะเข้าห้องน้ำไป กระดาษมันเงาที่เคลือบกล่องสีเหลี่ยมผืนผ้านั้นถูกฉีกเป็นรอยบ่งบอกได้ว่ามีคนพยายามแกะดูสิ่งที่อยู่ข้างในซึ่งแน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจาง ฮยอนซึง
มือแกร่งหยิบกระดาษฟอยด์สีเงินวาวที่เกลื่อนอยู่บนพื้น เห็นคราบสีน้ำตาลเข้มที่ติดอยู่ตามขอบกระดาษ ใช้นิ้วมือแต้มก่อนจะนำมาแตะริมฝีปากเป็นการลิ้มรสก่อนจะทันได้เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องของขวัญนี่คือะไร
ช็อกโกแลต...
มองกล่องกระดาษและกระดาษห่อขนมที่กลายเป็นเศษขยะไปแล้วก่อนจะเงยหน้าไปมองคนอีกคนที่นั่งหมดแรงและหายใจหอบถี่ที่ผนังหน้าห้องน้ำ
นี่เป็นของขวัญสำหรับพี่จุนฮยองและพี่ฮยอนซึงนะคะ
ฉันหวังว่าช็อกโกแลตกล่องนี้คงทำให้พี่ทั้งสองมีความสุขมากๆ แน่เลย^^
ปล. อย่ากินตอนที่ไม่มีเวลาพักนะคะ
From : Your B2uty♥
กระดาษสีชมพูที่แนบมากับกล่องขนมถูกหยิบขึ้นมาอ่าน สายตาคมไล่ไปตามตัวอักษร อ่านย้ำอีกครั้งก่อนจะทันได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“นี่! นายกินมันทั้งหมดนี่ไปแล้วเหรอ” ตะโกนถามคนที่แทบไม่มีแรงจะพยุงตัวเองเข้าห้องน้ำ เห็นฮยอนซึงนอนหายใจหอบด้วยใบหน้าร้อนผ่าวที่กลายเป็นสีแดงระเรื่อไปจนถึงลำคอ เรียวขาของอีกคนก็จงใจแนบชิดเข้าหากันคล้ายกับมีบางอย่างที่ร่างบางจัดการไม่ได้อยู่บริเวณนั้น
ฮยอนซึงพยักหน้ารับกับคำถามของจุนฮยองที่เริ่มทำหน้ายุ่ง
นี่อย่าบอกนะว่า….
ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นอาการของฮยอนซึงซึ่งยืนยันว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง
มีแฟนคลับบางกลุ่มที่ชอบความรักระหว่างเพื่อนร่วมวงของพวกเขา
นั่นเป็นเหตุผลที่มีเสื้อคู่ แหวนคู่ และสิ่งของต่างๆ ที่จงใจซื้อให้พวกเขาทั้งสองคนเป็นคู่
แต่จุนฮยองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะถึงขั้นที่ส่งของซึ่งจงใจให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นคู่มาให้อย่างนี้…
“อือ” เจ้าของใบหน้าสวยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองตอนนี้ส่งเสียงดังออกมาหลังจากที่พยายามคลานเข่าเพื่อพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ
จุนฮยองสาวเท้าเข้าไปฉุดร่างอีกคนขึ้นทันทีเมื่อเห็นอาการที่น่าเป็นห่วง
“ปล่อย” ริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่แดงจัดและเผยอเล็กน้อยออกปากบอกคนที่รั้งตัวเองเอาไว้
“ฉันขออยู่คนเดียวนะจุนฮยอง” ฮยอนซึงหายใจติดขัด ส่งสายตาอ้อนวอนมองคนที่พยุงตัวเองอยู่หวังจะให้อีกคนก้าวออกจากห้องไป
แต่อีกคนก็ทำตรงกันข้าม…
จุนฮยองดันร่างบางซึ่งไร้เรี่ยวแรงต่อต้านกับผนังของห้องน้ำ เอื้อมมื้อเปิดก๊อกจนน้ำไหลเปียกคนตัวเล็ก
“นายทำอะไร” ฮยอนซึงถามอย่างไปเข้าใจ
“นี่นายรู้ตัวรึเปล่าว่าเป็นอะไร” จุนฮยองกลับตอบคำถามด้วยคำถาม
“ฉันแค่ร้อน” ฮยอนซึงตอบพลางหลบสายตา ตัวสั่นๆ กับร่างกายที่อ่อนระทวยบอกเป็นนัยๆ ว่าคนตัวเล็กเขินที่จะพูดถึงสภาพของตนเอง
“นายโดนยาปลุกเซ็กซ์” จุนฮยองพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนคนตัวเล็กกว่าตวัดตามองอย่างตกใจ แต่ก็ไม่นานที่สายตากลมโตจ้องสายจาคม เพราะเพียงมองหน้าร่างสูงได้ ฮยอนซึงก็หลยสายตาแทบจะในทันที เพราะความรู้สึกที่ยากจะควบคุมทำให้ฮยอนซึงเป็นอย่างนั้น
“นายออกไปสักที” ฮยอนซึงออกปากขอร้องอีกครั้ง ใช้มือที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงดันอกอีกคนให้ออกห่างออกไป แต่จุนฮยองกลับขืนไว้
“ถ้าจะทำให้อารมณ์นายเบา ต้องตากน้ำเย็น” ร่างสูงพูดด้วยถ้อยคำฉะฉานผิดกับอีกคนที่ได้แต่เขินอายกับถ้อยคำตรงตัวนั่น
“แต่ฉัน…” แม้จะเชื่อในคำพูดของจุนฮยองแต่ฮยอนซึงก็ยังยืนยันเจตนาเดิมที่อยากให้อีกคนออกไป ร่างบางเม้มปากแน่น
ความรู้สึกบางอย่างที่แล่นพล่านทั่วตัวเขาตอนนี้เป็นสิ่งที่จัดการได้ยาก จนแทบจะจัดการไม่ได้ และเขารู้ดีที่สุด ไม่ต่างจากจุนฮยองที่คงรู้ดีหลังจากเห็นสภาพของเขา
“ไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหวก็บอกฉัน” จุนฮยองพูดด้วยถ้อยคำอบอุ่น แต่ฮยอนซึงก็ไม่อยากจะเชื่อในคำพูดพวกนั้นเลย
เวลาอย่างนี้… สิ่งที่ร่างบางต้องการคือช่วงเวลาส่วนตัวมากกว่า
“อือ” ริมฝีปากบางส่งเสียงครางอีกครั้ง ตอนนี้ฮยอนซึงยังยืนอยู่ได้เพราะฝ่ามือที่กดสะโพกเขายันไว้กับผนัง เนื้อตัวฮยอนซึงขึ้นสีแดงไปหมด เพราะน้ำเย็นที่สาดลงมาจากฝักบัวอย่างต่อเนื่อง และเพราะอารมณ์ที่ดูไม่มีทีท่าจะลดน้อยลงเลย
“อือ จุนฮยอง…” เริ่มครางอีกครั้งด้วยชื่อของอีกคน ตาเรียวตัดสินใจสบกับสายตาคมเป็นการขอร้องครั้งสุดท้าย
แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์…
“อ้ะ!” เพราะความพยายามสุดท้ายของร่างบางตั้งใจจะออกแรงผลักจุนฮยองออกกลับกลายเป็นทำให้ตัวเองลื่นลงไปกองกับพื้นพร้อมๆ กับจุนฮยอง
ใบหน้าคมฝังอยู่พวงแก้มของคนต้นเหตุ เป็นเพียงชั่ววินาทีที่จุนฮยองตั้งใจจะละใบหน้าออก และสบกับดวงตาเรียวที่ฉายแววปรารถนาอย่างไร้การเสแสร้ง
ร่างสูงโน้มลงจูบกับริมฝีปากบางที่เผยอราวกับรออยู่แล้ว ลิ้นเล็กตอบสนองลิ้นหนาที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดตอบโต้แม้จะไม่คุ้นเคยแต่เพราะการชักนำของคนตัวสูงกว่าทำให้กลายเป็นจูบที่ดูดดื่มและเนิ่นนาน
จุนฮยองถอนปากออกพร้อมกับที่ร่างบางสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดและหอบถี่กับจุมพิตนั้นอีกครั้ง สายตาของคนที่เกือบไร้สติยังคงจับจ้องอยู่ที่เรียวปากของอีกคนที่เป็นคนเริ่มจูบเมื่อครู่
จุนฮยองโน้มลงจูบคนตัวบางอีกครั้งพร้อมๆ กับมือซึ่งเคยใชพยุงคนตัวเล็กเมื่อครู่ ที่เริ่มลูบไล้ไปบนผิวเนียน ทั่วลำตัวบาง โดยเฉพาะพื้นที่ได้ชายเสื้อและต้นขาเรียว
“ฮ่าห์” จุนฮยองถอนปากออกอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองร่างบางที่หอบถี่จากจูบอันหนักหน่วงอย่างชั่งคิด
นี่เขากำลังทำอะไรอยู่…
ตอนนี้ฮยอนซึงกำลังอยู่ในสถานกาณที่ลำบากเพราะดันไปกินช็อกโกแลตที่ได้มาจากแฟนๆ ซึ่งเขาเชื่อว่ามีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กซ์อยู่ และเขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในหอร่วมกับฮยอนซึงตอนนี้ และมีสติครบถ้วน
ใช่ เขามีสติครบถ้วย ในขณะที่ฮยอนซึงกำลังเรียกร้องเขาเพราะแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า
…แต่เขาก็ใช้โอกาสนั้นช่วงชิงความหวานจากเรียวปากรั้นนั่นไปแล้วถึงสองครั้ง
เขาควรหยุด จุนฮยองบอกตัวเองว่าอย่างนั้น
แต่การกระทำต่อไปช่างแตกต่างกับความคิดเหลือเกิน…
มือหนายกขึ้นปิดฝักบัวก่อนจะรั้งเสื้อของกายบางขึ้น จุนฮยองถอดเสื้อผ้าของร่างบางที่เปียกชุ่มออกก่อนที่จะตอบรับความปรารถนาของร่างบางที่ตื่นตัวมาได้พักใหญ่
“อือ…” ฮยอนซึงส่งเสียงครางเมื่อส่วนอ่อนไหวได้รับการปลอบปะลกด้วยลิ้นอุ่นร้อนที่เพิ่งมอบความสุขให้แก่เรียวปากเขาเมื่อครู่
ร่างสูงพรมจูบอยู่ที่ช่วงกึ่งกลางหว่างขาของร่างบาง จนเมื่อกายบางตอบรับด้วยการเกร็งสะท้าน จุนฮยองก็ช้อนตัวอีกคนที่เพิ่งปล่อยของเหลวขาวขุ่นขึ้น และเดินตรงไปที่ห้องนอน
“พอเถอะ…” คนตัวเล็กบอกว่าอย่างนั้น เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองสัมผัสกับเตียงนุ่ม
แต่ก็ดูเหมือนเพื่อนร่วมวงของฮยอนซึงจะใจดีเป็นพิเศษเมื่อตั้งใจช่วยเขาตอบรับความปรารถนาที่ยากจะจัดการของตัวเอง
“จุนฮยอง… หยุดก่อนที่นายจะถลำลึกมากไปกว่านี้” นั่นเป็นเป็นคำเตือนสุดท้ายของคนที่พยายามจะมีสติก่อนที่คนฟังที่มีสติครบทุกอย่างจะจงใจปิดประโยคด้วยการจูบ
-- JUST AN ACCIDENT --
“อ้ะ… ฮ่าห์… อ้ะ อ๊า… แฮ่ก แฮ่ก… อ่า…” เสียงครางดังต่อเนื่องและหยุดลงเมื่ออารมณ์ดำเนินมาจนถึงขีดสุด
จุนฮยองทิ้งกายลงนอนข้างร่างบางเจ้าของเสียงครางหวานเมื่อครู่อีกครั้ง ร่างกายของเขาชุ่มเหงื่อ และหอบหายใจเพราะจังหวะที่เร่าร้อนเมื่อครู่ไม่ต่างกัน
ร่างสูงคิดว่านั่นเป็นการกระทำครั้งสุดท้ายที่เขาช่วยปลดปล่อยอารมณ์ของฮยอนซึง เพื่อนร่วมวงที่ดันเผลอไปกินช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กซ์ จุนฮยองตั้งใจจะผลอยหลับ แต่ก็ต้องลืมตาอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดจากคนที่นอนอยู่ข้างๆ กัน
“จุนฮยอง…” สิ่งที่ผ่านพ้นริมฝีปากของจาง ฮยอนซึงมามีเพียงแค่ชื่อ แต่สายตาหยาดเยิ้มที่จุนฮยองได้สบสื่อความหมายที่มากกว่านั้น
จุนฮยองดึงเรี่ยวแรงของตัวเองกลับมาอีกครั้งก่อนจะชันกายขึ้นคร่อมร่างบางแล้วพลิกตนตัวเล็กให้ไปอยู่ด้านบน
อารมณ์ซึงที่ถูกปลุกเร้าของฮยอนยังไม่หมด…
“งั้นตานี้นายอยู่ข้างบนแล้วกันนะ”
-- JUST AN ACCIDENT --
“พี่ มีบิวตี้ซื้อช็อกโกแลตให้ผมแหละ ห่อสวยดีนะ” ยัง โยซอบพูดด้วยสีหน้าร่าเริง แทนตัวเองด้วยคำสุภาพกับจุนฮยองก่อนที่เจ้ามักเน่ตัวปลอมจะหันไปมองหัวหน้าวงอย่างขอความเห็น
ยุน ดูจุนพยักหน้ารับเออออตามที่โยซอบพูดก่อนจะใช้มือแกร่งแย่งกล่อมของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ห่อด้วยกระดาษมันสีฉูดฉาดไปจากมือคนตัวเล็ก
ฮยอนซึงและจุนฮยองที่นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถตู้หันไปมองตามเสียงพูดของโยซอบ
และแทบจะในทันทีที่ใบหน้าของต่างคนต่างเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยเฉพาะจาง ฮยอนซึง ก่อนที่ทั้งสองคนจะหันมาสบตากันและหลบสายตากันดื้อๆ
“อืม น่าลองดี” ดูจุนพูดหลังจากพิจารณากล่องของขวัญที่โยซอบเพิ่งแกะเล็กน้อยที่ส่วนหัวพอให้เห็นว่าข้างในเป็นช็อกโกแลต
“อะไร… บิวตี้ซื้อให้ผมนะ นี่ดูจุนจะแย่งผมกินหรอ” คนตัวเล็กทำใบหน้าบูดบึ้งคล้ายกับงอน
“นี่ไง สำหรับดูจุนและยังโยซอบ …บิวตี้เค้าให้ทั้งนายและฉันต่างหากล่ะ เจ้าเด็กโง่” ดูจนว่าพลางใช้กล่องช็อกโกแลตตีคนตัวเล็กด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปพิจารณากล่องช็อกโกแลตในมืออีกครั้ง
“เอาไว้วันหยุดนี้เราสองคนค่อยกินกัน” ร่างสูงหล่อพูดก่อนที่คนตัวเล็กจะพยักหน้าเห็นด้วย
จุนฮยองและฮยอนซึงละจากคนสองคนที่เบาะหน้าของรถตู้ก่อนจะหันมาสบตากันอีกครั้ง…
และใบหน้าของทั้งสองคนก็แดงอีกรอบ
เรื่องระหว่างพวกเขาน่ะเหรอ... มันก็แค่อุบัติเหตเท่านั้นแหละ!
--- Just an accident :: END ❤ ---
สวัสดีค่า >O< คิดถึงกันมั้ยเอ่ย??
ฮ่าๆ มาลงฟิกเวลาอย่างนี้จะมีใครมาอ่านมั้ยน้าาาา
ฟิกเรื่องเป็นหนึ่งในโปรเจค JUNSEUNGfact❤ ของเราเอง
โปรเจคนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ รวมฟิกที่เกิดจากการจิ้นจากเหตุการณ์จริงของจุนซึงนี่แหละ
เหมือนอย่างตอนที่ฮยอนซึงหายหน้าไปอย่างคราวที่แล้ว ที่ได้เป็นเรื่องศึกชิงคอนเฟล็กซ์มานั่นแหละค่ะ
เรื่องนี้แต่งไว้นานแล้ว ตั้งแต่ที่ฮยอนซึงอัพโยจึมช่วงวันนั้นแหละค่ะ
เห็นการปฏิเสธอย่างจริงจังแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ
แต่เพราะความขี้เกียจกับเขียนฉากนั้นต่อไม่ได้ เราถึงไม่ได้เขียนต่อให้จบ
จนมาถึงวันนี้แหละค่า > < ได้ฤกษ์ลงสักที
ขอขอบคุณ คุณ PALMIGO จาก B2ST-Thailand มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ >.<
เป็นเพราะทอปิกของคุณ PALMIGO (http://b2st-thailand.com/forum/index.php?showtopic=2872) ด้วยนี่แหละค่ะที่ทำให้เกิดเป็นฟิกนี้และฟิกมันจบลงได้
ไม่รู้จะมาอ่านฟิกเรารึเปล่า แต่ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ > <
หวังว่าจะชอบกันน้าาา
เก็บตกเล็กน้อยจากแฟคในเรื่องค่ะ
http://twitpic.com/show/large/3p3pq6 , http://twitpic.com/3p3r89 , http://twitpic.com/3p3rep , http://twitpic.com/3p3rue
ส่วนเลิฟอิสยังขอให้รอไปก่อนนะคะ T^T
จัดการเรื่องมหาลัยเสร็จเราก็จะปั่นอยู่เรื่อยๆน้า
ตอนนี้เราอยู่ กทม. ค่ะ อยู่ยาถึงสิ้นเดือนเลย คงวุ่นๆ อีกนาน
ยังไงก็ขอบคุณคอมเม้นของทุกคนในเอนทรีที่แล้วมากนะคะ
ขอบคุณที่รักกันและไม่ทิ้งกันค่ะ ^^
รักคนอ่าน❤
ปล. เรื่องมันจบไม่สรุปไปหน่อยขออภันนะคะ ^^;

โฮกฮากกกกกกกกกกก
อ่านแล้วจะลาลายตายคาคอมไปเลยทีเดียวเชียว
ส่งไปให้จริงๆดีมั้ยเนี่ย -w-
หึหึหึหึ
#1 By จุนซึงสะท้านโลก (110.164.71.94) on 2011-05-21 13:18