[SF] Our lesson {Junhyung x Hyunseung} (one shot)

posted on 26 Jul 2011 00:57 by chibi-uchi

 

 

 

 

 

 

 

 

 It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So I hope you like it, and comments and feedback are loved!
+Reader discretion required.
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title : Our lesson
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : one shot (ตอนเดียวจบ)
Image song : http://youtu.be/l_3fyLWuUI0 ลองฟังไปพร้อมกันนะคะ 愛してるから แปลว่า เพราะฉันรักเธอ ค่ะ ^-^

 

 

 

 

 

 

 

 

นิ้วเรียวกรีดไล่ไปตามเสื้อผ้าหลากสีสันที่เรียงรายกันอยู่ในตู้ไม้สีอ่อน ก่อนจะหยุดที่เสื้อเชิ้ตสีม่วงเข้มกับกางเกงรัดรูปสีดำสนิท มือบางค่อยๆ จัดแจงห่อตัวเองด้วยเสื้อผ้าที่เพิ่งเลือกได้ กระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ราวกับจงใจให้คนมองสามารถเห็นทะลุได้ถึงผิวขาวใสถูกติดอยู่เพียงไม่กี่เม็ด โดยเม็ดบนถูกละเอาไว้ ราวกับเจ้าของร่างจงในที่คอเสื้อแหวกออกเพื่อเผยให้เห็นช่องลำคอและช่วงเว้าเนินอกของตัวเอง

 

 

สายตาคมยืนมองการกระทำของเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยสายตานิ่งสนิท คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับการกระทำของคนตรงหน้า ยง จุนฮยองยกมือขึ้นกอดอก กำข้อมือแน่น ราวกับจงใจข่มอารมณ์ดุดันไว้

 

 

เขาไม่ชอบ… ไม่ชอบเห็นจาง ฮยอนซึงแต่งตัวโชว์สัดส่วนเพื่อจะออกไปเที่ยวยามราตรีแบบนี้

 

 

ไม่ชอบเห็นแฟนตัวเองทำตัวแบบนี้

 

 

 

 

 

หลังจากห่อตัวด้วยเสื้อผ้าสีสวยจนเสร็จ ฮยอนซึงก็คว้ากระเป๋าใบเล็กก่อนจะเดินผ่านคนที่ยืนกอดอกพิงประตูดูเขาอยู่นาน โดยไม่มองแม้เพียงหางตา ขายาวหมายจะพาตัวเองเดินออกไป

 

กึก!

 

แล้วฝีเท้าของร่างบางก็ต้องชะงักลงเมื่อข้อมือเล็กถูกกอบกุมด้วยคนที่เขาไม่คิดว่ามีตัวตนอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ ฮยอนซึงหยุดเดินตามแรงบีบข้อมือของคนที่รั้งไว้ ใบหน้าที่มีแววคล้ายผู้หญิงมองตรง ไม่แม้แต่จะเหลียวข้างเพื่อหันมาเผชิญหน้ากับคนที่จับข้อมือตัวเองอยู่ตอนนี้

 

 

“จะไปไหน” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ เพิ่มแรงบีบข้อมือเพื่อคาดคั้นคนที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจงใจเงียบไม่ตอบคำถามของเขา

 

 

“จาง ฮยอนซึง” ชื่อของคนตัวเล็กถูกเอ่ยออกมาในขณะที่จุนฮยองเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอีก

 

 

ฮยอนซึงถอนหายใจด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ตากลมกลอกมองผ่านคนที่ขัดจังหวะตัวเองก่อนที่ริมฝีปางบางจะเอ่ยตอบ

 

 

“เอาอีกแล้วนะ คำถามโง่ๆ” เสียงหวานตอบคนที่ยืนรั้งกายของตนไว้

 

 

คำถามโง่ๆ …ได้ยินคำนี้แล้วจุนฮยองก็แทบจะเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือบางโดยไม่รู้ตัว

 

 

“มันเป็นคำถามโง่ๆ ตรงไหน” จุนฮยองต่อคำ

 

 

“มันโง่ก็ตรงที่ถามอยู่ได้ทุกคืน ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าคำตอบมันมีอยู่คำตอบเดียว แล้วก็เป็นคำตอบเดิมๆ นั่นแหละ”

 

 

“ฮยอนซึง!” จุนฮยองขึ้นเสียง ท่าทีเฉยเมยและตอบคำถามด้วยสีหน้าไม่สำนึกของคนตรงหน้าทำให้เขาแทบจะควบคุมอารมณ์โกรธไม่ไหว

 

 

“หมดคำถามรึยัง จะรีบไป” แทนที่จะรู้สึกถึงน้ำเสียงที่เข้มขึ้นและแรงบีบข้อมือที่แน่นจนแทบจะทำกระดูกเขาแหลกได้แล้ว ฮยอนซึงกลับพูดราวกับไม่สนใจการมีตัวตนของจุนฮยองแม้เพียงนิด

 

 

“จะรีบไปไหนนักหนา” จุนฮยองได้แต่ตัดพ้อ แต่ก็แค่นั้น แววตาที่หมองลงของเขาไม่ได้ช่วยให้สายตาสีอำพันคู่นั้นสะท้อนความเห็นใจเขามากขึ้นเลย

 

 

“ขอโทษที มีคนรออยู่” ฮยอนซึงตอบแบบขอไปที

 

 

“ใคร!” จุนฮยองแทบจะตะโกนด้วยซ้ำ แต่คนโดนคาดคั้นไม่มีแม้แต่แววของความตกใจกับเสียงตะคอก

 

 

“ชอนดุงอา ดูจุนอา จียงอา หรือใครดีล่ะ? … โทษที ฉันจำไม่ได้หรอก”

 

 

“นาย!” แล้วความอดทนของจุนฮยองก็หมดลง หลังจากริมฝีปากสวยไล่ชื่อของผู้ชายมากหน้าหลายตาที่จุนฮยองรู้ดีว่าร่างบางออกไปพบไม่ซ้ำหน้าอยู่ทุกคืนด้วยท่าทีราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มือแกร่งถึงบันดาลโทสะ กระชากคนตัวเล็กก่อนจะเหวี่ยงให้ฮยองนซึงลงไปนอนกับเตียง

 

 

“บ้าไปแล้วรึไง” ฮยอนซึงตะคอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พยายามฉุดข้อมือตัวเองที่โดนอีกคนบีบไว้ ในขณะที่มืออีกข้างพยายามดันตัวลุกขึ้นหลังจากที่จมลงไปกับเตียง

 

 

“ฉันไม่ได้บ้า นายต่างหากล่ะ ฮยอนซึง!” ร่างสูงคว้าข้อมืออีกข้างของคนที่พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อจะหนี เขาออกแรงกดข้อมือบางลงกับเตียงก่อนจะก้าวทาบทับคนตัวเล็กไม่ให้หนีไปไหนได้

 

 

“หยุดงี่เง่าเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยฉันได้แล้ว!” ฮยอนซึงยื้อยุดสุดชีวิต จุนฮยองกำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ทำไมตัวเขาเองจะไม่รู้ คบกันมาตั้ง 5 ปีเขาก็พอจะรู้นิสัยของผู้ชายคนนี้อยู่หรอก

 

 

“นายนั่นแหละงี่เง่า จะออกไปหาผู้ชายที่ไหนอีกฮะ!” จุนฮยองตะคอกเสียงก่อนจะกดริมฝีปากหนาลงกับกลีบปากบางที่เผยอออกราวกับตั้งใจจะเถียงเขาอีก ร่างสูงยัดเยียดจูบหนักหน่วงให้คนที่อยู่ด้านล่าง ไม่สนใจเสียงครางประท้วงเพราะแทบจะหมดอากาศหายใจของฮยอนซึง

 

 

“อื้อ!” เสียงเล็กทำได้เพียงครางอู้อี้เมื่อริมฝีปากยังถูกช่วงชิงด้วยจูบรุนแรงของร่างสูง คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนตัวเองเริ่มบียดกายผ่านช่องหว่างขา ก่อนที่สะโพกหนาจะกดทับไม่ให้ขาเรียวสวยหุบเขาหากันได้อีก

 

 

“ฮ่าห์” ฮยอนซึงสูดหายใจเฮือกใหญ่เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่ก็แค่แปบเดียวก่อนที่ลำคอสวยจะถูกแต่งแต้มร่องรอยสีกลีบกุหลาบโดยเจ้าของลิ้นหนาที่ทั้งดุนดันและกัดผิวขาวใสของเขา

 

 

“นายไม่มีสิทธิ์” เสียงใสพูดแผ่วเบาเพราะแรงที่เหลือน้อยนิดจากการพยายามขัดขืนซึ่งก็รู้ตัวเองดีว่ามันไร้ผล

 

 

จุนฮยองอยากจะสะอึกกับคำพูดนั้นแต่ความโกรธที่คุกรุ่นมันมาอยู่มากกว่า ร่างสูงถึงไม่ได้หยุดการกระทำอยู่แค่เท่านั้น

 

 

เมื่อคนตัวเล็กต่อต้านน้อยลงมือแกร่งก็ปล่อยข้อมือบาง ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับการถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่คนตัวเล็กเพิ่งบรรจงแต่งเมื่อครู่ มือสากไล้วนไปทั่วผิวกายขาวเนียนที่เมื่อก่อนเขาเคยได้สัมผัสอยู่หลายครั้ง จนเมื่อไม่นานมานี้ที่เจ้าของร่างจงใจยกสัมผัสนี้ให้กับผู้ชายคนอื่น

 

 

ร่างบางขัดขืนแต่ก็เพียงในตอนแรก เมื่อจุนฮยองเริ่มบรรจงเบียดกายเข้าหา ร่างกายของฮยอนซึงก็โอนอ่อนตามคนที่รู้จักทุกสัมผัสบนตัวเองดีโดยไร้ข้อแม้

 

จุนฮยองรู้ว่าจะจูบตรงไหนสัมผัสตรงไหน ฮยอนซึงถึงจะเคลิ้ม หวั่นไหวหรือพอใจ เพราะเขารู้จักทุกตารางนิ้วบนตัวคนคนนี้ เขารู้ดีที่สุด…

 

 

 

 

-- Our lesson --

 

 

 

 

 

 

ท้องฟ้ามืดลงแล้วในขณะที่ร่างเล็กไม่ได้หายไปอย่างทุกคืน ฮยอนซึงกำลังนอนหลับผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสงบด้วยสภาพอ่อนเพลีย กายบางทอดตัวกับเตียงเนื้อนุ่ม จุนฮยองใช้ผ้าชุบน้ำลงในกะละมังเล็กๆ ที่บรรจุน้ำอุ่น เขาบิดมันหมาดๆ ก่อนจะบรรจงเช็ดไปตามผิวเนียนด้วยความรู้สึกทะนุถนอม

 

ตอนนี้ทั่วร่างฮยอนซึงเต็มไปด้วยรอยรักและรอยตีตราของเขา หากใครมาเห็น ไม่ต้องบอกก็คงพอจะรู้ว่ากิจกรรมที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่นาทีนี้รุนแรงมากแค่ไหน

 

เขาไม่เคยกอดฮยอนซึงรุนแรงขนาดนี้มาก่อน คงเพราะอีกคนไม่เคยขัดขืนเขาด้วยมั้ง ไม่เคยจนกระทั่งเมื่อปีก่อน ตอนที่เขานอกใจฮยอนซึงนั่นแหละ…

 

เรื่องมันเกิดมานานแล้ว ตอนนั้นเขานอนกับใคร รู้สึกยังไงยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น เซ็กซ์ของเขาไม่เคยมีคำว่ารัก ยกเว้นเมื่อคู่นอนของเขาคือฮยอนซึง แฟนเขาคนนี้

 

แต่ที่รู้สึกและจำได้ดีคือการที่อีกคนเสียใจและเริ่มเปลี่ยนไปนี่แหละ

 

แรกๆ เขาก็ไม่คิดหรอกว่าฮยอนซึงจะรู้ แต่ในเมื่ออีกคนรู้ แล้วเขาก็ทำผิดลงไปแล้ว จะให้ทำไงได้

 

เขาเลิกนอกใจก็ตั้งแต่ที่รู้ว่าฮยอนซึงรู้

 

เขารู้ว่าถึงหยุดไปมันก็ไม่ช่วยให้อีกคนเสียใจน้อยลงได้ …แต่อย่างน้อยก็ทำให้ฮยอนซึงไม่ต้องเสียใจไปมากกว่านี้

 

แต่การแก้ตัวของเขาคงสายเกินไป รู้ตัวอีกทีพื้นที่ในหัวใจฮยอนซึงที่เคยเป็นของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยคนอื่นไปแล้ว

 

ฮยอนซึงเริ่มไร้เหตุผล ออกเที่ยวกลางคืนทุกวัน แรกๆ เขาก็ห้าม แต่พออีกคนเริ่มพูดถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวเองเป็นอย่างนั้น เขาก็จุกจนเถียงไม่ออกทุกที

 

นายไม่มีสิทธิ’ เป็นคำเดียวที่ร่างบางย้ำกับเขาทุกวัน

 

เขาไม่สามารถเถียงได้ เพราะมันก็ถูกทุกอย่าง…

 

เขานอกใจฮยอนซึง มันเป็นความผิดของเขา และมันก็เป็นสิทธิของฮยอนซึงที่จะมีใครก็ได้ เหมือนกับที่เขาเคยมีคนอื่น

 

และเขาก็รับรู้มันแล้ว …ความรู้สึกตอนที่คนที่เรารักเป็นของคนอื่น

 

 

แต่จากนี้เขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

 

ถึงจะถูกว่าว่าเห็นแก่ตัว แต่มันก็พอแล้วสำหรับการชดใช้

 

ตอนนี้เขาต้องการฮยอนซึงคนเดิมกลับมา… ฮยอนซึงที่ถูกซ่อนภายใต้เปลือกนอกที่ทำทีเป็นแข็งแกร่งนั่น

 

ฮยอนซึงคนที่รักและพร้อมจะกลับมาหาเขา

 

 

-- Our lesson --

 

 

 

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทำให้เปลือกตาบางต้องกระพริบถี่ ฮยอนซึงตื่นขึ้นมาก่อนจะพบว่าตัวเองถูกอีกคนจ้องมองอยู่

 

จุนฮยองนอนทอดกายอยู่ข้างๆ เขา มือแกร่งใช้เท้าศีรษะของกับเตียง อีกข้างวางอยู่บนสะโพกของเขา จุนฮยองกำลังยิ้ม

 

“อรุณสวัสดิ์” เป็นคำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหลายความหมาย จุนฮยองพูดออกมาด้วยรอยยิ้มในขณะที่มองคนในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกทะนุถนอม

 

ฮยอนซึงนิ่วคิ้ว ยันกายลุกขึ้น ทำราวกับอีกคนไม่มีตัวตน อย่างที่ทำอยู่ทุกครั้ง แต่จุนฮยองไม่ยอมให้เป็นครั้งนี้.…

 

จุนฮยองคว้าข้อมือไว้ทันก่อนที่ฮยอนซึงจะลุกไป และเพราะอีกคนอ่อนแรง มันถึงได้ง่ายนักที่จะฉุดให้ฮยอนซึงลงมานอนข้างๆอย่างเดิม

 

ฮยอนซึงนิ่วคิ้วอีกครั้ง

 

“ต้องให้มีมอร์นิ่งคิสก่อนมั้ยนายถึงจะพูดกับฉัน” จุนฮยองพูดก่อนจะฉุดให้อีกคนเข้ามาใกล้ และยื่นหน้าทำเป็นจะจูบเข้าจริงๆ

 

“อย่านะ…” ฮยอนซึงพูดเสียงสั่น ยอมรับว่าตอนนี้ฮยอนซึงก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

 

มันนานมาแล้วที่เขาประชดจุนฮยองด้วยการออกไปเที่ยวไหนต่อไหน เขาสองคนแทบไม่เหมือนคนเป็นแฟนกันแล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่ายังอยู่ด้วยกัน และจุนฮยองไม่ได้บอกเลิกเขาไปไหน

 

ตอนนี้จุนฮยองกำลังทำเหมือนเมื่อก่อน …ตอนที่ยังไม่นอกใจกัน

 

เพราะงั้นแม้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจะเป็นเรื่องที่เขาก็หวังอยู่บ้างว่ามันอาจเกิดขึ้นสักวัน แต่พอเกิดขึ้นจริงๆ เขาก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

 

เคยคิดจะประชดจุนฮยองโดยการมีคนอื่นบ้าง แต่เอาเข้าจริงมันก็เหมือนเป็นเขาเองที่ทำผิดต่อจุนฮยอง

 

การที่จุนฮยองไม่ห้าม และบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนไประหว่างเขาทั้งสองคน ทำให้เขาหมดหวังไปแล้วว่าพวกเขาจะสามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้

 

แล้วทำไมจุนฮยองตอนนี้เหมือนกำลังพยายามลดระยะห่างที่จุนฮยองเป็นคนสร้างขึ้นตั้งแต่แรกกัน?

 

 

 

“เขินหรอ” จุนฮยองกระซิบถามใกล้ๆ ใบหูบางก่อนจะเป่าเบาๆ ให้ใบหูอีกคนเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

จุดไหนบ้างที่ทำให้ฮยอนซึงหวั่นไหวทำไมเขาจะไม่รู้…

 

“ฉันจะไปอาบน้ำ” ฮยอนซึงหลบตาแล้วยันกายลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อีกคนไม่ขืนไว้ แต่กลับลุกตาม

 

“งั้นอาบด้วยกัน” คำพูดของจุนฮยองทำให้ร่างบางชะงัก ฮยอนซึงเหลียวมองจุนฮยองที่มีแววตากรุ้มกริ่มอย่างไม่เข้าใจ

 

จุนฮยองกำลังเป็นคนเดิม…

 

ถึงแม้ตั้งแต่ที่เขาเริ่มเที่ยวและเปลืองกายกับคนอื่นจุนฮยองจะอ่อนลงมาก และเขาก็รู้ดีว่าจุนฮยองไม่เคยมีใครอีกเลยก็เถอะ

 

แต่ความพยายามของจุนฮยองก็มีเพียงแค่รั้งเขาไว้โดยไม่เต็มที่เลยสักครั้ง

 

เขาเคยคิดว่า บางทีความรักที่จุนฮยองมีให้ มันอาจจะมีแค่นั้น แค่พอให้จุนฮยองทนอยู่กับเขา รั้งเขาไว้บ้าง แต่ไม่ได้ต้องการเขาจริงจัง

 

แต่ตอนนี้จุนฮยองกำลังทำให้เขามีความหวัง …ว่าความรักของจุนฮยองจะมีมากกว่านั้น

 

 

 

 

 

 

“อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ” สุดท้ายฮยอนซึงก็บอกปัดไปอย่างนั้น เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมามันนานพอให้ตัดใจว่าระหว่างเขาทั้งสองคนจะได้กลับไปเป็นอย่างแต่ก่อนแล้วล่ะ

 

“ฮยอนซึง…” เป็นเพียงคำพูดสั้นๆที่จุนฮยองพูดก่อนจะใช้จมูกเบียดชิดแก้มใส ประกบริมฝีปากที่เจ้าของขัดขืนในทีแรกแต่ก็โอนอ่อนตาม

 

“ถ้าจะอาบคนเดียวนายก็เดินไปทั้งอย่างนั้นเลย” จุนฮยองพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เพราะฮยอนซึงยอมให้จูบทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นมาก

 

เดินไปทั้งอย่างนั้น ของจุนฮยองหมายถึงไปโดยไม่มีผ้าห่มที่คลุมกายอยู่ไปด้วย เนื่องจากมือแกร่งรวบมันไว้หมดแล้ว

 

ฮยอนซึงถอนหายใจ…

 

“หมายความว่าไงกันแน่จุนฮยอง” สายตาสีอำพันจ้องมองร่างสูงด้วยแววตาสั่นระริก

 

มันเหมือนความรู้สึกที่คลุมเครือมาตลอดหนึ่งปีกำลังถูกหยิบออกมาถามโดยจาง ฮยอนซึง

 

 

 

 

จุนฮยองนิ่วคิ้ว สายตาคมมองตอบแววตาสั่นระริกด้วยแววตาแน่วแน่

 

 

 “ฉันขอโทษ”

 

 

มันเป็นคำพูดที่จุนฮยองไม่เคยพูดออกมาเลยสักครั้งนับตั้งแต่วันที่ฮยอนซึงรู้ว่าร่างสูงนอกใจ

 

น้ำสีใสเอ่อคลอเบ้าตาของคนหน้าสวย

 

เขาไม่เข้าใจ…

 

มันเป็นเวลาหนึ่งปีที่ยาวนาน

 

หนึ่งปีที่จุนฮยองไม่เคยพูดคำนี้กับเขา หนึ่งปีที่เขาประชดจุนฮยองจนเป็นคนห่างคนไกล จนชินและคิดว่าอาจจะอยู่ต่อไปทั้งอย่างนั้นตลอดด้วยซ้ำ

 

เหมือนกับอิฐของกำแพงที่เขาและจุนฮยองต่างก่อกันทีละก้อนกำลังจะทลายลงด้วยคำนี้ที่จุนฮยองเพิ่งเอ่ยออกมา

 

“ทำไม” ฮยอนซึงพูดด้วยเสียงสะอื้น ข้อมือบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ จุนฮยองเอื้อมมือไปจับมือที่สั่นเทาด้วยแรงสะอื้น

 

“ฉันขอโทษ” จุนฮยองพูดซ้ำอีกครั้ง ราวกับจะใช้ค้อนทุบกำแพงหนาที่กั้นหัวใจของพวกเขาให้ทลายลงไปอีก

 

ร่างสูงโอบกอดร่างบางที่เริ่มร้องไห้หนักขึ้น

 

มันเหมือนอยู่ดีๆ จุนฮยองก็กลับมาโดยโยนคำที่เขารอมาเป็นปีจนถอดใจไปแล้วมาให้เขา

 

ทั้งๆที่เขาถอดใจ …มีคนอื่นไปแล้ว

 

แรกๆ มันแค่ทำไปให้อีกคนหึงเท่านั้น ผู้ชายคนเดียวที่ได้แตะตัวเขาคือจุนฮยอง มันเป็นอย่างนั้นเสมอ ก็จนเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วเอง ที่ความเหนื่อยล้าทำให้เขาเปลี่ยนไปจริงๆ

 

“ขอโทษนะ ฮยอนซึง ฉันขอโทษ กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ นะ” จุนฮยองพูดพร้อมลูบปอยผมของคนที่ร้องไห้ ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะปลอบแต่คำอ้อนวอนที่เอ่ยออกมาก็เจือน้ำเสียงคล้ายจะสะอื้นไว้

 

“ฉันเป็นของคนอื่นไปแล้ว” ฮยอนซึงพูดทั้งเสียงสะอื้น สองมือบางเกาะเสื้อของจุนฮยองที่กอดตัวเองอยู่ด้วยความอ่อนแรง

 

“มันไม่สำคัญหรอก” จุนฮยองพูดพลางจูบลงไปบนเรือนผมของคนตัวเล็ก

 

“ฉันเป็นของคนอื่นไปแล้วจริงๆ จุนฮยอง” ฮยอนซึงพูดซ้ำอีกครั้งก่อนจะใช้แรงที่เหลืออกแรงขืนอ้อมกอดที่เขาคิดว่าตัวเองไม่ควรจะได้รับมันแล้ว

 

“ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่สำคัญ ฮยอนซึง ถึงนายจะเป็นของใคร มันก็แค่ครั้งหนึ่งหรือไม่กี่ครั้งก็เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาตอนนี้ และต่อแต่นี้ไป นายเป็นของฉัน นายเป็นฮยอนซึงของฉัน” จุนฮยองพูดย้ำๆ ใกล้ใบหูของคนที่พยายามขืนอ้อมกอดของเขา ราวกับสอดแทรกทุกคำพูดผ่านอ้อมกอดนั้น

 

“ทำไมยังให้โอกาสฉัน” คนในอ้อมกอดถามเสียงสะอื้น

 

“เพราะรักไง” เป็นคำเดียวสั้นๆ ที่จุนฮยองตอบ ก่อนจะใบหน้าที่เกยอยู่บนไล่มน เพื่อจูบหน้าผากของคนตัวเล็ก “อย่าร้องเลยนะ”

 

“แต่ฉัน….”

 

“นายเกลียดฉันรึเปล่าตอนที่ฉันทำผิดต่อนาย” จุนฮยองมองเข้าไปในสายตาสีอำพัน ฮยอนซึงไม่ตอบ กลีบปากบางไม่เอื้อนเอ่ยคำใด แต่คนตัวเล็กส่ายหน้า

 

“ฉันก็เหมือนกัน ตอนนี้ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้วเห็นมั้ย ถึงอดีตจะเป็นอย่างนั้นแต่ฉันก็รักนาย เข้าใจมั้ย”

 

“…”

 

“ตอนนี้เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้แล้วใช่มั้ย”

 

จุนฮยองถามแต่ความเงียบที่เป็นคำตอบกำลังทำเขาใจหาย

 

“ฮยอน….”

 

“ฉันจะยอมอาบด้วยถ้านายอุ้มไป” เสียงใสพูดขณะพยายามฉีกยิ้ม

 

จุนฮยองยิ้มตอบ ใช้มือข้างหนึ่งกอบกุมแก้มใส จูบแผ่วเบาบนหน้าผากมน ก่อนจะช้อนคนตัวเล็กเดินเข้าห้องน้ำไป…

 

 

 

 

 

 

 

 

มันเป็นกำแพงแห่งความไม่เข้าใจของกันและกันที่พวกเขาต่างก็ช่วยกันสร้างขึ้นมา

 

ความรักของพวกเขาไม่เคยหยุดชะงักลง มีเพียง ความไม่เข้าใจ เท่านั้นที่สร้างบาดแผลให้พวกเขา

 

แม้ว่ามันจะสายเกินไปกับคำขอโทษของจุนฮยอง แต่หากไม่ได้เอ่ยมันออกมาตรงๆ บางครั้งฮยอนซึงก็ไม่รับรู้

 

กำแพงเกิดจากการรวมตัวของอิฐเล็กๆ เพียงก้อนเดียวที่เป็นฐานของก้อนอื่นๆ วันนี้จุนฮยองได้หยิบอิฐก้อนนั้นออกมาและกำแพงก็ค่อยๆ ทลายลงแล้ว

 

พวกเขาต่างทำผิดต่อกัน บาดแผลในจิตใจไม่มีวันลบไปได้ทั้งจุนฮยองและฮยอนซึงก็รู้

 

แต่มันเป็นบทเรียนที่พวกเขาต่างผ่านมาด้วยกัน

 

การนอกใจ ความไม่เชื่อใจ การประชดประชัน อาจเป็นสิ่งที่ให้คนสองคนเลิกรากันได้ก็จริง

 

แต่จุนฮยอง และฮยอนซึง เลือกที่ก้าวผ่านถ้อยคำเหล่านั้นมา และมองมันเป็นเพียงครั้งหนึ่งของความรัก

 

แค่ครั้งหนึ่งที่รู้จักผิด ครั้งหนึ่งที่ไม่ซื่อต่อกัน

 

และพวกเขาได้เรียนรู้มันแล้ว

 

วันนี้ทางเลือกของพวกเขาทำให้ความรักของเขาทั้งสองคนเข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

แม้จะยังไม่ชินแต่พวกเขาจะค่อยๆ ยิ้มให้กันและกันไปทีละนิด ต่อเติมหัวใจที่ได้รับบาดแผลไปจนถึงวันที่มันฟื้นคืนสภาพสมบูรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกทางไหน? : )

 

 

 

 

 

 

 

 

-- Our lesson :: END --

 

 

 

 

 สวัสดีค่า :D อัพยามดึกมีใครรออ่านมั้ยเอ่ย?

แหะๆ ไม่รู้จะพูดยังไงดีเลย การทักทายที่ห่างหายไปเป็นเดือนๆ เนี่ย

จำได้ว่าตอนอัพฟิคครั้งสุดท้ายนี่ก่อนเปิดเทอม ตอนนี้อัพเฉพาะกิจช่วงสอบมิดเทอมพอดี ฮ่าๆ

ตอนนี้เราเหลือสอบอีกสามตัวแหละค่ะ อยากเป็นไทเต็มแก่ ฮ่าๆ

อยากปั่นฟิคและนิยายมากๆ T^T

 

คิดถึงคนอ่านทุกคนนะคะ ขอบคุณทุกคนที่คอยเมนชั่นหากัน บางคนฟอลโลวมาเลยก็มี ขอโทษที่รกไทม์ไลน์น้า ^^
จะเห็นว่าเราเวิ่นทวิตบ่อยมาก ทั้งๆที่บ่นว่าไม่มีเวลาฮ่าๆ

 

อ่าพูดทักทายมากไปละ ขอพูดถึงฟิควันชอทเฉพาะกิจเรื่องนี้หน่อย

 

ความจริงเรื่องนี้เขียนไว้ได้พักหนึ่งแล้วค่ะ สักอาทิตย์ที่แล้วถ้าจำไม่ผิด (ก่อนสอบนี่หว่า ฮ่าๆ XD)

ตอนนั้นมันมีความรู้สึกว่า อยากเขียนอะไรที่แบบ ฮยอนซึง : ฉันเป็นคนแบบนี้ทำไมยังเลือกฉันอีก แล้วจุนฮยองก็ตอบว่า : เพราะรักไง
อยากแต่งอะไรแค่นั้นแหละ XD ตอนแรกชื่อเรื่อง My reason ด้วยนะ
แต่แบบว่า พอเขียนค้างไว้แล้วมาเขียนต่อ บทสรุปมันก็เลยแอบเปลี่ยนไปนิดหน่อย

แค่อยากลองคิดมุมที่ทั้งสองคนงอแงดู แบบว่า คนสองคนที่คลุมเครือกันมานาน
บางครั้งเรื่องราวที่มันค้างคาหรือลงเอยไม่ได้ เป็นเพราะไม่มีโอกาสปรับความเข้าใจกันนี่แหละ
อย่างเรื่องนี้ถ้ามีสักครั้งที่ฮยอนซึงยอมอยู่ฟังจุนฮยองจริงๆ และจุนฮยองบอกขอโทษไปตรงๆ จริงๆ
ฮยอนซึงก็อาจจะไม่เที่ยวแล้วมีคนอื่นแบบนี้

อยากลองรู้สึกถึงอารมณ์ไม่เด็ดขาดของจุนฮยองทั้งๆที่ก็รักฮยอนซึงด้วยอ่ะ ปกตืเราจะชอบมีความคิดกันว่า จุนฮยองจะไม่ยอมให้ฮยอนซึงนอนกับใครได้ใช่มั้ย?? ใช่ ในเรื่องนี้ความจริงจุนมันก็ไม่ยอม แต่มันก็รั้งไว้ในแค่ระดับหนึ่ง
อยากมีเหตุผลให้กับความพยายามที่ไม่เต็มที่ดูบ้าง เวลาที่ความรู้สึกผิดมันค้ำคอ แล้วอยากจะให้โอกาสคนที่ตัวรัก มันคงประมาณนั้นแหละมั้ง ถ้าฮยอนซึงทำแล้วพอใจจุนฮยองก็ไม่ขัด แต่ก็เพราะทนไม่ได้ถึงได้เริ่มหงุดหงิดที่เห็นอีกคนเอาแต่ทำตัวแย่ลงเรื่อยๆ คือฮยอนซึงหลุดจากขั้นเยียวยาจิตใจไปเป็นการเสพแล้ว จุนฮยองถึงทนไม่ไหว แล้วออกแรงค้าน ประจวบเหมาะกับฮยอนซึงทำให้จุนฮยองเดือดพอดี ครั้งนี้จุนฮยองถึงรั้งสำเร็จโดยปริยาย

อยากลองสรุปบรรยากาศ เวลาที่คนสองคนอยู่ด้วยกัน
เวลาเราเจอปัญหา มีสองทางเลือกที่เราคิดว่า "มันคือจุดแตกหัก" กับ "มันคือบทเรียน"
อยากลองคิดดูบ้าง ถ้าเผื่อจะมองข้ามความเจ็บปวดนั้นไป แล้วคนสองคนก็คิดกันว่ามันเป็นแค่ครั้งหนึ่งก็เท่านั้น

แต่ทฤษฎีนี้คงใช้ได้ก็ต่อเมื่อคนทั้งสองคนมีมุมมองคิดให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันแหละนะ
ถ้าคิดเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคนเดียวก็ดูเหมือนคนนั้นเป็นคนยอมรับความเจ็บปวดไป

สรุปง่ายๆ ก็คือมันคือทางเลือกของคนที่รักกันจริงๆ นั่นแหละ

 

ฮ่าๆ พอเถอะ ใครไม่เข้าใจว่าเราเวิ่นอะไรก็ขอโทษด้วยนะคะ

ขอโทษด้วยถ้าการอัพครั้งนี้ทำให้ผิดหวัง ^^;

แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกความรักที่มีให้กันมาตั้งแต่ ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้นะคะ

รักค่ะ❤

ปล.ใครที่คอมเม้น เรามีเรื่องอยากขอแหละ *-* ช่วยเขียนชื่อเวลาเม้นด้วยได้มั้ยคะ เราอยากจำได้น่ะ ว่าใครเป็นใครบ้าง >"< เราอ่านทุกคอมเม้นน้า

ไปละค่ะ มีอะไรทักทายในทวิตได้เช่นเคย.

 

 

edit @ 26 Jul 2011 16:24:51 by ชิน

edit @ 12 Aug 2011 16:32:45 by ชิน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อย่างนี้คนผิดก็ปิ้นน่ะซิ สงสารฮยองซึงจิงๆ อุตส่าห์ได้ถึงขนาดนี้ แต่ดีแล้วล่ะค่ะเป็นเหมือนเดิมแล้ว คิดถึงไรเตอร์ค่ะ ^^

#1 By normie (110.168.111.131) on 2011-07-26 11:48

#1 ขออนุญาตตอบเม้นในคอมเม้นนะคะ
ขอบคุณคุณนาร์มี่มากเลยนะคะ >"< ที่ติดตามกันมาตลอด
จากใจเลยค่ะ♥

#2 By ชิน on 2011-07-26 16:21

เย้! พี่ชินมาอัพฟิคแล้ว หลังจากที่ไม่ได้อัพมานาน คึคึ
แต่เสียดาย ที่มุกมาไม่ทันเม้นแรก ฮ่าๆ > <

อ่า อ่านเรื่องนี้แล้วได้ข้อคิดเรื่องความรักด้วยเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ
คนที่ผิดตั้งแต่แรกคือจุนฮยองสินะ แต่เอาเถอะ ในเมื่อขอโทษแล้วนี่
ขอโทษแล้ว เข้าใจกันแล้ว แบบนี้ก็กลับไปเป็นอย่างเดิมแล้ว ดีใจด้วย <3

อ่านช่วงแรกๆแอบงง แบบงงว่าทำไมสวยถึงรีบขนาดนั้น 555
แต่พอบอกว่าจะรีบไปเจอชอนดุง ดูจุน จียง มุกถึงบางอ้อเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

“เพราะรักไง” ชอบนะ ประโยคนี้ :)
มันเป็นเพียงคำสั้นๆอย่างว่าจริงๆ แต่มันก็มีหลายความหมายอยู่ในตัวเลย
อ่า อ่านแล้วได้อะไรเยอะแยะเลยจริงๆนะเนี่ย คึคึคึ

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะพี่ชิน แล้วก็ขอให้สอบได้น้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ ♥
ปล. จำมุกได้มั้ยเนี่ย 5555555

#3 By MOOK (묵) on 2011-07-27 17:56

#3
น้องมุกที่RTทวิตที่พี่อัพฟิคใช่มั้ยเอ่ย? > < พี่จำได้น้า
ขอบคุณที่ตามมาเม้น และขอบคุณสำหรับกำลังใจนะจ๊ะ♥

#4 By ชิน on 2011-07-30 23:53

รอมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วนะคะเนี่ย ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะที่รอ
ชอบบรรยากาศฟิคของไรท์เตอร์มากๆเลยค่ะ
อ่านมาก็หลายเรื่องแล้ว
คือเป็นรูปแบบอารมณ์ฟิคที่ชอบเลยอะ มันอธิบายไม่ถูกนะคะ
แต่ง่ายๆเลยคือว่าชอบมากกก

จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ ^^

#5 By or : turk " on 2011-08-01 21:17

#5 ก่อนอื่นเลยขอโทษนะคะที่ไม่ได้มาต่อฟิคเลย > <
อ่านคอมเม้นแล้วดีใจมากค่ะ
ขอบคุณนะคะที่ชอบ
ขอบคุณจริงๆค่ะ TvT

#6 By ชิน on 2011-08-02 00:48

โจ๊กไม่น่านอกใจตั้งเเต่เเรกเลย ไม่งั้นสวยก้อคงไม่ประชดแกหรอกจิงมะ?
เเล้ว 1 ปี่ที่ผ่านมาแกมัวทำอะไรอยู่ฮะโจ๊ก เพิ่งจะคิดได้หรอ?
ดีนะที่เรื่องราวมันกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่งั้นแกได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งเเน่ โจ๊กquestion

#7 By mindmelody (125.27.162.144) on 2011-08-27 11:42

พอเปิดคอมมาดู
พบว่ามีหลายเรื่องเลยที่ยังไม่ได้อ่านน5555

ถ้ารีบเอ่ยคำขอโทษตั้งแต่ทีแรกก
็คงไม่ยืดยาวบานปลายมาขนาดนี้หรอกเนอะ
แต่เรื่องนี้โรแมนติกมากเลยอ่ะ ><
ทีแรกหมั่นไส้โจ๊ก หลังๆเขินนน

#8 By (110.168.118.48) on 2011-09-03 00:27

คนเรานะถ้าไม่เสียของรักก็ไม่เคยรู้สึก
อย่างจุนฮยองถึงของที่รักจะอยู่กับตัว
แต่จิตใจเค้าไม่ได้ให้เธอแล้วก็เลยรู้สึก
เพราะต่างคนต่างรักกันมากสิเนอะ สุดท้ายถึงได้ยอมเปิดใจให้กัน
แต่ยงค่ะ แค่คิดช้าไปมั้ย ยอมนานไปรึป่าว
สนุกมากเลยนะจ๊ะ อ่านแล้วอินตามเลย
คู่นี้มันมีอะไรที่ลึกซึ้งเนอะ อ่านแล้วมีความสุขทุกครั้ง
ขอบคุณนะค่ะ

#9 By TaNgMoPuN (124.121.231.240) on 2011-09-09 02:46

ช๊อคตอนหน้าๆ ซึ้งตอนหลังๆ big smile

#10 By ....................... (65.49.68.150) on 2011-09-11 19:43

ฮึก เกือบร้องไห้เลย
ทำไมฮยอนซึงต้องไปเป็นของคนอื่น
แต่สุดท้ายก็มีความสุข อ๊ากก ดีใจ

#11 By guzzya (118.173.78.176) on 2011-10-02 01:15

นึกถึงคำที่ว่า " ความรัก คือการให้อภัย " big smile

#12 By LadiizzYS (192.168.18.51, 183.89.1.223) on 2012-01-24 13:57

#13 By eurekazy on 2012-03-02 19:23

เคยอ่านมาแล้วรอบนึง อันนี้กลับมาอีกรอบ 55555
พี่ซึงเป็นของคนอื่นไปแล้วเหรอ แล้วไงก็รักซะอย่าง
ดีนะที่ยังรักกันอยู่

#14 By guzz (118.173.84.32) on 2012-03-06 14:18

ชิน View my profile

Recommend