[FIC]LOVE IS? ,,เขาทำผมท้อง (part11)

posted on 21 Aug 2011 01:21 by chibi-uchi

 

 

 

 

 

 

 

 
It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
 I hope you like it. Comments and feedback are loved!
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title : LOVE  IS?

Author : shinsh

Part : 11

 

               

 “ลุง ขอเพิ่มอีกแก้วดิ” ผมตะโกนบอกลุงเจ้าของร้านให้เติมเหล้าปั่นที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อ่อนๆ เพิ่มเป็นครั้งที่สาม

 

อย่าสงสัยทำไมยัง โยซอบมานั่งผลาญเงินอยู่ที่ร้านเล็กๆ ข้างทางแบบนี้ ทั้งๆ ที่ผมอยู่ในช่วงเก็บเงินอย่างหนักเพราะดงอุนใกล้จะเข้ามหาลัยแล้ว

 

ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีโปรโมชั่นว่าถ้าดื่มเกินสิบแก้วแล้วไม่ต้องจ่ายเงินผมก็ไม่มานั่งกินหรอก

 

ที่ผมมานั่งดวดแอลกอฮอล์(แบบอ่อนๆ) ก็เพราะช่วงนี้ผมมีเรื่องให้กลุ้มอ่ะ เป็นเรื่องที่คิดเท่าไรก็คิดไม่ตก

 

แรกๆ ผมก็ไม่คิดจะเก็บเอามาใส่ใจหรอกนะ แต่เพราะว่ามันมีเหตุการณ์กระตุ้นให้ผมเริ่มตระหนักตั้งแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่สิ….

 

มันเริ่มจากตอนที่ผมกำลังจะกลับบ้านหลังจากช่วยคุณเจ้าของร้านทำงานเสร็จ แล้ว ตอนนั้นผมกำลังจะเดินไปรอรถเมล์ที่ป้าย พยายามทำมึนไม่สนใจไอ้คุณลูกค้าประจำที่อยู่จนร้านปิดตลอดเหมือนอย่างเคย

 

แต่ว่าอยู่ดีๆ ผมก็เดินไปไม่ถึงป้ายอย่างนั้นล่ะ ก็เพราะมีมือของใครก็ไม่รู้ฉุดผมไว้น่ะสิ

 

แทบไม่ต้องเดาผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร

 

“นี่ก็สองอาทิตย์กว่าแล้ว นายยังไม่ยอมให้ฉันไปส่งที่บ้านอีกรึไง” คนตัวสูงเอ่ยถามผม น้ำเสียงรีบร้อนนั้นแทบจะตะคอกเลยด้วยซ้ำ ราวกับคนพูดอัดอั้นมานานอย่างนั้นแหละ

 

ผมมองตอบดวงตาชั้นเดียวด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเต็มแก่… เวลานี้ไม่ใช่เวลาทำงาน ผมไม่จำเป็นต้องป้อนยิ้นการค้าให้ใครอีกแล้ว

 

…ผมไม่เข้าใจยุน ดูจุนจริงๆ

 

ไม่เข้าใจว่าจะมาทำไมนักหนา ร้านกาแฟที่ดูยังไงหมอนี่ก็แทบไม่ชอบกาแฟเลยด้วยซ้ำ พายสับปะรดที่สั่งมาพอกินกันเป็นครอบครัวได้ หมอนี่ก็ยังคงสั่งทั้งที่พอเอาจริงๆ แล้ว หมอนี่กินไม่เคยถึงหนึ่งถาดเลยด้วยซ้ำ

 

ไหนจะไอ้การตามตื๊ออาสาไปส่งผมที่บ้านนี่อีกล่ะ

 

หรือหมอนี่จะสงสารผมจริงๆ เลยจะช่วยประหยัดค่ารถเมล์?

 

จะยังไงก็ช่างเถอะ ไม่ว่าคิดยังไงผมก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอีกคนอยู่ดี

 

“ปล่อยฉันได้แล้ว เดี๋ยวตกรถ” ผมว่าพลางใช้มืออีกข้างแกะมือที่เริ่มจะจับผมแน่นขึ้น

 

“ถ้างั้นนายก็ให้ฉันไปส่งเลยสิ จะได้ไม่ต้องไปนั่งรอให้เสียเวลา” ยุนดูจุนพูดสิ่งที่ผมไม่เข้าใจอีกครั้ง

 

“ปล่อยเถอะ ฉันเหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว” ผมตัดสินใจพูดในที่สุด สะบัดมือของอีกคนออกจากข้อมือของผม แล้วหันหลังเดินลิ่วไม่สนใจอีกคน

 

“นี่นายยังไม่เข้าใจอะไรอีกรึไง โยซอบ!”

 

หมอนั่นไม่ได้เดินตามแต่กลับตะโกนตามหลังมา

 

“โยซอบ ยังไม่เข้าใจอีกรึไงว่าฉันจีบนาย!”

 

กึก!

 

ฝีเท้าผมหยุดชะงักทันที สมองเกือบรวนไปหมดเมื่อได้ยินอย่างนั้น และชั่วเสี้ยววินาทีที่จะทันให้อีกคนได้สังเกตเห็นท่าทางที่แปลกไปของผม ผมก็วิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว

 

 

….ตั้งแต่นั้นมาผมก็คิดไม่ตกเลยล่ะ

 

เอาจริงๆ ผมก็รู้ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าไอ้อาการตามตื๊อของอีกคนนี่มีจุดประสงค์อะไร

 

แต่เพราะเรื่องอย่างนั้นมันเป็นไปได้ยากสำหรับคนที่มีเคยมีความสัมพันธ์ ชั่วข้ามคืนกัน (แบบเข้าใจผิดว่าเป็นอีกคนด้วย) ผมก็เลยไม่อยากจะคิด

 

แล้วนี่อะไร?

 

ทำไมนายยุน ดูจุนอะไรนั่นต้องมาบอกผมอย่างนี้ด้วย

 

ผมสับสนนะรู้มั้ย T_T

 

เกิดมายังโยซอบเคยชอบใครจริงๆ จังๆ ซะที่ไหน เวลาคนมีความรักเขามีอาการยังไงผมไม่รู้หรอก

 

ไอ้อาการใจเต้นนี่ใช่ความรักรึเปล่าล่ะ? ผมไม่รู้หรอก

 

ก็ตอนผมรักเงิน ผมก็ไม่เห็นมีอาการอย่างนี้นี่… มันก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจบ้างอ่ะนะ เวลาที่รู้ว่าจะได้เงิน

 

แต่ไอ้ที่เรียกว่า หวั่นไหว นี่ล่ะ? มันใช่รึเปล่า

 

รู้สึกแปลกๆ กับอีกคน เลยทำเป็นไม่สนใจ มันเรียกว่ารักงั้นเหรอ?

 

ผมไม่รู้หรอก

 

….ทำไมไอ้เรื่องความรู้สึกสำหรับยัง โยซอบมันยากกว่าการนั่งคำนวณโจทย์เลขอีกนะ T_________T

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

“กวนตีนนะมึงอ่ะ” อยู่ดีๆ ไอ้จุนฮยองที่นั่งบนโต๊ะมาหินอ่อนฝั่งตรงข้ามของผมก็พูดอย่างนั้น

 

เอ้า กูนั่งของกูดีๆ ยังไม่ทันทำอะไร ไอ้คนหน้าตายที่อยู่ดีๆ ก็ปล่อยมาออกจากปากใส่คนอื่นเนี่ย ไม่เรียกกวนตีน? =_=

 

“อะไรของมึง กูนั่งอยู่ของกูดีๆ นะเนี่ย” ผมตอบอีกคนไป แต่แปลกที่ไม่ได้รู้สึกใส่ใจโกรธอะไรมันเหมือนอย่างแต่ก่อน

 

“นั่งดีๆ อะไร ทำตัวอย่างกับผีเข้า มึงนั่งยิ้มอยู่คนเดียวมาทั้งวันมึงรู้ตัวป้ะเนี่ย?” ไอ้จุนฮยองก็พูดเวอร์ ผมจะนั่งยิ้มทั้งวันได้ไง นี่เพิ่งเจอหน้ากันได้ไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ

 

เพราะมีเรียนตอนเช้า วันนี้ผมกับมันเลยได้มานั่งลอยคออยู่แถวโต๊ะม้าหินอ่อนใต้คณะ เพราะวิชาต่อไปมีเรียนตั้งตอนบ่ายนู่น

 

ว่าแต่นี่ผมนั่งยิ้มมาตลอดเลยเหรอ?

 

“มึงมีอะไรลืมบอกกูรึเปล่า ทำตัวอย่างกับคนมีความรัก” ไอ้เพื่อนหน้าหล่อแต่กวนตีนถามผมอีกครั้ง ไม่ลืมใช้ขาหลังของมันสะกิดเบาๆ ที่ขาผมเป็นการเรียกร้องความสนใจด้วย

 

“แหม คุณมึงพูดอย่างกับคุณมึงรู้จักความรักเนาะครับ” ผมประชดไอ้จุนฮยองไปด้วยการกวนอารมณ์สุดติ่ง หน้าไอ้หล่อปากหมานี่แทบจะหงิกเลยที่โดนผมพูดอย่างนั้น

 

“อย่าบอกนะว่ามึงได้ไอ้เด็กนั่นแล้ว”

 

อืม สมกับที่เป็นเพื่อนคุณกูว่ะครับ รู้ใจกันดีจัง เดาออกว่าผมอารมณ์ดีเพราะใคร แต่ผิดไปหน่อย…

 

“เด็กที่มึงปล้ำผิดคนไปเมื่อตอนงานวันเกิดฮยอนซึงใช่มั้ย? ตื๊อจนได้แล้วรึไง”

 

“พูดหมาๆ กูยังไม่ได้เค้าสักหน่อย” เอ่อ หมายถึงตั้งแต่เรื่องเข้าใจผิดครั้งนั้นน่ะครับ….

 

“เอ้า ก็กูเห็นมึงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กูก็นึกว่าได้เขาแล้วซะอีก” ไอ้จุนฮยองว่าพลางส่งยิ้มกวนอารมณ์สุดติ่งมาให้ผม

ทำนองนี้ก็เหมือนจะเยาะเย้ยผมกลายๆ แหละครับ

 

ก็มีอย่างที่ไหนล่ะ ยุน ดูจุนตาจีบคนเป็นเดือน แต่ยังไม่ได้เขาสักที!

 

“ตอนนี้กูยังไม่ได้ แต่กูว่าอีกไม่นานได้แน่” 

 

 

กึก!

 

ผมตั้งใจจะตอบไอ้จุนฮยองไปให้มันเลิกทำหน้าเยาะเย้ยผมสักที แต่ดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเพิ่งสังเกตได้ว่ามีคนที่ทำให้ผมนั่งยิ้มอยู่ คนเดียวยืนอยู่ด้านหลังพอดี

 

“โยซอบ…” ผมเรียกชื่ออีกคนด้วยเสียงขาดห้วง

 

ใครจะไปคิดล่ะครับว่าคนที่ว่านี่จะยอมมาปรากฎตัวให้ผมเห็นโดยไม่ต้องตามตื๊อ แถมทำท่าอย่างกับมีเรื่องจะคุยกับผมอีก

 

“ผมเอาเสื้อผ้าที่เคยยืมไปมาคืนคุณ”

 

คนตัวเล็กพูดเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินกลับไปไม่ทันให้ผมได้ตั้งสติ

 

“นี่ โยซอบ!” ผมลุกตามอีกคนไปแทบจะในทันที

 

นี่คงไม่ใช่นิยายน้ำเน่าหรอกใช่มั้ยครับ? บอกผมที

 

อย่าบอกนะว่าอีกคนมาได้ยินที่ผมพูดกับไอ้เพื่อนปากหมาเมื่อกี้ แล้วเกิดงอนขึ้นมาน่ะ!

 

ยังไม่ได้ก็จะเสียแล้วมั้ยล่ะ ยุน ดูจุน!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

จุนฮยองนั่งมองเพื่อนที่เอาแต่นั่งยิ้มอยู่คนเดียวมาตลอดวันกำลังวิ่งตามเด็กปีหนึ่งไปอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไร

 

มีที่ไหนล่ะคนอย่างไอ้ดูจุนวิ่งตามตื๊อเด็กต้อยๆ อย่างนั้นน่ะ

 

ยิ่งไอ้อาการนั่งเพ้อ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวนั่นอีก พอเห็นเพื่อนที่ทำตัวเสเพลคั่วคนไม่ซ้ำหน้าไปวันๆ มาทำท่าทีอย่างนี้แล้วก็ขนลุก

 

หายากยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์อีกนะเนี่ย

 

ร่างสูงตั้งใจจะฟุบหลับฆ่าเวลาแต่ก็ต้องหยุดความคิดเมื่อเห็นรถคันคุ้นตา ขับมาจอดเทียบหน้าคณะ พร้อมกับร่างของใครอีกคนลงมาจากรถคันนั้น

 

แล้วก็แทบจะในทันทีที่เห็น จุนอยองผุดลุกขึ้นเดินตามให้ทันร่างบางที่กำลังเดินขึ้นบันไดไป

 

“ฮยอนซึง!” คนตัวสูงร้องเรียก เจ้าของชื่อหยุดก้าวขึ้นบันไดแล้วหันมามองทางต้นเสียงแบบแปลกใจเล็กน้อย

 

จุนฮยองเดินตามขึ้นไปจนถึงจุดพักระหว่างชั้นของบันได

 

“มีอะไร” เจ้าของริมฝีปากบางเอ่ยถาม พลางหลบสายตาช่างสังเกตของอีกคน

 

“นายเป็นอะไร ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยมาที่คณะ”

 

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่” ฮยอนซึงบอกปัด พยายามถอยหลังหนีอีกคนที่เริ่มเข้ามาประชิดตัวเองมากเกินไป

 

“คิดว่าฉันรู้จักนายมากี่ปีกันฮยอนซึง ทำไมฉันจะดูไม่ออก นายร้องไห้ทำไม” 

 

จุนฮยองถามถึงอาการตาบวมที่ถูกกลบด้วยแป้งฝุ่นบางๆ ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น แต่สำหรับจุนฮยองที่รู้จักฮยอนซึงดีกว่าใครแล้วสิ่งนั้นมันเด่นชัดยิ่งกว่า อะไร

 

“ฉัน…”

 

ฮยอนซึงหลบสายตา รู้สึกอึดอัดที่ราวกับคนตรงหน้าอ่านเขาออกไปหมด

 

“ฉัน…”

 

“พี่ฮยอนซึง!” เสียงร่าเริงดังขึ้น หยุดคำพูดของร่างบางไว้แค่นั้น ร่างสองร่างที่ยืนอยู่ด้วยกันหันมองไปตามเสียงก่อนจะพบกับคนตัวเล็กเจ้าของ เสียงใสกำลังเดินตรงมาทางพวกเขาสองคน

 

“พี่ฮยอนซึงอยู่กับพี่จุนฮยองนี่เอง ผมตามหาซะให้ทั่วเลย” อู ซองฮยอนพูดพลางใช้แขนข้างหนึ่งควงร่างบางไว้ คนตัวเล็กเดินนำอีกคนไปที่ม้าหินอ่อนใต้คณะ แน่นอนว่าจุนฮยองก็ต้องเดินตามมาด้วย

 

“พอดีผมไปเจอร้านเค้กร้านนึงมา อร่อยมากเลยนะ ผมกินแล้วคิดถึงพี่เลย ผมก็เลยซื้อมาฝาก พี่ต้องชอบมันแน่ๆ เลย” เควินว่าพลางวางถุงพลาสติกที่มีเค้กอยู่ในนั้นสองสามกล่องลงบนโต๊ะ จัดแจงให้ฮยอนซึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นเรียกอีกคน “พี่ก็มากินด้วยกันสิฮะ ไม่ต่องห่วงน้า ผมเตรียมโค้กมาเผื่อพี่แล้ว”

 

คนตัวเล็กออกปากชวนแฟนตัวเอง ก่อนที่จุนฮยองจะนั่งลงตามที่บอก

 

จากที่จะถามไถ่อีกคนเรื่องที่คาใจกลายเป็นว่าตลอดช่วงเวลานั้น จุนฮยองใช้เวลาไปกับการหยอกล้อคนตัวเล็กซึ่งเป็นแฟนของตัวเองไป

 

ไม่ได้สังเกตหรอก สายตาที่มองพวกเขาซึ่งแปลกไปจากเดิมของฮยอนซึง…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

“ยัง โยซอบ นายหยุดก่อน!” ไอ้แก่นั่นเรียกชื่อผมอีกครั้ง

 

ฮึ่ย! วันนี้ขาผมมันเป็นอะไรเนี่ย ชาๆ เหมือนจะก้าวไม่ออก ไม่ทันใจเลย เดี๋ยวก็โดนตามทันพอดี

 

นี่มันวันซวยอะไรของยัง โยซอบเนี่ย!

 

ไม่รู้วันนี้ตัวเองนึกบ้าอะไรถึงได้ตื่นแต่เช้าเพื่อมามหาลัยทั้งที่มี เรียนตั้งบ่าย แค่เพราะจะเอาเสื้อผ้าที่เคยยืมอีกคนไปแล้วไม่ได้คืนมาคืนให้

 

แล้วก็คิดจะหาเรื่องชวนคุยหน่อยเท่านั้นแหละ…

 

ใครจะไปคิดเล่าว่าจะมาเจอประโยคเด็ดที่กำลังพูดถึงตัวเองอย่างนี้

 

“นี่ นาย หยุดก่อนสิ” ไอ้แก่นั่นรั้งผมไว้ด้วยคำพูดก่อนจะทำให้ผมหยุดได้ด้วยกำลัง

 

ผมหยุดฝีเท้าลงเมื่ออีกคนคว้าข้อมือของผมไว้ได้ มันรู้สึกเหนื่อยๆ ไม่มีกะใจจะสะบัดหนียังไงก็ไม่รู้

 

 

“รุ่นพี่มีอะไรเหรอครับ” ผมตอบกลับอีกคน ซึ่งไอ้คนที่ผมเรียกว่ารุ่นพี่ก็ทำหน้าไม่เข้าใจทันที

 

“นายทำไมเปลี่ยนคำเรียกอย่างนั้นล่ะ” ยุน ดูจุนว่าแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากผม

 

ก็หมอนี่เป็นรุ่นพี่ ผมก็เรียกรุ่นพี่ก็ถูกแล้วนี่ ไม่ใช่คนใกล้ชิดอะไรให้แทนตัวว่าฉันกับนายสักหน่อย!

 

“รุ่นพี่มีธุระอะไรรึเปล่าครับ เรื่องเสื้อผ้า ผมถือว่าผมเป็นคนยืมมาเอง แล้วก็คืนช้าไปด้วย เพราะฉะนั้นค่าซักรีดไม่ต้องไปสนใจมันหรอกครับ”

 

ยุน ดูจนทำหน้าไม่พอใจผมอีกครั้ง เหมือนกับตอนที่เจอกันที่บอร์ดประกาศรับหางานเลย แต่ช่างเถอะ ผมสนใจซะที่ไหน

 

“โยซอบ นี่นาย…”

 

“โยซอบ!” ไม่ทันที่ไอ้คุณรุ่นพี่จะได้พูดต่อ เสียงใสกังวานของใครอีกคนก็เรียกผมแต่ไกล

 

จะใครซะอีกล่ะครับ ก็อี กีกวังผู้ดีกับผมเสมอต้นเสมอปลายไง!

 

“นายมาซะเช้าเลย ทำไมไม่ปลุกฉันบ้าง” กีกวังว่าพลางทำหน้างอนอย่างน่ารัก ขอโทษเหอะ ต่อให้ผมไม่คิดอะไรกับเพื่อนคนนี้แต่ก็ใจกระตุกว่ะครับ

 

“ทำไมไม่ปลุก? …นี่พวกนายอยู่ด้วยกันรึไง” แล้วคนที่เหมือนโลกจะลืมไปแล้วก็ว่าขึ้นมา

 

กีกวังกระพริบตาปริบมองผมทีสลับกับดูจุนที

 

“ใครเหรอ…”

 

“รุ่นพี่ที่คณะน่ะ …ใช่ครับผมอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นช่วยปล่อยมือผมด้วยพวกผมมีธุระต้องไปทำกัน” ผมตอบคำถามกีกวังก่อนจะตอบคำถามของดูจุน

 

แล้วก็ไม่ต้องรอให้ผมแกะมือของดูจุนออก เป็นกีกวังต่างหากที่คว้าข้อมือผมมากุมไว้เอง

 

“ผมขอโทษนะครับ รุ่นพี่ แต่พวกผมมีธุระกันจริงๆ” กีกวังบอกอีกคนพลางยิ้มหวาน กุมมือผมไว้แล้วดึงให้เดินออกมาทั้งอย่างนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เขารังแกนายเหรอโยซอบ” หลังจากเดินพ้นมาไกลกีกวังก็หยุดอยู่ที่ร้านเค้กแถวมหาวิทยาลัยก่อนจะเอ่ยถามผมด้วยสีหน้าจริงจัง

 

นี่อย่าบอกนะว่าที่อยู่ดีๆ ทำทีเป็นเล่นละครช่วยผมเนี่ย เพราะอีกคนคิดว่าผมโดนแกล้งอยู่จริงๆ =___=;;

 

“เปล่าหรอก” ผมตอบไปสั้นที่สุด เพราะไม่รู้จะตอบอะไรอีก

 

“เขามาทวงหนี้นายรึเปล่า เจ็บตรงไหนหรอ นายมีคืนเขาไหม เท่าไรล่ะ ฉันพอช่วยออกก่อนได้นะ” แล้วเพื่อนผู้แสนดีก็เอ่ยคำถามเป็นห่วงเป็นใยผมมาอีกเป็นชุด

 

ผมมีคนดีๆ อยู่ตรงหน้านี้แท้ๆ …

 

มัวไปหลงผิดหวั่นไหวกับไอ้คนที่หวังแค่อยากได้ผมไปนอนด้วยทำไมนะ…

 

ผมยิ้มฝืนๆ เพื่อให้กีกวังรู้สึกสบายใจว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ

 

…ซะที่ไหนล่ะ

 

ทำไมทั้งที่คิดอย่างนั้น แต่ผมหยุดหวั่นไหวกับคนคนนั้นไม่ได้สักที T_T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

“กวนตีนนะมึงเนี่ย” จุนฮยองเอ่ยทักผมอีกครั้ง ไม่ต่างจากตอนกลางวัน เออ เอากับมันสิ อยู่เฉยๆ ก็พูดอย่างนี้อีกละ

 

นี่ผมฟังผิดรึเปล่าเนี่ย? หรือว่าคำว่ากวนตีนของจุนฮยองเป็นคำชมแปลว่าว่าหล่อ มันถึงพูดกับผมอย่างนี้ทั้งวัน??

 

“กูไปกวนเบื้องบาทามึงเรื่องอะไรอีกล่ะ” ผมตอบไป แต่ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันลิบลับ

 

ทำไมรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้

 

“เมื่อกลางวันนี่ทำหน้าเป็นหมาได้ข้าว ตอนนี้มึงกลับทำหน้าเป็นหมาอดแดกข้าวไปซะงั้น” ไอ้จุนฮยองว่าพลางหยิบเหล้าดีกรีสูงขึ้นจิบ

 

วันนี้ผมกับมันนัดกันแบบไม่ได้นัดหมาย อยู่ดีๆ ก็อยากเรียกหาแอลกอฮอล์มาดับอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา ผมเลยโทรหามันเพราะผมมาดื่มข้างนอกคนเดียวคงไม่ได้กลับบ้านกันพอดี ก็ผมเคยบอกไปแล้วนี่ ผมน่ะคอแข็งซะที่ไหน

 

แต่เหมือนฝนตกขี้หมูไหล คนหล่ออิ๊บอ๋ายอย่างพวกผมถึงบังเอิญเจอกันที่ร้านเหล้าพอดี ตอนนี้ผมก็เลยนั่งดื่มอยู่กับมันนี่ล่ะ

 

 

“ว่าแต่กู มึงเหอะ ไปอดแดกข้าวมารึเปล่า มานั่งแดกเหล้ากับกูเนี่ย” ผมสวนกลับเพื่อนหน้าหล่อ ณ นาทีนี้ไม่มีอารมณ์อธิบายเรื่องราวของตัวเองจริงๆ

 

รอเมาก่อนเถอะ เดี๋ยวเช้าต่อมามันก็รู้เองว่าผมกังวลเรื่องอะไร

 

“กูไม่ได้อด กูรู้สึกว่าอิ่มแล้ว แต่กูแดกผิดจาน ไอ้จุนฮยองว่า เรียกความแปลกใจจากผมได้เป็นอย่างดี

 

นี่ระดับน้องเควินสุดฮอตไอ้จุนฮยองมันยังว่าแดกผิดจานอีกเหรอ!! เหลือเชื่อว่ะครับ!

 

“แล้วทำไมมึงไม่ทิ้งจานเก่าไปให้หลุดล่ะ ล้มเลิกทำไม” ผมว่าพลางจิบเหล้าไปด้วย (อย่างยุน ดูจุนดื่มรวดเดียว เกาหลีก็แผ่นดินไหวพอดีสิวะครับ)

 

“กูทิ้งไม่ได้”

 

“มึงรักเค้า?”

 

“…” ไอ้จุนฮยองเงียบ อารมณ์นี้ก็คงไม่อยากให้ถามอีกนั่นแหละ

 

“คิดไรมากวะ ถ้ากูเป็นมึง กูคงหาจานใหม่แดกแก้เบื่อไปแล้วล่ะ” ผมตอบไปอย่างที่คิด

 

ไอ้จุนฮยองชะงัก…

 

“งั้นคืนนี้มึงกลับบ้านเองแล้วกันนะ”

 

“มึงว่าไงนะ” ไม่ต้องรอให้ผมตกใจจนสร่างเมาหรอก ไอ้จุนฮยองทิ้งเงินค่าเหล้าไว้ก่อนจะเดินออกจากร้านไปไม่ทันให้ผมตามทัน

 

ประเสริฐจังเลยมึง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

             

ครืดดดด~ ครืดดดด~

 

 

 

“ฮัลโหล” ริมฝีปากบางกรอกเสียงไปตามสายหลังจากเจ้าเครื่องมือสื่อสารทรงสี่เหลี่ยมสั่นอยู่นาน

 

[ฮยอนซึง] แค่เสียงเรียกชื่อของตัวเอง คนตัวบางก็รับรู้ได้ว่าที่อีกปลายสายเป็นใคร

 

“มีอะไร” ฮยอนซึงตอบไป ราวกับไม่อยากคุย ทั้งที่ใจจริงแล้วคนตื่นเต้นที่อีกคนโทรมาด้วยซ้ำ

 

[ตอนนี้นายอยู่ที่คอนโดใช่มั้ย] คนที่ปลายสายถาม

 

“ใช่”

 

[อยู่คนเดียวรึเปล่า ฉันจะไปหานาย] คนโทรมาพูดอย่างเอาแต่ใจ

 

“เปล่า ฉันอยู่กับพี่จียง” ฮยอนซึงเม้นปากแน่น

 

[งั้นก็ไล่กลับไปซะสิ]

 

จุนฮยองพูดไว้แค่นั้นก่อนจะตัดสายไป ฮยอนซึงมองเครื่องมือสื่อสาร ทบทวนสิ่งที่เพิ่งได้ยินอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

ให้ไล่แฟนตัวเองกลับไปเพื่อจะเจอนายนี่นะ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

“เอาน่า เจ้าของร้านเขาก็ใจดีเลี้ยงข้าวพี่ฟรีด้วยแหละ ไม่ต้องห่วงนะ” ผมกรอกเสียงไปตามสาย

 

เพราะคืนนี้คงต้องอยู่ช่วยเก็บร้านจนดึก เจ้าของร้านเลยออกปากให้ผมนอนพักที่นี่ไปเลย ผมเลยโทรไปบอกกีกวังกับน้องไม่ให้เป็นห่วง จะได้ไม่ต้องนั่งรอผมกันจนดึกแล้วเผลอหลับไปอย่างทุกทีอีก กลับบ้านไปต้องเจอสองคนนี้นั่งหลับหัวพิงกันอยู่ที่โซฟาทุกทีเลย

 

กีกวังกับน้องบอกราตรีสวัสดิ์ผม ก่อนที่ผมจะกดวางสาย เอาเจ้าโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วเริ่มยกพวกลังเหล้าเปล่าไปเก็บหลังร้าน

 

งงกันสินะครับว่าทำไมร้านกาแฟถึงมีลังเหล้าเปล่าๆ ด้วย

 

คำตอบก็คือเพราะมันไม่ใช่ร้านกาแฟน่ะสิครับ…

 

ผมเลิกทำงานที่ร้านนั้นแล้วล่ะ เพิ่งไปลาออกมาเมื่อกลางวันนี้นี่เอง

 

ไม่ได้ตั้งใจหลบหน้าใครหรอกนะ แค่ตัดสินใจแล้วว่าการทำงานร้านเหล้าที่ได้เงินดีกว่าคงไม่เสียหายอะไรมาก แค่ต้องทนกับพวกขี้เมาแล้วอาจจะต้องทำงานดึกหน่อยก็แค่นั้นเอง อีกอย่างผมก็ทำที่นั่นครบเดือนแล้วด้วย ไม่ได้ออกมากะทันหันสักหน่อย

 

 

“ไอ้เพื่อนเฮงซวยเอ้ย~~~~~~~ “

 

อืม =_______= ไอ้ขี้เมาที่ไหนมาอ้วกหลังร้านอีกล่ะ

 

ผมเดินเอาลังเปล่าไปเก็บไม่สนใจตาแก่ขี้เมาที่ไหนไม่รู้ที่เดินโซเซอย่างกับเกาหลีเกิดแผ่นดินไหว

 

“ไอ้ฟายยยย มาแดกเหล้าด้วยกันแต่ดันทิ้งกู ฮือออ” ตาลุงนี่เริ่มเมาหนักแล้วล่ะผมว่า

 

 

เพราะหลังร้านไม่ค่อยมีไฟ ความมืดเลยทำให้ผมมองหน้าตาลุงขี้เมาได้ไม่ชัด แต่เสียงที่โวยวายเนี่ย คุ้นๆ ชอบกลนะ =_=

 

“จุนฮยองมันใจร้ายยยยยย ไอ้บ้า ทำไมเกาหลีแผ่นดินไหวอีกแล้ววะเนี่ย ยุน ดูจุนยืนไม่ได้เว้ย”

 

ชัดละ… พอจะนึกออกละว่าไอ้คนที่ยืนโวยวายเมาไม่เป็นท่านี่เป็นใคร

 

ผมเข้าไปมองหน้าคนคนนั้นใกล้ๆ ก่อนจะแน่ใจด้วยประโยคถัดไปของอีกคน

 

“อ้าว นาย ยางซอบ” หมอนั่นเรียกชื่อผมแบบไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไร ก่อนจะเซถลาเข้ามาแบบไม่ให้ผมได้ตั้งตัว

 

“ออกไปเลยนะ นายตัวหนัก” ผมพยายามพูดกับคนที่แทบจะล้มทับผมทั้งยืน

 

เออ แต่ผมคงลืมไป คุยกับคนเมารู้เรื่องได้ก็คงคุยกับหมีแพนด้ารู้เรื่องแล้วล่ะมั้ง!

 

 

 

ว่าแต่นี่มันเป็นเพราะ โลกกลม? บังเอิญ? หรือพรหมลิขิต? เอาเหอะ ถือว่าเป็นดวงที่ผมต้องมาเจอเจ้าหมอนี่ก็แล้วกัน!

 

 

เมาเละอย่างนี้ไม่นอนให้หมามาฉี่ใส่ก็คงแข็งตายนั่นแหละ เฮ้อ เพราะว่าสงสารหรอกนะ

 

ผมดันดูจุนให้พิงตัวกับผนังของตึก แล้วค้นกระเป๋ากางเกงของอีกคน

 

“ทำอารายอ่ะ นี่อย่าบอกนะว่าจะขโมยตังค์ฉัน” ดูจุนพูด

 

อืม ขนาดเมายังเห่าได้อีก สมควรละที่เป็นเพื่อนกับรุ่นพี่ลีจุน

 

“อยู่เฉยๆ ได้มั้ย” ผมว่าพลางค้นกระเป๋าของหมอนั่น กึ่งแบกกึ่งลากหมอนั่นมาที่ถนนเพื่อโบกรถแท็กซี่

 

“ช่วยไปส่งที่นี่หน่อยได้มั้ยครับ” ผมพยายามอธิบายกับโชเฟอร์ แต่ดูเหมือนไอ้หน้าไม่รับแขกนั่นจะไม่ค่อยอยากพาคนเมาไปส่งเท่าไร

 

“พ่อหนุ่มก็นั่งบอกทางไปด้วยไม่ได้เหรอ” ตาลุงคนขับว่า

 

ผมถอนหายใจ …ให้มันได้อย่างนี้สิ =_=

 

 

“ฮัลโหล เจ้านายครับ คือผมติดธระด่วน คงกลับไปทำงานต่อไม่ได้…”

 

[…]

 

“อ่า ครับ ไว้ผมจะแวะไปเอาของของผมทีหลังนะครับ” ผมกดวางสายหลังจากโทรบอกเจ้านายใหม่

 

ก็พอจะรู้อยู่แล้วแหละ เจออย่างนี้ก็โดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานเลย

 

 

จำไว้นะยุน ดูจุน ทำคนอย่างฉันซวยซ้ำซ้อน เอาคืนได้เมื่อไร จะไม่ให้มีมรดกเหลือถึงลูกถึงหลานแน่!

 

 

สุดท้ายผมก็บอกทางลุงคนขับแท็กซี่จนพาดูจุนมาถึงบ้าน (อืม ความจริงผมเรียกมันว่าคฤหาสน์อ่ะนะ) ได้สำเร็จ

 

 

 

นี่ นายนี่รวยอย่างเดียว แต่ไม่จ่ายค่าจ้างให้แม่บ้านกับคนงานรึเปล่าเนี่ย ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูบ้านมา ไม่มีใครมารับไอ้ร่างยักษ์นี่ออกไปจากผมสักคน ดีแต่เปิดประตูให้แล้วบอก “เชิญค่ะ” แค่เนี้ย

 

ผมลากนายดูจุนขึ้นมาจนสำเร็จ

 

แต่โชคคงไม่เข้าข้างยัง โยซอบอีกแล้ว….

 

จังหวะที่ผมตั้งจะเหวี่ยงหมอนี่ลงเตียง จะได้รีบกลับไปง้อเจ้านายเพื่อขอทำงานใหม่สักที กลับกลายเป็นว่าเท้าผมพลิกเพราะรับน้ำหนักทั้งตัวของดูจุน

 

แล้วผมก็ล้มไปพร้อมกับหมอนั่นที่ล้มทับมาเต็มๆ!

 

“ลุกสิ!”

 

“อืม”

 

“ดูจุน ลุก!” ออกไม่ได้โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ลุกสิโว้ยยยยยยยย

 

“อืม อย่ากวนจะนอน”

 

นั่น เอากะมันสิ!

 

ยัง โยซอบคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่พยายามพูดกับคนเมา

 

ฮือ T-T นี่คืนนี้ผมต้องข่มตาหลับไปทั้งๆ อย่างนี้ใช่มั้ยเนี่ย…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~~

 

รถสปอร์ตสีน้ำเงินเลี้ยวเข้าลานจอดรถของคอนโดหรูอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นเสียงล้อเสียดทานกับพื้นถนนอย่างดัง ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าคนขับนั้นเร่งรีบแค่ไหน

 

จุนฮยองลงมาจากรถก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าลิฟท์ไป มือแกร่งกดชั้นที่หมายที่จำได้ขึ้นใจอย่างรวดเร็ว

 

แล้วลิฟท์ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นที่เขาต้องการ ประตูห้องที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้เข้ามาหลายปีแล้วถูกเปิดออกก่อนที่จะพบใคร อีกคนที่นั่งรออยู่ในนั้น

 

จุนฮยองระบายยิ้ม…

 

จาง ฮยอนซึงกำนั่งรอเขาอยู่เพียงคนเดียว

 

ไล่กลับไปแล้วสินะ คนรักของนายน่ะ….

 

 

 

 

--------------------------------------------TO BE CONTINUE-------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่า >"< คัมแบคอีกแล้วคิดถึงกันบ้างรึเปล่า? XD
คิดถึงแฟนฟิคทุกคนมากเลยน้าาา ขอบคุณสำหรับคอมเม้นเมื่อตอนที่แล้วมากเลยค่ะ
อ่านไปก็ขำตัวเองไป ดองนานจริงอะไรจริง XD

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนะคะ :)

เนื้อเรื่องตอนนี้อืดไปรึเปล่า? เขียนไม่ดียังไงบอกได้น้า เราจะได้ปรับปรุงๆ
ตอนนี้เริ่มใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว โดยเฉพาะคู่จุนซึง และดูซอบ ฮ่าๆ
แม่ยกอุ่นกวังอย่าเพิ่งน้อยใจน้า ตอนนี้น้องอุ่นไม่ได้ออกเลย
คู่นี้เป็นคู่ที่เราตั้งใจจะให้เป็นไปอย่างเรียบที่สุดน่ะค่ะ เลยไม่มีปมอะไร โทษทีน้า ^^;

อย่าลืมติดตามตอนหน้านะคะ
แต่อย่างที่รู้ๆกัน คงนานหน่อย ฮ่าๆ
ตอนนี้คะแนนมิดเทอมออกแล้ว เราตกมีนวิชาแมทอีคอนแหละค่ะ ฮ่าๆ
แลดูชิลล์เนอะ XD มีเรื่องให้ต้องไฟท์ เลยอาจจะขาดๆหายๆไปอย่างเคย

แต่สารภาพเลยว่าไม่ใช่เพราะเรียนหนัก แต่ประเด็นคือขี้เกียจและเวินนี่แหละค่ะ
แทบจะเป็นมาโซไปแล้ว วันไหนไม่โดนแฟนฟิคจิกกัด กดดันให้แต่งฟิคนี่เหมือนขาดหายอะไรไป ฮ่าๆ

เดี๋ยวตามไปตอบเม้นที่กล่องเม้นของเอนทรีที่แล้วนะคะ ^^ ใครเม้นไว้ตามไปอ่านด้วยน้าาา

เอ้อ มีอย่างนึงที่อยากขอ เคยขอไปแล้วแต่หลายคนคงยังไม่ได้อ่าน

ใครที่เม้นไว้ ช่วยเขียนชื่อด้วยน้าาา เราอยากจำได้น่ะค่ะว่าใครเป็นใคร (เราอ่านทุกคอมเม้นจริงๆน้า ^-^)

สำหรับเราคอมเม้นคือกำลังใจอย่างดีเลยแหละค่ะ

 

ฮ่าๆ ไม่พูดมากแล้ว ไว้เจอกันตอนหน้านะ ทักทายทางทวิตเตอร์ได้เช่นเคยค่ะ

รักคนอ่าน

edit @ 21 Aug 2011 01:26:23 by ชิน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รีบมาต่อด่วนนน ไม่งั้นพี่จะงอลแร้วนร้าาาา ><///////

#1 By AMP (110.169.178.164) on 2011-08-21 02:15

มาต่ออย่างด่วนๆเลยนะคะ อยากอ่านมากมายเลยsurprised smile

#2 By mindmelody (125.27.160.29) on 2011-08-21 13:26

ครุคริ ฮากับโยซอบแลดูหวั่นไหวแต่ก็ยังไม่ค่อยรุตัว แต่อย่างว่าคงเป็นพรหมลิขิตจิงๆ เลยเจอที่ร้านเหล้าอะ ลุงก็นะพูดอะไรทำอะไรนี่แจ๊คพอตตลอดอะ สงสัยต้องทำบุญแล้วนะลุง สวยเกิดไรขึ้นอะจะนอกใจแฟนหรอ ปิ้นก็นะแลดูเลวอะ เฮ่อ ปมมาเรื่อยๆแล้ว ฮากวางมากลงเลยเร็วๆน๊า จะได้ครบทุกคู่ ดีใจไรเตอร์มาอัพแล้ว ^^

#3 By normie (124.120.84.197) on 2011-08-21 14:04

แบบ...แอร๊ยยยยยยเลยอ่ะตอนที่ลุงพูดว่า
ไม่รู้รึไงว่าฉันจีบนาย
เป็นเค้าเค้าก็หวั่นหวายยยยยย -///-

แต่ดันมาตกม้าตายซะงั้น เวรกรรม
5555555555 แต่แบบนี้ก็ดี
ให้ซอบเล่นตัวนานๆ ชอบบบบ ~55555
ฮา อะไรมันจะบังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิตขนาดนั้น55

โจ๊ก กินผิดจาน เพิ่งรู้ตัวเรอะ
หมั่นไส้! 55555555555

ถึงอุ่นไม่โผล่ แต่กวังโผล่มาแวบๆทำใจสั่น
คนอะไรน่ารักกกกก -3-

สู้ๆนะพี่ชิน ไม่คิดว่าจะอัพเร็วขนาดนี้555555
สนุกมากเลย รักพี่ชินชุ้บๆ

#4 By จูนจ้า (110.169.88.254) on 2011-08-21 14:22

ไรท์เตอร์ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (แอคโค่เยอะๆ)
มาแล้วอ่ะ ดีใจเว่อร์เลย คิดถึงจังงงงง
ยังหนุกเหมือนเดิมเลยยย
ยังตามไรท์อยู่นะค่ะ ^^

#5 By เจ้าชายอสูร_B2UTY (1.46.114.149) on 2011-08-21 15:13

เป็นใครก็เข้าใจไปแล้วว่าลุงแกมันหวังฟันลูกช้านอย่างเดียว
ไอบ้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเดี๋ยวก็ได้ ชิชะ มันต้องผ่านแม่มันให้ได้ก่อนนะเฟร้ย
แต่ยังยวยลูก หนูหลงเสน่ห์ลุงมันไปแล้วใช่มั้ย ฮือออ
ไม่เอาจิ กวังอยู่ข้างๆนะ หันมองกวังบ้าง กริ๊ดดด (สาบานได้ว่าเป็นแม่ยกดูซอบ ฮ่าๆ)

#6 By kaze0106 on 2011-08-21 15:18

แหมลุง~ 555555.
ทำไมจุนฮยองทำแบบนี้อะ สงสารฮยอนซึง




ต่อด่วนคะ

#7 By petite-human (125.24.89.141) on 2011-08-21 17:17

สวัสดีค่ะชิน
อยากให้บอกชื่อหรอคะ
ได้ค่ะ จัดให้~

ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการนะคะ เราชื่อบีค่ะ :]

ไม่มีอะไรจะบอกมากมายกับchapนี้
นอกจาก สนุกมากกกกกกกกกกกก !

ไว้มาต่อเร็วๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ

#8 By Maybe (110.168.65.8) on 2011-08-21 20:41

ว้ากกก!!!!!! ลุงจะทำไรซอบรึป่าวว รีบมาต่อน๊าา ค้างง

#9 By PimmZz (27.55.189.213) on 2011-08-21 23:50

เพิ่งเจอเรื่องนี้จากทวิตของนิ่ม เลยเข้ามาอ่านดู จะตายๆๆกับน้องซอบที่น่ารักมากกก กะอิลุงที่เพลย์บอย หน้าหล่อ
อร้ายยยย ฟินมาก ชอบอ่า จะเป็นกำลังใจให้น้า
fighting ๆๆๆๆๆ

#10 By tuktar (119.31.126.138) on 2011-08-22 09:05

เฮ้ยยย ยงกุน เอาแต่ใจวะ = = นิสัยจริงๆเลย ทีของตัวเองละไม่ยอมเลิก คิดจะทำอะไรก็ทำรึไง ฮะ!?!

ดูซอบแบบว่า อิลุงนี่พูดตรงแบบนี้ ไม่หวั่นไหวได้ไง โยเอ้ย
ลุง สู้ๆ เดี๋ยวโยก็ท้อง =v= (เอ๊ะ!?!) เดี๋ยวโยก็ยอมเองแหละ สู้ต่อไปนะลุง 5555




สู้ต่อไปนะจ๊ะไรเตอร์ รีดเดอร์นั่งจ้องจอคอมอยู่ =v= 555

#11 By Sankhung on 2011-08-22 17:33

อันเนื่องมาจาก ตอนแรกไปพบเจอฟิคเรื่องนี้ในบ้านบีสท์ไทย
เพราะเจ้าของบล็อกไม่ยอมบอกว่าลงแล้ว *งอน*
แต่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้ไปดิทในบ้านบีสท์ไทยแลนด์
ก็เลยขอแก้ตัว เม้นมันที่บล็อกเนี่ยล่ะ
หยวนๆกันไป กับเรื่องที่ไม่ยอมบอกน้องว่าลงฟิคแล้วละกันเนอะ ^O^

สมน้ำหน้ายุนดูจุนมาก ฮ่าฮ่า
พูดอะไรไม่รู้จักคิด ไม่ดูหน้าดูหลัง
แทนที่จะได้เขาง่ายๆ (อ้าว =='')
เลยกลายเป็นว่าต้องตามง้ออีกนานเลยเห็นป่ะ?
โง่จริงๆ (เริ่มด่า)

อิห้อยก็นะ ==;
อยู่ๆก็อยากได้ซึงขึ้นมาซะงั้นอ่ะ "เลว"จริงๆ ==''
สาธุ! จางฮยอนซึงจงอยู่รอดปลอดภัยด้วยเถ๊อะ
อย่าไปหลงกลนังห้อยเลยนะ!

รอตอนต่อไปนะพี่ชิน เดี๋ยวจะกดดันเรื่อยๆ ^O^
ขอบคุณครับ :')

#12 By khanunYS on 2011-08-26 22:23

#1 #2 จะพยายามค่า >"<

#3 ดีใจที่รีดเดอร์ยังติดตามกันอยู่เหมือนกัน > < คึคึ ลุงกับซอบ ฮ่าๆ เหมือนทั้งเรื่องจะเป็นดวงให้มาเจอกันจริงๆ ซึงนอกใจจีจี้หรอ?? เอ ลุ้นกันต่อไป ส่วนปิ้นเลวมั้ย? เลวค่ะ ฮ่าๆ XD

#4 โอเค จะให้โยเล่นตัวนานๆเลย ฮ่าๆ แอสยูรีไคว คึคึ รักเช่นกัน จุ๊บๆ

#5 คิดถึงเหมือนกันค่า > < ขอบคุณนะค้า

#6 เมี๊ยววววววววววววววววววววววววว แน่ใจนะมี๊ว่าเป็นแม่ยกดูซอบ ฮ่าๆ ผ่านดีมั้ยนะลุง? คึคึ

#7 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ >"<

#8 หวัดดีค่าบี ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากขอบคุณเหมือนกัน >O<

#9 คึคึ นอนทับโยแบบนี้จะทำอะไรรึเปล่านะ?

#10 ขอบคุณน้าคะ >"< มี๊นิ่มแอบรีไปหรอเนี่ย ฮ่าๆ หวังว่าจะถูกใจนะคะ

#11 ฮ่าๆ จุนฮยองก็นิสัยงี้แหละ ซึงก็ไม่แพ้กันหรอกนะ XD อา โยจะท้องมั้ยนะ ยอมลุงมั้ยโย? ฮ่าๆ

#12 ง่า คราวหลังจะเมนชั่นไปบอก TvT ,, มาถึงก็สมน้ำหน้าลุงเลยหรอ? ชักสงสารลุงแล้วสิ ฮ่าๆ ฮยอนซึงจะปลอดภัยมั้ย? ...ก็เ่นตามน้ำซะขนาดนั้น ,, คนนี้ชัดเจนดี บอกจุนเลว ฮ่าๆ งั้นต้องติดตามต่อไป คิคิ

#13 By ชิน on 2011-08-27 00:38

อ่า ลืมใส่ชื่อบ่อยมากเลย
แต่ะอยู่เม้นสุดท้ายแหละ เพราะมาตามอ่านทีหลัง ไล่ทีเกียว12 ตอนเลย
เราชื่อ กัซ :]

มาอัฟต่อไวๆได้ไหม อย่าขาดตอนไปแบบนี้นะ T T

#14 By guzzya (210.1.31.28) on 2011-09-30 01:07

โฮกกก ก พรมลิขิตหล่ะมั้งโย ฮร่าๆๆ
มาหางานใหม่ก็ดั๊นนบังเอิญเจอคนโดนเพื่อนทิ้ง
อัยย่ะ ตื่นมาจะเปนไงเนี่ยย ลุงจะดีใจมากป่าว >w<

ตอนเเรกอ่านเเล้วนึกว่าปิ้นโกรธลุงซะอีก
เเต่ เอ? รึว่าคำพูดของลุงจะทำให้ปิ้นคิดไรซักอย่างอก
อืมม เเล้วมันคือไรหละ เเล้วนั่นสวยอยู่กับจีจริงๆ
หรือเเค่บอกไปเพื่อไม่ให้ปิ้นมา เเต่มันก็มาอ่านะ XD
บ๊ะๆๆ เฮียเเกคิดไรอยู่เนี่ยย -0-?

#15 By BumBimKJJ on 2011-12-28 00:47

อ่านคู่สะท้านโลกแล้วปวดหัว
ไม่รู้เพราะโจ๊กมันอินดี้หรือสวยมันอยู่อีกมิตินึง แล้วทำให้เตยอ่านแล้วไม่เข้าใจ = =
ว่าคู่นั้นต้องการอะไรจากสังคม กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
กวางงงงง น้องน่ารักเสมอต้นเสมอปลายเลยนะค้าาาา

เวรกรรมลูกพี่ เกือบจะได้อยู่แล้ว = =
แต่ต้องมาซวยนี้แหละที่เค้าบอกว่าปลาหมอตายเพราะปาก
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

#16 By zσмвіε' on 2012-01-12 21:48

ว๊ะ มีไล่ให้กลีบด้วย ตัวเองสำคัญแค่ไหนเนี่ย แหม่ะ มั่นใจเนอะ
555555555555

ตายล้าา โยคงนอนกันท่านั้นจริงๆใช่มั้ยย เขิลอ่ะ นอนบนตัวของโยเหรอลุง

#17 By guzz (118.173.82.83) on 2012-03-07 01:39

อร๊ายยยยย เอาแล้วไงปากพาจน เห้อออออ พุดตอนที่น้องมาได้ยินพอดี ไม่ไหวๆๆๆ
แล้วไปเมาที่ร้านเค้าทำงานอีกแหนะ เห้ออออ ให้เค้ากลับมาส่งที่บ้านด้วย  คิๆๆๆ
แต่ก้อเริ่มจะรักเค้าแล้วล่ะสิ เพราะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่รู้ตัวแบบนั้น คิๆๆๆ 
ตอนที่จีบอ่าน่ารักมากมาย เห้ออ ยัง โยซบก้อรับสักทีเถอะนะว่่าชอบเค้าเหมือนกันอ่ะ
ปล.กีกวางกับดงอุนหลับเอาหัวพิงกัน  น่าร้ากกกกกกกก

#18 By Aumoriea on 2012-05-20 21:02

ชิน View my profile

Recommend