[FIC]LOVE IS? ,,เขาทำผมท้อง (part12)
posted on 31 Aug 2011 22:34 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Author : shinsh
Part : 12
“นี่นาย…” ฮยอนซึงแทบจะโผลเข้ารับร่างของอีกคนไว้ไม่ทัน จุนฮยองที่โทรหาเขากลางดึกมาปรากฎกายอยู่ในห้องเขา ด้วยสภาพที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เมาเละ…
กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งซะจนร่างเล็กที่พยายามพยุงจุนฮยองไว้ต้องกลั้นหายใจ ฮยอนซึงพยายามลากอีกคนไปที่โซฟา แต่ก็ลำบากเหลือเกินเมื่ออีกคนไม่ให้ความร่วมมือ กลับกลายเป็นว่าจุนฮยองก็ล้มทับเขามาทั้งๆ อย่างนั้น
“ไปเมาจากไหนมาเนี่ย” ริมฝีปากสีเชอร์รี่บ่นอีกคนอย่างหงุดหงิด พยายามดันร่างของจุนฮยองที่คร่อมตัวเองออกแต่อีกคนกลับขืนไว้
“นายรักฉันมั้ยฮยอนซึง” จุนฮยองตอบคำถามด้วยคำถาม แม้ท่าทางจะดูเหมือนคนขาดสติ แต่แววตากลับจริงจังจนฮยอนซึงไม่อยากจะเชื่อสายตา
“พ…พูดอะไร นายเมาแล้ว” ฮยอนซึงพยายามขืนกายออก ดันใบหน้าของอีกคนที่โน้มเข้ามาใกล้ตัวเองแต่ก็ฝืนแรงคนตัวสูงกว่าไม่ได้
“ฉันเมาหรือไม่ มันไม่สำคัญหรอก ตอบฉันมา นายรักฉันมั้ย” จุนฮยองยังคงย้ำคำเดิม จ้องมองแววตากลมโตด้วยสายตาจริงจัง
ฮยอนซึงหลบสายตา ร่างบางเม้มปากแน่น ขบจนริมฝีปากสีเชอร์รี่เปลี่ยนเป็นสีขาว
“พี่ฮยอนซึงฮะ ผมรักพี่จุนฮยองมากเลย พี่รู้ใช่มั้ย”
เสียงสดใสของใครคนนึงแว่วเข้ามาในความคิด
“ฉันรู้ว่านายชอบขบปากเวลาที่สับสน ลังเล หรือรู้สึกผิด” เจ้าของร่างที่อยู่ด้านบนพูดชิดแก้มขาวที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปขบที่ใบหูของร่างบาง
“นายรักฉันสินะ”
“ไม่!” คำปฏิเสธนั้นตอบกลับมาด้วยความรวดเร็ว
“ผมรักพี่จุนฮยองมาก ผมจะดูแลเขาอย่างดีเลย ผมน่ารักพอรึยัง พี่ว่าผมทำผมทรงนี้ พี่จุนอยองจะชอบมั้ย” อู ซองฮยอนพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล แต่ที่แก้มกลับมีสีชมพูระเรื่อ ราวกับคนตัวเล็กตื่นเต้นที่ได้พูดถึงรุ่นพี่ที่ตนแอบรักและเพิ่งตกลงคบกันได้ไม่นาน หลังจากที่เด็กน้อยได้สารภาพไปในวันงานดอกไม้ไฟครั้งนั้น
ภาพตอนเควินพูดถึงคนตรงหน้าเขาตอนนี้เด่นชัดในห้วงสำนึกอีกครั้ง
เขาจะไม่ก้าวข้ามมันไปหรอก…
เขาจะไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเองเด็ดขาด…
“พูดความจริงสิฮยอนซึง” จุนฮยองยังคงเซ้าซี้
“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายทั้งนั้น”
“งั้นนายไล่แฟนนายกลับไปเพื่อฉันทำไม” แล้วลูกไล่สุดท้ายก็ทำให้คนตัวเล็กหน้าชา ถึงกับเถียงไม่ออก
เขาก้าวข้ามมันมาแล้วต่างหากล่ะ…
เส้นคั่นที่เขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่ก้าวข้ามมาตลอด 5 ปี
…ความรู้สึกที่เขามีต่อจุนฮยอง
จุนฮยองมองแววตาตื่นตระหนกที่โอนอ่อนลงของฮยอนซึง ร่างสูงเลื่อนใบหน้าไปขบใบหูของอีกคนอีกครั้ง ก่อนจะใช้มือผลักอีกคนให้นอนราบไปกับโซฟานุ่ม
“นี่ ฮยอนซึง”
“…”
“ตั้งแต่นายคบกับแฟนนายมาเนี่ย แฟนนายเคยสอนนายเรื่องนี้มั้ย”
พูดก่อนจะใช้ลิ้นร้อนที่มีรสของแอลกอฮอล์ช่วงชิงความหมานจากริมฝีปากของอีกคนซึ่งไม่ได้ขัดขืนใดๆ …
“จุนฮยอง…”
“หืม”
“อ๊ะ…”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ดงอุน มาให้พี่ถือดีกว่า” กีกวังหันไปบอกอีกคนที่อุ้มเครื่องเล่นซีดีอยู่ในขณะทื่มือของตนกลับว่างเปล่า
วันนี้สองพี่น้อง(?)นำเครื่องเล่นมาซ่อมหลังจากกีกวังกระหน่ำกดปุ่มมั่วๆ ด้วยความตกใจจบด้วยการแก้ปัญหาโดยการถอดปลั๊กของดงอุน
ความจริงเจ้าเครื่องเล่นนี่ก็ดูไม่ได้หนักอะไรมากหรอก ดงอุนออกจะถือแบบสบายๆ ด้วยซ้ำ แต่เหตุผลที่อี กีกวังเอ่ยปากช่วยน้องน่ะ มันก็แน่อยู่แล้ว…
ผมต้องเอาชนะใจน้องสิครับ!
แหม จะให้น้องรู้ว่าผมปกป้องโยซอบได้ มันก็ต้องแสดงให้เห็นจากเรื่องแบบนี้แหละ > <
“ไม่เป็นไรหรอกครับ” คนตัวสูงกว่าก้มบอกอีกคน (ก้ม… กีกวังไม่พอใจกับคำนี้จริงๆ =_=)
“ไม่เป็นไรได้ไง พี่เป็นพี่นายนะ” กีกวังว่าก่อนจะเอื้อมมือไปแย่งอีกคน ซึ่งอีกคนก็ขืนไว้ตามระเบียบ
“เพราะพี่เป็นพี่นั่นแหละครับ พี่ถึงไม่ควรถือ”
“ทำไมล่ะ เพราะพี่เป็นพี่พี่ถึงควรถือต่างหาก ต่อไปนี้พี่ต้องช่วยโยซอบดูแลนายนะ…” คนตัวเล็กตั้งใจจะบอกว่า ต่อไปนี้เขาก็ต้องดูแลดงอุนอยู่แล้วจะมาเกรงใจกันทำไม แต่ว่า…
อี กีกวังดันหลุดปากพูดออกไปซะแล้ว!
น้องคงไม่คิดว่าผมคิดไม่ซื่อกับโยซอบหรอกนะ…
“ต่อไปนี้ผมจะโตขึ้นแล้วดูแลตัวเองได้ และก็ต้องดูแลพวกพี่ที่เคยดูแลผมมาต่างหากล่ะครับ” ดงอุนพูดอย่างมาดมั่นจนกีกวังแอบอึ้งนิดๆ
แวบนึงเขารู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าบางครั้งดงอุนก็เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขา
แต่ช่างเถอะ น้องไม่เคลือบแคลงใจอะไรก็ดีแล้วล่ะ =v=
“ว่าแต่ โยซอบจะกลับมาเมื่อไรน้า” กีกวังเอ่ยถึงอีกคนที่โทรมาบอกว่าไม่กลับบ้านเมื่อคืน คิดแล้วก็เป็นห่วง เพราะเมื่อวานตอนกลางวันก็เห็นโยซอบคุยกับรุ่นพี่คนนึงที่ดูจะตื๊อมาก ไม่รู้เป็นเจ้าหนี้ของคนตัวเล็กรึเปล่า
“พี่กีกวังห่วงพี่โยซอบจังเลยนะครับ”
ร่างสูงพูดในสิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าถึงกับผงะ แต่พอรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเขาก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน
หวังว่าอีกคนคงเข้าใจว่าเขาแค่เอ่ยเป็นเชิงขอบคุณที่คอยดูแลเขาหรอกนะ ไม่ใช่จะคิดว่าเขาพาลพูดไปด้วยความรู้สึกอื่นหรอกนะ…
“แหะๆ ” กลายเป็นกีกวังได้แต่ยิ้มรับเจื่อนๆ แล้วไม่กล้าชวนน้องคุยอะไรอีก
ผมแอบคิดไปเองรึเปล่า น้องคงไม่ได้บอกเป็นนัยๆ หรอกนะ ว่าจับได้แล้วว่าผมคิดอะไรกับโยซอบน่ะ TvT
กีกวังกับดงอุนเดินผ่านร้านต่างๆ ที่คาคั่งไปด้วยผู้คน คนตัวเล็กสังเกตว่าดงอุนคอยชะเง้อมองร้านที่เดินผ่านตลอด จนในที่สุดเจ้าของริมฝีปากอวบอิ่มก็เอ่ยถามไป
“มีอะไรเหรอดงอุน อยากกินอะไรรึเปล่า บอกได้นะ”
“ไม่ใช่ครับ ผมแค่ดูอะไรนิดหน่อย” ดงอุนปฏิเสธจริงจังเมื่อกีกวังทำท่าจะเดินเข้าร้านขนมหวานร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เข้ามาเถอะ” กีกวังว่าก่อนจะเดินนำเข้าในร้านเค้าที่เขาสังเกตว่าดงอุนมองตั้งแต่ขาไปแล้ว
อยู่ด้วยกันมาก็นานแล้ว แม้จะใช้คำว่สนิทกันได้แล้ว แต่มีเรื่องนึงที่ดงอุนไม่ยอมปรับสักทีคือเรื่องเกรงใจเขา ถึงแม้โยซอบและดงอุนจะมาอาศัยอยู่ที่บ้านเขาก็จริง แต่เรื่องค่าอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอาหารเย็นที่เขาสองคนมักจะทานร่วมกันเป็นประจำ ดงอุนก็ช่วยออกเสมอ และก็อย่างที่รู้กันว่าเงินที่ดงอุนใช้มาจากการทำงานของโยซอบ เพราะฉะนั้นมันก็น้อยมากพอให้ใช้กินข้าวครบสามมื้อและพอค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าทำรายงานก็เท่านั้น
เพราะฉะนั้นตามนิสัยดงอุน กีกวังก็พอรู้ว่าดงอุนไม่มีทางจะเสียเงินให้กับของกินเล่นหรืออะไรที่ไม่จำเป็นแน่ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วร่างสูงจะเอ่ยปากขอเขาก็ได้ แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ดงอุนร้องขอให้เขาเลี้ยง
“ผมขอเค้กสตอร์เบอร์รี่ชิ้นหนึ่งครับ” กีกวังหันไปบอกบริกรร่างเล็กที่เดินเชิญเขาสองคนมานั่งที่โต๊ะ “นายเองก็สั่งสิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่เลี้ยงเอง”
“แต่ผม…”
“นี่ พี่เคยบอกใช่มั้ย? ว่าพี่จะสอนนายจีบหญิงอ่ะ นี่แหละถ้าจะเอาชนะใจคนที่ชอบก็ต้องพามานั่งร้านบรรยากาศอย่างนี้แหละ แล้วเวลาเขาสั่งอะไรเราก็ต้องเลี้ยงเขา เพราะฉะนั้นนายอย่ามาเกรงใจพี่เลย”
กีกวังว่ายืดยาว เขาแค่เพียงอยากให้ดงอุนเลิกเกรงใจเขาสักนิดก็ยังดีแค่นั้นแหละ เพราะยังไงก็ถือเป็นพี่น้องกัน ก็เลยอ้างเรื่องเก่าๆ อย่างเรื่องที่ว่าเขากำลังทำตามสัญญาดงอุนจะได้ไม่คัดค้านอะไรที่เขาจะเลี้ยงขนม
“เอาบราวนี่ครับ” แล้วดงอุนก็ยอมสั่งอย่างที่กีกวังต้องการ
การกระทำว่าง่ายของร่างสูงทำให้อีกคนพอใจและยิ้มจนตาหยี
ดงอุนมองค้างแทบจะในทันที หัวใจของเขาเต้นรัวแปลกๆ
งั้นนี่ถือว่าพี่กำลังจีบผมด้วยรึเปล่า?....
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“อืมมม” คนตัวเล็กครางด้วยเสียงงัวเงีย เพราะรู้สึกได้ถึงไอร้อนของแสงแดดยามเช้าที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้อง
“อืมม” เป็นอีกเสียงเช่นกันที่ครางออกมา เพราะคนตัวเล็กขยับตัว อีกร่างที่กอดกันอยู่ถึงรู้สึกตัวด้วย
ทั้งสองค่อยๆ กระพริบตาถี่เพื่อปรับแสง ก่อนจะหันมองสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างๆ กัน…
“นาย…”
“นาย…!”
แล้วทั้งสองร่างก็ต้องเปลี่ยนจากท่าทีงัวเงียเป็นตื่นเต็มตาทันทีเมื่อพบว่ามีใครอีกคนนอนแนบชิดกันอยู่
ดูจุนสะบัดหัวหลายครั้ง รู้สึกเหมือนฝันไป ดูท่าเขาจะเพ้อถึงยัง โยซอบมากไปจริงๆ
โยซอบจ้องกลับคนที่ดูพยายามทำให้ตัวเองตื่นเต็มตา ไม่แปลกใจหรอกที่เห็นดูจุนอยู่บนเตียงกับเขาน่ะ ก็เมื่อคืนหมอนี่นอนทับเขาจนเขากลับไม่ได้เอง แต่ไอ้ที่ตกใจน่ะ มันเพราะพวกเขาทั้งสองคนต่างก็ล่อนจ้อนต่างหาก!
“นี่นายมาอยู่นี่ได้ไง มาจับนูน่าอีกแล้วเหรอ” ดูจุนเอ่ยแซวอีกคน แม้จะรู้ตัวว่าตื่นแล้วแต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนตัวเล็กเจ้าของกลิ่นกายหอมๆ ที่เขาเพิ่งกอดไปเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงหรอก
สงสัยวันนี้จะเมาค้าง ดูจุนคิดอย่างนั้น… แต่ใช่ที่ไหนล่ะ!
“ฉันจะกลับ!” โยซอบกระแทกเสียงทันที ตอนนี้เขางงมาก เมื่อคืนนี้เขามีสติดีทุกอย่าง แต่เขาจำได้แค่ว่าถูกไอ้แก่นี่ล้มทับจนต้องนอนไปทั้งอย่างนั้น ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมถึงตื่นมาด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่แบบนี้
แต่เรื่องนั้นยังไม่ช็อคเท่าวาจาร้ายกาจที่เป็นคำทักทายของอีกคนหรอก
ยังไงเขาก็เคยพลาดท่าหมอนี่ไปแล้วนื่ ไม่สำคัญอีกแล้ว แต่พอได้ยินคำพูดอย่างนี้ เขาทั้งเจ็บและรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ รู้แค่ว่าเขาอยากจะออกไปจากที่นี่เร็วๆ เท่านั้นแหละ!
“ดะ เดี๋ยวสิ!” ดูจุนแทบจะตื่นเต็มตาและสร่างเมาซะเดี๋ยวนั้น เมื่อรับรู้ว่าร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ความฝันหรือเขาละเมอไปเอง ร่างสูงรีบก้าวลงจากเตียง หยิบกางเกงที่กองอยู่ที่พื้นมาใส่ให้ทันร่างบางที่กำลังแต่งตัวเพื่อจะออกไปจากห้องของเขา
“โยซอบ” แม้จะรวดเร็วแต่ก็ไม่ทันอีกคนที่เปิดประตูห้องเขาแล้วกำลังจะก้าวออกไปแล้ว
“อ้าว”
แต่แล้วคนตัวเล็กก็ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูห้องออกมาแล้วพบว่ามีใครอยู่ตรงนั้น
“พี่…” โยซอบเรียกลี จุนด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
ตอนนี้เขาไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลยจริงๆ เหมือนจะโกรธ เหมือนจะทั้งเจ็บใจ แล้วทำไมถึงรู้สึกอยากร้องไห้ก็ไม่รู้
“นี่พวกมึงคบกันอยู่หรอเนี่ย” ลี จุน แขกไม่ได้รับเชิญที่เข้ามาร่วมสถานการณ์อย่างงงๆ เอ่ยถาม เขามองสภาพของรุ่นน้องและสภาพของดูจุนที่ดูเหมือนเพิ่งรีบใส่เสื้อผ้าอย่างลวกๆ พลางปะติดปะต่อกับที่ครั้งหนึ่งดูจุนเคยโทรถามเขาเรื่องของโยซอบ เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกไปอย่างนั้น
โยซอบไม่ตอบอะไร ใบหน้าที่คล้ายจะร้องไห้ทำเพียงปั้นปึ่งไม่สนใจร่างสูงอีกคนที่ก้าวมายืนข้างๆ กัน
“มึงมานี่ทำไม”
ดูจุนอยากจะตอบคำถามของอีกคนอยู่หรอก ถ้าไม่ติดที่ว่า ตอนนี้เขายังไม่ถือได้ว่าคบกับเจ้าเด็กนี่น่ะสิ
“พูดหมาๆ เลยมึง ก็เมื่อคืนไอ้จุนฮยองมันทิ้งมึงไว้ที่ผับ โทรมาบอกกูให้ไปรับมึงด้วย แต่พอไปแล้วเขาก็บอกว่ามึงออกมาแล้ว กูเลยกลับบ้านไปนอนแล้วมาหามึงตอนเช้าเนี่ย จะได้มาดูว่าปลอดภัยดีหรือตายหรือยัง ถ้าตายกูจะได้โทรบอกแม่มึงให้มาจัดการเรื่องงานศพให้”
ประเสริฐจริงๆ…
ดูจุนอยากจะด่าไอ้เพื่อนตัวดีไปซะเดี๋ยวนั้น แต่ ณ ตอนนี้เขาไม่กล้าจะพูดอะไรเลยเพราะเขาอ่านอารมณ์คนตัวเล็กที่ยืนข้างๆ กันไม่ออก
“แล้วนี่มึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” แล้วลี จุนก็หันไปถามรุ่นน้องที่ก้มหน้างุด
“ผมแค่เห็นคนกำลังลำบาก เลยทำทานพามาส่งที่บ้าน แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมจะกลับแล้ว พี่ไปส่งผมหน่อยสิ”
น้อยครั้งที่โยซอบจะเอ่ยปากขอลี จุน ถ้าไม่ใช่เรื่องไหว้วานให้หางานพิเศษให้ทำ
ลีจุนมองโยซอบสลับกับดูจุนที่มองคนตัวเล็กไม่วางตาเล็กน้อย สายตาเรียวมองเลยเข้าไปในห้อง เห็นเตียงที่ยับยู่ยี่และเสื้อที่คาดว่าเป็นของดูจุนกองอยู่ที่พื้น
“ฉันจะไปส่งโยซอบเอง”
ทันทีที่ดูจุนพูดแทรกขึ้นมาอย่างนั้นลี จุนก็คลี่ยิ้ม
“มาเร็วๆ เลยมึง” ลีจุนว่าแล้วเดินนำ ดูจุนไม่รู้หรอกว่าหมายถึงใคร แต่ก็แน่นอนว่าคนตัวเล็กเดินตามลี จุนไปแล้ว
ปฎิเสธกลายๆ ว่าไม่ยอมให้เขาไปส่งนั่นแหละ!
“มึงขึ้นมาทำไม” ลีจุนถามทันทีที่ไอ้เพื่อนรักเปิดประตูรถแล้วเข้ามานั่งข้างเบาะคนขับ
ดูจุนมองลี จุนหน้ามุ่ย ก่อนจะมองเลยไปที่ที่นั่งด้านหลังที่มีโยซอบนั่งปั้นหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ในนั้น
ลี จุนยิ้มเยาะอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของดูจุน ก็ใช่ว่าเขาไม่รู้ซะเมื่อไรล่ะว่าเพื่อนตัวเองคิดยังไง ที่ถามไปก็แค่อยากกวนประสาทไอ้เสือที่กำลังจะทิ้งลายอย่างดูจุนต่างหาก
รถเริ่มเคลื่อนออกไปโดยมีดูจุนนั่งหน้าด้านอยู่ที่เบาะข้างคนขับทั้งๆ ที่ลีจุนก็เอ่ยปากไล่ตามสายตาอ้อนวอนของโยซอบแล้วแท้ๆ แต่ก็แหงล่ะ ก็บอกแล้วว่าลีจุนรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น
“ถ้าพี่จะไปกับเพื่อนพี่งั้นผมลงตรงนี้ก็ได้” แล้วคนที่นั่งสร้างบรรยากาศอึมครึมในรถก็พูดขึ้น
ดูจุนหันมามองคนตัวเล็กด้วยสภาพเหงื่อตก แต่ก็ยังมิวายหันกลับมาบอกลีจุนด้วยสายตาว่าให้ขับต่อไป
“พี่ จอดด้วย” โยซอบพูดเสียงเย็น แล้วลีจุนก็แทบจะชะลอรถลงจริงๆ ถ้าไม่ติดที่ว่ามีมือของดูจุนเข้ามาแย่งพวงมาลัยไว้
“นี่มึงทำอะไรของมึง!” ลีจุนว่าก่อนจะเกิดสงครามขนาดย่อม เพราะตอนนี้รถเคลื่อนตัวเข้าถนนที่ไม่สามารถจอดข้างทางได้แล้ว เลยกลายเป็นว่าลีจุนต้องเหยียบคันเร่งให้ทันตามกฎไม่งั้นไม่โดนรถคันหลังบีบแต่ไล่ก็โดนชนท้ายแน่ๆ
“พี่ ผมบอกให้จอด”
“ไม่ ไม่ต้องจอด ฉันจะไปด้วย”
“งั้นฉันไม่ไป จอดเดี๋ยวนี้!”
“ฉันจะไป บ้านนายอยู่ไหนฉันจะได้รู้จัก”
“ฉันไม่ยอมไปกับนายไงเล่า”
“พวกมึงใจเย็นๆ กูยังหาเมียเป็นตัวเป็นตนไม่ได้ยังไม่อยากตายตอนนี้!!”
“โยซอบปล่อย”
“ฉันไม่ปล่อย พี่เหยียบเบรกสิ จอด!”
“ไม่ต้องเลยมึง อย่าจอด!”
“พี่ จอด!”
“ขับไปไอ้จุน!”
“ผมจะล… อุ้บ!”
แหวะ!
ทุกๆ อย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่ลีจุนจะตามได้ทัน เขารู้แค่ว่าอยู่ดีๆ โยซอบก็โผล่มาจากเบาะหลังปีนมาผสมโรงแย่งพวงมาลัยของเขา แล้วรถก็ส่ายไปมาแบบไม่คิดชีวิตชนิดเขาแอบหวั่นว่าชาตินี้จะได้ตายซะแล้ว
แล้ว…
จากที่เถียงกันอยู่ดีๆ ไอ้รุ่นน้องตัวดีของเขาก็อ้วกออกมานี่แหละ สงครามชิงพวงมาลัยถึงได้หยุดลง
“นายเป็นอะไรรึเปล่า” แทนที่จะรังเกียจของเหลวที่คนตัวเล็กอาเจียนออกมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัวจนมันเลอะแขนของเขาไปหมด ยุน ดูจุนกับถามคนที่มีใบหน้าซีดเซียวด้วยความเป็นห่วง
“อุ้บ! …แหวะ!” ไม่มีเสียงต่อคำของโยซอบแต่กลายเป็นว่าคนตัวเล็กอาเจียนออกมาอีกครั้ง
ดูจุนมองคนตัวเล็กที่หน้าซีดก่อนจะหันไปสั่งลีจุนที่มีสถานะเป็นตัวประกอบดีๆ นี่เอง
“พาโยซอบไปโรงพยาบาลเร็ว!”
ร่างสูงสั่งสียงเข้ม จนลีจุนนึกหมั่นไส้ในใจ
ทำอย่างกับไอ้โยมันเป็นอะไรนักหนา แมร่ง ก็เพราะแย่งพวงมาลัยรถกูจนส่ายไปมามันถึงมึนหัวจนอ้วกไง!
อยากจะเถียงออกไปอย่างนั้นอยู่หรอก แต่หัวสมองที่ตัวเองภูมิใจเหลือเกินว่าฉลาดกลับทำให้ลี จุนทำเพียงแค่ยิ้มและขับรถสู่ตัวโรงพยาบาลเล็กๆ เอาจริงๆ ถ้าไม่สังเกตก็คิดว่าเป็นคลีนิคด้วยซ้ำ
“ทำไมมึงไม่เลี้ยวคลีนิคตั้งแต่โค้งเมื่อกี้วะ โยแย่แล้วนะ” ดูจุนนึกอยากจะด่าอีกคนแต่ทันทีที่ล้อรถหยุดสนิทเขาก็ก้าวลงจากรถและเปิดประตูที่เบาะหลังเพื่อพยุงให้อีกคนที่มีสีหน้าไม่ดีออกมาจากรถ แล้วรีบพาเข้าไปส่งตัวคนตัวเล็กให้ถึงมือหมอและเหล่าพยาบาลที่ออกกันมาช่วยรับคนไข้
“ก็มึงบอกให้กูพาไปโรงพยาบาล กูจะแวะคลีนิคทำไมล่ะครับ”
ลีจุนตอบในขณะที่ดูจุนนึกโกรธในความกวนตีนของไอ้เพื่อนคนนี้ที่สุด นี่ถ้าช้ากว่านี้แล้วโยเป็นอะไรหนักขึ้นมาจะทำยังไง
นั่นสิ… ถ้าโยซอบเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?
เขาจะรู้สึกยังไง?
ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกด้วยล่ะ?
เป็นห่วงหรอ?
ดูจุนสลัดความคิดนั้นออกจากหัวทันที เขาไม่เคยคิดหรอก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมตกใจแทบตายที่อยู่ดีๆ โยซอบก็ไม่สบาย
“อีกอย่างนี่มันโรงพยาบาลพี่กูเอง เขาจะได้ดูแลเมียมึงดีๆ ไง ไม่ดีเหรอ”
ดูจุนมองอีกคนด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไร เอาจริงๆ เขาก็รู้สึกดีกับคำที่ไอ้เพื่อนตัวดีใช้แทนโยซอบอ่ะนะ
แต่พอคิดถึงความจริงที่เขากำลังโดนโยซอบเกลียดอยู่แล้วมันนึกหลอกตัวเองไปกับคำพูดนั้นไม่ได้นี่สิ
“ไม่ต้องห่วง มึง กูบอกพี่กูแล้วว่าให้ดูแลไอ้โยมันดีๆ อีกไม่นานมึงคงได้ยินข่าวดีแล้วล่ะ”
“มึงหมายความว่าไง…”
“ก็…”
“ขอโทษครับ ขอเชิญไปฟังอาการคนไข้ด้วยครับ” ลี จุนไม่ทันจะตอบอยู่ดีๆ คุณหมอก็ออกมาจากห้องที่พวกเขานั่งรออยู่ด้านหน้า แล้วแทรกการสนทนาของพวกเขา
ดูจุนแทบจะกระโจนใส่คุณหมอไปแล้วแท้ๆ ความจริงก็ไม่ใช่คนห่างคนไกลอะไรกัน ดูจุนก็เคยพบเจอมาบ้าง จาง กึนซอกหรือคุณหมอผู้เป็นญาติห่างๆ ของไอ้ลี จุน(ห่างชนิดที่ว่าหน้าตาไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเกี่ยวข้องกัน)แต่สนิทกับลี จุนมาก
เห็นหน้าตาแบบนี้ แต่เรื่องกวนประสาทชาวบ้านนี่ไม่ต่างจากไอ้ลี จุนเลยเหอะ ต่างก็ตรงที่พี่แกมีหน้าตาไว้หลอกให้เชื่อว่าเป็นอย่างอื่น แต่ไอ้จุนมีหน้าตาบ่งบอกนิสัยกวนๆ ของมันเป็นอย่างดี
แต่ช่างเถอะ เรื่องนั้นเขาสนที่ไหนล่ะ เรื่องที่เขาสนน่ะ…
“โยซอบเป็นยังไงบ้างครับ” ดูจุนใช้มือสองข้างกำแขนของคุณหมอ กึนซอกมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย เหลือบมองลี จุนที่อยู่ไม่ไกล ก่อนริมฝีปากสวยจะเอ่ยพูด
“ขอเชิญไปฟังอาการข้างในด้วยครับ”
แม้จะสนิทกับลี จุน ชนิดที่รู้นิสัยสันดานกันดีแล้ว แต่กึนซอกในชุดกาวน์ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นหมอได้อย่างสมบูรณ์แบบ คำพูดคำจาให้เกียรติและวางกริยาดีไปหมด
ดูจุนเดินตามร่างบางของคุณหมอเข้าไปในขณะที่ลี จุนก็เดินตามเข้ามาด้วย ร่างสูงมองเห็นคนตัวเล็กนั่งรออยู่ก่อนแล้วที่โซฟาตัวยาวของห้อง เขาจึงเดินเข้าไปนั่งด้วย แม้อีกคนดูเหมือนไม่เต็มใจให้เขาเข้าใกล้ก็ตาม
“ตกลงแฟนไอ้ดูจุนมันเป็นอะไรหรอพี่” ลี จุนถามด้วยถ้อยคำสนิทสนม โยซอบมัวแต่กังวลกับอาการของตัวเองจนไม่ทันได้ส่งสายตาไม่พอใจให้กับลี จุนที่ล้อเขาไม่เลือกเวลา ในขณะที่ดูจุนจ้องมองคุณหมอตรงหน้าเพื่อรอฟังอาการของยัง โยซอบ
กึนซอกปลายตามองญาติผู้น้องเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันมาฉีกยิ้มที่ตรึงใจยัง โยซอบผู้ไม่เคยเห็นธาตุแท้ของคุณหมอยิ่งนัก
“ยินดีด้วยนะครับ” เจ้าของใบหน้าสวยพูดด้วยใบหน้าประดับยิ้ม
โยซอบขมวดคิ้ว ในขณะที่ดูจุนก็จ้องคุณหมอตาไม่กระพริบ
คุณหมอกำลังจะบอกอาการของคนตัวเล็ก โยซอบเป็นอะไรทำไมถึงต้องยินดีด้วย? ดูจุนอยากรู้ใจจะขาด
“ยินดีด้วยครับ แฟนคุณตั้งท้องครับ”
-----------------------------------------------TO BE CONTINUE-----------------------------------------------
คึคึคึ สวัสดีค่า
เดี๋ยวชินนี่อัพบ่อยกว่าปกตินิสัยเจ้าแม่ดองฟิคเนาะ? XD เบื่อกันรึยัง?? =v=
พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ใครหลายคนรอคอย ….ใช่มั้ย??
แม่ยกจุนซึงอย่าฆ่าเค้านะ *-* ไม่คิดว่าพลอตจะมาลงตัวทั้งคู่ดูซอบและคู่จุนซึงพร้อมกันพอดี XD
และแล้ววันเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงก็มาถึงแล้วสิ
รู้แล้วใช่มั้ยว่าใครท้อง?? (ฮ่าๆ คนอ่านบอกรู้ตั้งนานแล้ว)
ไม่รู้จะทอล์คอะไรมากกว่านี้แล้วอ่ะ
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยแล้วกันนะคะ J
อ่า อย่าลืมไปอ่านตอบเม้นของตอนที่แล้วด้วยน้า
*บอกอีกที ต่อไปนี้ ตอบเม้นในกล่องฟิคแล้วนะคะ (แลดูเป็นการเพิ่มเม้นไปในตัว XD) กลัวมาต่อช้า แล้วไม่ได้ตอบน่ะ เพราะบางครั้งก็อัพเรื่องสั้นแทรกด้วยไง
*อีกเรื่อง ชินนี่จะรวมเล่มฟิคสั้นจุนซึงแหละค่ะ สนใจมั้ยคะ?? TvTกำลังสำรวจว่าจะมีคนต้องการสักกี่เล่มน่ะค่ะ เป็นทั้งเรื่องที่ลงแล้ว กับเรื่องที่ยังไม่ได้ลงค่ะ (เดี๋ยวจะให้โหวตอีกทีว่าเรื่องที่ลงแล้วเรื่องไหน ที่คนอ่านอยากให้นำไปอยู่ในรวมเล่มด้วยนะคะ)
*ตอนนี้บลอคมีเชาท์บลอคแล้วนะคะ ^^ คุยได้ทุกอย่างค่ะ ขอแค่มารยาทและความสุภาพ ฮ่าๆ (แต่ปกติมีอะไรเมนชั่นในทวิตเตอร์ได้นะ เช็คเสมอ ,, ไม่จำเป็นต้องฟอลนะคะ ทวิตเตอร์มีตัวตนเราเต็มไปหมด บางครั้งนิสัยเราอาจขวางหูขวางตาได้ ฟอลไปเสียสุขภาพจิตเปล่าๆค่ะ แค่เมนชั่นมาคุยกันชินนี่ก็ดีใจแล้ว >-< ,, แต่ใครรับได้ฟอลได้นะ ฮ่าๆ :D)
จบทอล์ค(อันแสนยาวเกินหน้าเกินตาฟิคแล้วค่ะ)
รักนะ :D

#1 By normie (124.120.208.238) on 2011-08-31 23:36