[FIC] My ex-boyfriend {Yong Junhyung x Jang Hyunseung} (intro)
posted on 08 Nov 2011 01:04 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

(Thanks @Nookber for this wonderful poster!)
Title : My ex-boyfriend
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : Intro
เสียงดนตรีดังแข่งกับสีสันหลากสีที่สาดส่องไปทั่วพื้นที่ในคอนเสิร์ต ในขณะที่ใครหลายคนกำลังสนใจกับนักร้องนักดนตรีบนเวทีที่กำลังส่งต่อความสนุกสนานให้แก่คนดู ฮยอนซึงกลับยืนเฉยจ้องมองไปเบื้องหน้า ร่างบางไม่ได้สนใจกับความเคลื่อนไหวบนเวทียกระดับนั่นแม้แต่นิด สายตาเรียวกำลังเหม่อลอย สิ่งที่แววตาสีอำพันสะท้อนอยู่คือภาพของผู้ชมสองคนที่ยืนห่างเขาไปไม่มากนัก
ภาพแห่งรอยยิ้ม…
รอยยิ้มของเพื่อนทั้งสองคนของเขา…
รอยยิ้ม …ที่หนึ่งในนั้นเคยเป็นของเขา
“นายไม่เต้นหน่อยเหรอ” เป็นเสียงทุ้มที่พยายามตะโกนแข่งกับเสียงดนตรีที่ไม่มีใครสู้ได้ในขณะนี้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าของเสียงพยายามพูดกับฮยอนซึง ร่างบางถึงถูกพูดด้วยในระยะประชิด
ฮยอนซึงสะดุ้งตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงสัมผัสที่ใบหู ก่อนจะทันได้ยินเสียงของยุน ดูจุนที่ยืนข้างเขาอยู่นานแล้วตั้งแต่คอนเสิร์ตเริ่ม แต่เขากลับไม่เคยสนใจจนแทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาไม่ได้มาคอนเสิร์ตแค่กับคนสองคนที่ยืนมองอยู่เมื่อครู่เท่านั้น
“ไม่มีอารมณ์” ฮยอนซึงตอบไปตรงอย่างใจคิด เพียงครู่เดียวที่สบตอบสายตาชั้นเดียวของดูจุน ก่อนที่แววตาอ่านความรู้สึกยากนั้นจะหันกลับไปจ้องที่เดิม
ดูจุนมองไล่ไปตามสายตาเรียว มองเห็นจุดพักสายตาของฮยอนซึงที่เขาไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร
ยง จุนฮยอง กับ ยัง โยซอบ…
ยุน ดูจุนเอ่ยชื่อคนสองคนขึ้นมาในความคิด สายตาชั้นเดียวของเขาจ้องมองคนสองคนที่กำลังสนุกสนานด้วยกันด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
ไม่แปลกหรอกที่ตลอดคอนเสิร์ตที่เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะครบหนึ่งชั่วโมงครึ่งนี่ ฮยอนซึงจะเอาแต่ยืนมองภาพของสองคนนั้น
ก็หนึ่งในนั้น เป็นแฟนเก่าของฮยอนซึงนี่นา…
“กลับมั้ย” ร่างสูงตัดสินใจเอ่ยถามเจ้าของแววตาไร้แววที่ไม่จำเป็นต้องอ่านออกเขาก็พอจะรู้ว่าฮยอนซึงกำลังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ
ฮยอนซึงไม่ตอบ เพียงแต่ละสายตาหันมาสบเขาก่อนจะเริ่มแทรกกายผ่านม่านคนในคอนเสิร์ตตรงไปที่ทางออกเท่านั้น
-- My ex-boyfriend --
“ฉันบอกแล้วเห็นมั้ยจุนฮยอง นายไม่เชื่อฉัน” คนตัวเล็กพูดพลางบู้ปากอย่างขัดใจ โยซอบทำอิดออดเมื่อร่างสูงที่เขาเพิ่งเอ่ยชื่อเอื้อมมือโอบไหล่ลูบขึ้นลงเป็นการบอกเขาทางอ้อมว่าให้ใจเย็นๆ
“หายไปทั้งสองคนเลย ทีนี้เราจะทำยังไงกันดีเนี่ย” คนตัวเล็กงอแงอีกครั้ง มือบางทำทีเป็นปัดมือแกร่งที่โอบเขาไว้แน่น ไม่ได้จริงจังอะไรมากเพียงแค่ตั้งใจให้อีกคนรู้ว่าเขากำลังประท้วง
“อย่างอแงสิโยซอบตอนนี้นายยังมีฉันอยู่นะ” จุนฮยองพูดพลางใช้มือข้างที่โดนปัด บีบจมูกของคนตัวเล็กด้วยความหมั่นไส้
ตอนนี้คอนเสิร์ตเลิกแล้ว เพราะพวกเขาสองคนมัวแต่สนุกกับคอนเสิร์ตทำให้ไม่ทันสังเกตดูจุนและฮยอนซึงไป รู้ตัวอีกทีทั้งสองคนนั้นก็หายไปแล้ว และตอนนี้เขากับโยซอบก็กำลังอยู่ที่หน้าคอนเสิร์ต หาทางกลับบ้านอยู่ เพราะที่พวกเขามาที่นี่ได้เพราะดูจุนเป็นคนเอารถมา ถ้าจะให้กลับเองก็ไม่รู้ด้วยว่าต้องไปขึ้นรถที่ไหน จะถามคนแถวนี้ก็คงยาก เพราะนี่มันยามวิกาลแล้ว สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่ห่างไกลชุมชนอย่างนี้ไม่ค่อยมีคนมาเตร็ดเตร่ให้คนต่างถิ่นอย่างพวกเขาถามทางได้หรอก
“ถ้าเราสองคนต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดไปล่ะจุนฮยอง” คนตัวเล็กทำหน้ากลุ้มถามออกมาอย่างจริงจัง เห็นท่าทีอย่างนั้นจุนฮยองก็ต้องลอบยิ้มเพราะความน่ารัก
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันก็จะดูแลนายตลอดไปไงโยซอบ ฝากชีวิตไว้ที่ฉันมั้ยล่ะ” จุนฮยองหยอดคำหวาน โยซอบได้แต่ยืนหน้าแดงก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อร่างสูงเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้แล้วประกบริมฝีปากกับเขา
กึก!
จังหวะก้าวเดินของขาเรียวหยุดชะงักลงทันทีเมื่อสายตาสีอำพันมองเห็นฉากนั้น มือบางกำโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความจากหนึ่งในสองคนว่าให้รีบมาหา ไว้แน่น
ดูจุนวิ่งตามฮยอนซึงมาก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นอีกคนหยุด ร่างสูงยืนหอบหายใจเล็กน้อย เพราะทันทีที่ได้รับข้อความจากจุนฮยอง ฮยอนซึงก็รีบวิ่งมาแทบจะในทันที นี่ถ้าร่างบางไม่หยุดเขาก็คงวิ่งไม่ทันหรอก
พอสายตาชั้นเดียวมองไปตามจุดหมายของสายตาเรียวอย่างที่ชอบทำเสมอ ก็เห็นเพื่อนทั้งสองคนของเขากำลังจูบกัน แค่นี้เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอยู่ๆ ฮยอนซึงถึงหยุดวิ่ง แล้วไอ้อาการสะอื้นเบาๆ ของคนที่ยืนข้างๆ เขานี้คืออะไร
“เดี๋ยวฉันไปรอที่รถแล้วกันนะ” ฮยอนซึงพูดพลางหยิบกุญแจรถออกจากมือดูจุน เพราะพวกเขาออกมาก่อนจึงย้ายรถไปไว้อีกที่หนึ่งเวลาขับออกจากคอนเสิร์ตจะได้ไม่วุ่นวายถ้าต้องออกพร้อมกับคนอีกกว่าพันคน และพอได้ข้อความจากจุนฮยองเขาถึงรีบวิ่งนำดูจุนมาเพราะเป็นห่วง กลัวว่าอีกคนจะรอนาน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเห็นภาพแบบนี้
ดูจุนปล่อยให้ฮยอนซึงหลบหน้าไปอย่างที่เจ้าตัวต้องการ เขาเข้าไปหาทั้งสองคนที่มีสีหน้าร่าเริงทันทีราวกับลูกแมวหลงทางเจอเจ้าของ พอพาสองคนนั้นขึ้นรถ บทสนทนาและเสียงหัวเราะทั้งหมดก็ดูจะเป็นของจุนฮยองและโยซอบที่นั่งคู่กันอยู่ที่เบาะหลังเท่านั้น
เขากำลังขับรถก็เลยไม่ค่อยได้คุยด้วยมาก ส่วนฮยอนซึง คนนี้แกล้งหลับตลอดทาง ถ้ามองจากเบาะหลังคงไม่รู้เลย แต่เพราะฮยอนซึงนั่งที่นั่งข้างคนขับ เขาถึงรู้ พอมองเห็นน้ำตาที่ถูกเช็ดอย่างลวกๆ ของคนที่แกล้งหลับไป…
-- My ex-boyfriend --
“ฮยอนซึงตื่นได้แล้ว” เสียงทุ้มเรียกในขณะที่ฮยอนซึงรู้สึกได้ถึงแรงเขย่าเบาๆ ที่ไหล่ของตัวเอง ร่างบางกระพริบตาถี่ ปรับแสงอยู่พักหนึ่งก็เห็นว่าคนที่ปลุกเขาอยู่คือ จุนฮยอง
คนตัวเล็กยันกายลุกขึ้นจากเบาะรถที่ถูกเอนไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้แต่ก็พอเดาออกว่าน่าจะเป็นฝีมือดูจุน เขาเผลอไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้เพราะระยะทางจากที่จัดคอนเสิร์ตค่อนข้างไกลจากที่นี่เหลือเกิน
“ลงมาได้แล้ว” จุนฮยองเรียกอีกครั้ง ฮยอนซึงหันไปมองที่เบาะคนขับเห็นดูจุนกำลังมองมาด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาก็ก้าวลงจากรถ
“ขอบคุณที่มาส่งนะมึง” จุนฮยองก้มบอกตรงประตูด้านฮยอนซึง ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูงแล้วปิดประตูรถ ร่างสูงโบกมือไหวๆ ในขณะที่รถของดูจุนเคลื่อนไกลออกไปเรื่อยๆ
“ง่วงแล้วเหรอนายน่ะ” จุนฮยองว่าหลังจากที่รถของดูจุนเคลื่อนลับไปแล้วเขาทั้งสองคนก็ออกเดิน
ฮยอนซึงแทบไม่ต้องถามด้วยซ้ำว่าโยซอบล่ะอยู่ไหน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าบ้านโยซอบอยู่ใกล้ที่จัดคอนเสิร์ตกว่าใคร เลยต้องขับไปส่งโยซอบก่อน แล้วดูจุนถึงจะขับมาส่งคนที่เหลือ และเหตุผลที่เขาทั้งสองคนต้องลงพร้อมกันก็เป็นเพราะห้องของพวกเขาอยู่ข้างๆ กัน
เพราะเป็นห่องเช่าที่ค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่ ปกติพวกเขาจึงให้ดูจุนจอดรดส่งแค่หน้าปากซอยเท่านั้น แล้วเขาทั้งสองคนถึงจะเดินเข้าอพาร์ทเมนท์มาด้วยกัน
“ง่วงจริงๆ นะเนี่ย ไม่ตอบเลย หรือว่านายไม่สบาย” ไม่ว่าเปล่าคนเป็นแฟนเก่ายังเป็นห่วงเป็นใยใช้มือทาบหน้าผากเขาเพื่อวัดอุณหภูมิให้
“ฉันไม่เป็นไร” ฮยอนซึงบอกปัดหวังจะให้อีกคนเชื่อบอย่างนั้น แต่คนที่เคยคบกันมามีเหรอจะมองไม่ออก
ร่างสูงคว้ามืออีกคนให้เดินไปด้วยกัน ไม่สนใจอาการตกใจและแรงทักท้วงจากอีกฝ่าย พอถึงห้องคนตัวสูงกว่าก็ถือวิสาสะค้นกระเป๋าเขาแล้วหยิบกุญแจห้องเขาออกมาไข ราวกับเป็นห้องตัวเอง จุนฮยองเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนจะกดเปิดฮีตเตอร์เพื่อปรับอุณหภูมิห้อง เขาเดินหายไปในห้องครัว วุ่นวายกับการทำอะไรบางอย่างก่อนจะเดินออกมาพูดกับเจ้าของห้องตัวจริงที่ยืนเฉยเพราะทำอะไรไม่ถูก
“ไปอาบน้ำได้แล้ว อาบนานอย่างนายน่ะ อากาศหนาวอย่างนี้เดี๋ยวเป็นหวัด”
ผ้าขนหนูผืนหนึ่งถูกโยนใส่คนตัวเล็ก ร่างบางรับมันไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำตามคำบอกของร่างสูง
เป็นพักหนึ่งที่ฮยอนซึงมัวแต่วุ่นวายกับการชำระร่างกายตัวเอง เมื่อร่างบางอาบน้ำเสร็จและออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าคนเมื่อครู่ได้ออกไปจากห้องเขาแล้ว
ฮยอนซึงมองเห็นแก้วนมที่กำลังส่งควันฉุยซึ่งถูกวางอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือของเขา ที่ใต้แก้วนมใบนั้นมีโน้ตเล็กๆ ถูกทับไว้อยู่
กว่านายจะอาบน้ำเสร็จนมในแก้วนี้คงอุ่นกำลังพอดี
ดื่มก่อนนอนด้วยนะ
ระวังเป็นหวัดล่ะ
ข้อความในนั้นเขียนไว้โดยไม่ได้ลงชื่อ แต่ลายมืออันคุ้นเคยก็พอให้รู้ว่าใครเป็นคนเขียนมัน
ฮยอนซึงใช้สองมือโอบแก้วนมอุ่นๆ ร่างบางพาตัวเองไปนั่งบนโซฟาหน้าทีวี …ที่ซึ่งเมื่อก่อนนี้เขามักใช้เวลาร่วมกันกับคนที่เพิ่งออกจากห้องนี้ไป
กลีบปากบางจิบของเหลวสีขุ่นเล็กน้อย ดวงตากลมสวยมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย
จุนฮยองยังคงรู้จักห้องนี้ดี ร่างสูงยังจำตำแหน่งของสิ่งของทุกอย่างที่อยู่ในห้องเขาได้ จุนฮยองยังจำนิสัยที่ชอบอาบน้ำนานๆ ของเขาได้ คนตัวสูงยังจำได้ว่าเขาชอบแค่ไหนหากได้ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอน
จุนฮยองยังจำเรื่องราวต่างๆ ของเขาได้ เมื่อตอนที่เขาสองคนยังคบกัน…
แม้ตอนนี้พวกเราจะเป็นเพียง ‘แฟนเก่า’ ของกันและกันไปแล้วก็ตาม…
-- COMING SOON --
สวัสดีค่า ^O^ ~
คิดถึงบลอคมากเลย~~~ เชค็คทุกวัน 55 ช่วงนี้ปั่นฟิคเรื่อยๆมากค่ะ
คัมแบคพร้อมฟิคที่แปะโปสตเรอ์ไว้นานแล้ว ^^มีใครรอมั้ยเอ่ย? เรื่องนี้เป็นจุนซึงโอนลี่ค่ะ จุนซึงคู่เดียวเลย เน้นแค่นี้ XD
แต่งจากแรงบันดาลใจส่วนตัว 55 แค่ลองคิดว่า “ดูคนที่เราชอบกำลังสนุกกับอีกคนที่ไม่ใช่เราในคอนเสิร์ต จะรู้สึกยังไงนะ?” มันก็เลยออกมาเป็นฟิคนี้ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเธอที่เป็นแฟนเก่า 55
หวังว่าจะชอบกันนะคะ ^^
-----------------
เรารู้ว่า อาจจะมีใครหลายคนที่อ่านแต่ฟิค ไม่อ่านทอล์ค หรือไม่ก็ไม่อ่านสักอย่างเลย
แต่วันนี้ขอเปิดใจดีกว่า ^-^ ...จะเรียกเปิดใจก็ไม่ได้นะ เพราะก็บอกมาตั้งแต่ต้นแล้ว แค่บางทีมันถึงเวลาที่ควรย้ำ?
คือว่าเราก็เคยบอกแล้วนะคะ ว่าเราไม่เคยแต่งฟิคจบสักเรื่อง เราแต่งตามอารมณ์มาก เพราะฟิคส่วนใหญ่เราก็เน้นอารมณ์เรื่อง หากจะมีสักคนสัมผัสได้ T^T เพราะฉะนั้น คงต้องบอกว่า เราไม่ใช่เครื่องจักรปั่นฟิค ค่ะ หากจะเขียนเสร็จอัพเร็ว ก็คงไม่ได้ ความจริงจะทำก็ได้ อัพเร็วๆ คนอ่านไม่หายก็ดี...แต่ เราไม่ทำ เพราะเราอยากให้ฟิคเราออกมาดีที่สุด แม้มันจะไม่เลิศเลอก็ตาม เราแค่อยากเก็บรายละเอียด และรอเวลาที่ควรจะอัพมันลงดีๆ ซะมากกว่า
ไม่ได้จะพูดให้คนอ่านบางคน(ที่ติดตามเราอย่างน่ารักเสมอมา)รู้สึกไม่ดีหรอกนะคะ แต่ว่าพูดด้วยความจริงใจ
ว่า เวลาเห็นคอมเม้นแล้วบางครั้งมันก็ท้อ คอมเม้นที่ว่าก็คือ
1.spam (ทั้งๆที่เปิดระบบ captcha มันก็ยังหลอกหลอน TT)
2.คอมเม้นที่... “อัพเร็วๆนะ, ต่อเถอะ”
*ขออธิบายเกี่ยวกับคอมเม้นประเภทที่ 2 ยาวๆ ค่ะ
คือเราขอบคุณมากเลยค่ะ ที่ติดตามฟิค ชอบฟิคเราด้วย ^^ และข้อความที่คอมเม้นมา ก็ถือว่า จริงใจกับเรามาก
เราก็ไม่คิดจะออกมาพูดอะไร ตราบใดที่มันยังเม้นอยู่ในเรื่องที่คุณอ่าน แต่ว่า...
ที่เราออกมาพูด ก็คงเข้าใจกันนะคะว่า เราเห็นคอมเม้นประเภทนี้ในฟิคเรื่องอื่นที่เราเขียน
โอเค เราเข้าใจว่ามันมีเป็นเอนทรีล่าสุด คุณต้องการให้เราเห็นข้อความนั้น แต่ว่า...เรามี c-box ให้ที่แสบไซด์บาร์ด้านข้างแล้วนะคะ! (ถ้าเผื่อไม่เห็น ตอนอัพฟิคก็เขียนบอกไว้ตรงทอล์ค...)
เพราะฉะนั้น มันถือว่าเป็นอะไรที่ทำเราเฮิร์ทมากเลยล่ะ *เอาล่ะ ณ จุดนี้คงมีคนกดปิดหน้าต่างนี้ออกไปแล้ว*
คือ...ที่คุณเม้น มันเป็นฟิคคู่อื่น ที่เราไม่เคยเขียน และเราคาดว่าคุณคงไม่ได้อ่านเนื้อหาในเอนทรีนั้นด้วยซ้ำ เพราะช่วงทอล์คท้ายฟิคเรื่องนั้นเราก็พูดเรื่องคอมเม้นแล้ว ว่าขอให้เป็นที่ที่สงบๆ ชอบก็เม้น ไม่อยากเม้น เราก็ไม่รู้ค่ะ นี่บลอคเปิดค่ะ!!
เดี๋ยวนี้เห็นมีการวิจารณ์ไรเตอร์กันด้วย ว่าคนนี้อัพเร็ว คนนี้ไม่เรื่องมาก...มันดูน่ากลัวมากเลยค่ะ
สำหรับเรา ฟิคชั่น เราเขียนเพื่อแชร์จินตนการ กับคนอ่านที่ชอบเรื่องเดียวกันนะคะ ไม่ใช่ธุรกิจหรืออะไรที่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกันค่ะ
เพราะฉะนั้น วันนี้ใครจะว่าเราเป็นไรเตอร์เรื่องมากก็เชิญเถอะค่ะ *สิทธิของคุณอยู่แล้ว*
แต่เราขอ!! อ่านแล้วชอบก็เม้นบอกกันได้(ได้อ่านคอมเม้นแล้วมีกำลังใจมากเลยค่ะ ^-^) ไม่อ่าน-ไม่ชอบ-ชอบแต่ไม่เม้น ก็ได้ แต่ขออย่าคอมเม้นอะไรก่อกวนกัน หรืออะไรทำที่ให้รู้สึกแย่(อย่าง 2 ประเภทที่กล่าวมา) เลยค่ะ!
เราขอย้ำอีกครั้ง ว่าที่นี่เป็น blog เปิด ให้คนนอกที่ไม่มียูสอ่านและคอมเม้นได้ หรือจะอ่านแล้วไม่คอมเม้นเราก็ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะเราเชคได้แค่ยอดวิวว่ามีคนเข้าแต่ละเอนทรีเท่าไรแค่นั้นเอง ยอดวิว(ประมาณ 200+ ต่อวัน)อาจจะเกิดจากแสปมก็ได้ เราก็ไม่เคยมโนไปเองว่ามีคนมาอ่าน เพราะบลอคนี้มันก็ร้างมาก
เราจึงขอ เราอยากมีพื้นที่ของตัวเอง ขอให้เป็นที่ที่สงบ no fan war! อย่าก่อกวนกันเลยค่ะ ^-^
หวังว่าคงไม่มากเกินไปนะคะ
*ถ้าอัพเอนทรีนี้ไปแล้ว ยังเกิดเรื่องแบบเดิมอีก จะอัพเป็นเอนทรีชี้แจงอย่างคราวที่แจงสาเหตุที่ไม่ได้อัพฟิคเลย* (จริงๆก็ควรอัพเลยนะ เอาอะไรที่ดูไม่น่ายินดีมาใส่ในเอนทรีแรกของฟิคเรื่องใหม่ซะได้ orz)
สุดท้ายค่ะ รักคนอ่านค่ะ♥
ฝากติดตามสนับสนุนฟิคเรื่องนี้ดวยนะคะ >O<

ติดตามตอนต่อไปค่ะ
แงๆๆๆๆ ทำไงดี ฟิคพี่เร้าจิตเร้าอารมณ์เค้ามากเลย
อยากรู้เหตุผลที่ยงจุนฮยอนเลิกกับจางฮยอนซึงจัง
ฮยอนซึงดูจะเจ็บมากๆเลยนะนั่่น ไม่ไหวๆ ร้องไห้แทนซึง
แล้วยงจุนฮยองเหมือนให้ความหวังไงไม่รู้อะ แบบจำเรื่องราว ชอบไม่ชอบ
หรืออะไรของซึงได้หมดเลย ไม่รู้จะพูดอะไร
แต่อยากจะบอกว่า เลิกรักจุนฮยองเหอะ -0- มันไปเป็นแฟนกับคนอื่นแล้ว
อย่าเจ็บเลย เอาลุงมาดามใจก็ได้ TT
ติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณสำหรับฟิคนะ สนุกจังเลย >___<
รักไรเตอร์ด้วย!
#1 By Sankhung on 2011-11-08 01:16