[FIC] My ex-boyfriend {Yong Junhyung x Jang Hyunseung} (part1)
posted on 10 Dec 2011 21:53 by chibi-uchi
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

(Thanks @Nookber for this wonderful poster!)
Title : My ex-boyfriend
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : Intro / 1
“ไปกินไอติมเค้กกันมั้ย”
คนตัวบางที่นอนซบหน้าอยู่กับโต๊ะเลคเชอร์สะดุ้งแทบจะในทันที ใบหน้าหวานที่ไม่มีวี่แววของความงัวเงียเพราะการฟุบหน้าเมื่อกี้ไม่ใช่การ หลับแต่เป็นเพียงการพักสายตาเท่านั้น หันมองตามที่มาของเสียงอันคุ้นเคย
เสียงนั้นถูกส่งมาจากคนที่มักจะชวนเขาไปที่ร้านไอศกรีมหลังเลิกเรียนใน ตอนบ่ายอย่างนี้เสมอ ฮยอนซึงมองร่างสูงที่กำลังฉีกใบหน้ายิ้มแย้ม เจ้าของใบหน้าสวยใจเต้น แต่ก็เพียงแค่นั้น เพียงครู่เดียวแววตาสีอำพันอันสดใสก็หม่นลงทันที
…เพราะคนที่จุนฮยองชวนไม่ใช่เขา
คนที่ร่างสูงกำลังชวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นคือร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้านหลังเขาต่างหาก
“ถ้านายเลี้ยงฉันไปอยู่แล้ว” ฮยอนซึงหันกลับมาแล้ว แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงใสตอบรับคำชวนของร่างสูง
“นายนี่น้า กะจะให้ฉันเลี้ยงตลอดเลยรึไง” ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเอ่ยหยอกล้ออีกคนก่อนจะบีบจมูกของคนที่นั่งอยู่อย่างหมั่นเขี้ยว
“ก็เมื่อวานนายเป็นคนบอกเองไม่ใช่รึไง ว่าให้ฉันฝากชีวิตไว้ที่นาย…”
ปัง!
เสียงใสของยัง โยซอบที่กำลังโต้ตอบกับแฟนเป็นอันต้องเงียบลงทันทีเมื่ออยู่ดีๆ ร่างบางที่นั่งเฉยอยู่นานปิดหนังสือลงจนเกิดเสียงดัง ฮยอนซึงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาไม่ได้หันมามองคู่รักที่ตกใจกับการกระทำของตัวเขาเลยด้วยซ้ำ มือเรียวจัดการเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนที่ร่างบางจะสาวเท้าออกมาจากห้องนั้นทันที
-- My ex-boyfriend --
“ฮยอนซึง!” เสียงเข้มเอ่ยเรียกชื่อของร่างบางที่เอาแต่เดินก้มหน้าไม่สนใจผู้คน คนตัวสูงคว้ามือบางไว้ เจ้าของใบหน้าสวยหยุดชะงักก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนที่หยุดตัวเองไว้
“ดูจุน…” กลีบปากบางอุทานเสียงเบาหวิว แต่ก็พอให้เจ้าของมือที่จับข้อมือเรียวอยู่ตอนนี้ได้ยิน
ฮยอนซึงหลบสายตา
ทำไมเมื่อกี้เขาหวังให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นอีกคนที่เพิ่งจะพลอดรักกับแฟนตัวเองเมื่อครู่…
“นายเอาแต่เดินไม่ดูทางเลย” เจ้าของผิวสีเข้มเนื่องจากการเล่นกีฬาเอ่ยบอกอีกคนด้วยรอยยิ้ม
“มีอะไรเหรอ” ฮยอนซึงเอ่ยถามคนที่รั้งเขาไว้ ถึงแม้ตอนนี้ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในอกเขาจะปั่นป่วนเอามากๆ แต่ก็ยอมรับว่าเพราะเป็นดูจุนเขาถึงผ่อนคลายลงได้
ก็เพราะดูจุนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของฮยอนซึง นอกจากคนที่เขาคาดหวังให้อยู่กับเขาที่นี่ตอนนี้แล้ว ก็มีดูจุนนี่แหละที่มักอ่านเขาออกเสมอ แม้พวกเขาจะเคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถมก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ แล้วเพิ่งกลับมาเจอกันใหม่ตอนที่มาเรียนที่คณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้วก็เถอะ
“ฉันจะชวนนายไปกินไอติมเค้ก ร้านหลังมหา’ลัยน่ะ สนใจมั้ย?” ร่างสูงว่า ใบหน้าอันหล่อเหลาซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนค่อนมหาลัยฉีกยิ้มให้กับคนตัวเล็ก
“ฉันอยากไปนะ แต่…” ฮยอนซึงกลืนคำพูด
จะให้บอกยังไงว่าเพราะไม่อยากไปเห็นแฟนเก่าตัวเองจู๋จี๋กับแฟนใหม่งั้นเหรอ?
“นี่อย่าบอกนะว่านายลดความอ้วน ไอติมเค้กของโปรดนายไม่ใช่รึไง? วันนี้มีโปรโมชั่นเติมวิปครีมได้ตลอดด้วยนะ แน่ใจนะว่าไม่สน?”
ดูจุนชักชวนคนตัวเล็กกว่าด้วยรอยยิ้ม ร่างสูงเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนเจ้าของดวงตากลมโตต้องหลบสายตา
“ป…ไปก็ได้” เสียงหวานตอบ แม้จะมีท่าทีลังเลเล็กน้อย
“งั้นไปกัน” ดูจุนพูดออกมาอย่างเริงร่าก่อนจะเริ่มเดินนำ มือแกร่งข้างที่กุมข้อมือคนตัวเล็กไว้ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีวี่แววว่าร่างสูงจะปล่อยออก
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฮยอนซึงก็ไม่ทักท้วงอะไร คนตัวเล็กเดินตามร่างสูงไปเงียบๆ
-- My ex-boyfriend --
“สองที่นะครับ” บริกรตัวน้อยต้อนรับเด็กมหา’ลัย ทั้งสองคนที่ต่างก็มีใบหน้าดึงดูดสายตาผู้คน คนหนึ่งเป็นถึงเดือนคณะและยังเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ส่วนอีกคนแม้จะไม่ได้เข้าร่วมการประกวดเดือนคณะแต่ก็เป็นหนึ่งในใครหลายคน ที่เหล่าเด็กในมหาวิทยาลัยลงความเห็นกันว่าควรจะส่งชื่อเป็นดาวคณะแทน เพราะหน้าตาที่ละม้ายคล้ายผู้หญิง ซึ่งถ้าให้พูดจริงๆ ก็สวยยิ่งกว่าผู้หญิงจริงๆ บางคนซะอีก
ไม่ใช่เพียงหน้าตาอันโดดเด่นที่ดึงดูดสายตาผู้คนเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนเป็นเป้าสายตามากยิ่งขึ้นคือการที่พวกเขาเดินจับมือ กันมาต่างหาก
แถมตอนนี้คนที่จับข้อมือบางไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อยซะด้วยสิ…
“เชิญทางนี้ครับ” คนตัวเล็กในชุดเครื่องแบบของร้านบอกก่อนจะผายมือไปยังโต๊ะที่นั่งชั้นสองซึ่งอยู่ริมระเบียง
ดูจุนจูงมือฮยอนซึงก่อนจะเดินนำ ร่างบางทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้างหนึ่งในขณะที่ร่างสูงนั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
“สั่งวิปครีมเท่าไรก็ได้เลยนะ ไม่อั้น” คนตัวโตกว่าบอกด้วยใบหน้าทะเล้น
“ก็แหงสิ วันนี้มีโปรโมชั่นเติมวิปครีมเท่าไรก็ได้นี่นา” ฮยอนซึงตอกกลับแล้วก็เป็นครั้งแรกที่กลีบปากสีเชอร์รี่คลี่ยิ้ม
“งั้นขอไอติมช็อกโกแลตบราวนี่ครับ” เสียงใสหันไปบอกบริกรที่ยืนรอรับออร์เดอร์
“สองที่ครับ” ดูจนพูดต่อ เรียกความแปลกใจให้กับฮยอนซึงมากมาย
“ถ้าไม่สั่งของโปรดนาย แล้วนายจะแย่งใครได้ล่ะ” คนตัวสูงว่าก่อนฮยอนซึงจะหลบสายตาแสนอบอุ่นนั่นแทบจะในทันที
…..
…………………….
“ไหนนายบอกว่าไม่ชอบกินของหวานไง” เสียงใสเอ่ยถามอีกคนอย่างสงสัย
“ก็นายชอบกินนี่นา” คนโดนถามกลับตอบอีกคนด้วยท่าทางกวนๆ
“มันเกี่ยวอะไรด้วย” ฮยอนซึงว่าก่อนจะบู้ปากราวกับเด็กที่ขัดใจเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนแกล้ง
“เกี่ยวสิ นายจะได้แย่งฉันกินได้ไง” คนตัวสูงว่าพลางหัวเราะคิกคัก ดีใจที่ได้แกล้งหยอกร่างบางที่ยื่นมือมาตีท่อนแขนเขาแทบจะในทันที
“แค่เห็นนายกินอย่างมีความสุข ฉันก็อิ่มแล้วน่า” ไอศกรีมเค้กที่ร่างบางเพิ่งกินไปแทบจะหมดความหวานแทบจะในทันทีที่ฮยอนซึงได้ยินคำนั้น
จุนฮยองก็อย่างนี้แหละ… ไม่ชอบของหวานแต่ก็มักพาเขามาที่นี่เสมอ เพราะรู้ว่าเขาชอบ
…………………….
…..
“ฮยอนซึง” เสียงเรียกชื่อไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากอาการเหม่อลอย แรงสั่นเบาๆที่ท่อนแขนนี่ต่างหาก
“เป็นอะไรมั้ย นายดูเหม่อๆ นะ” ดูจุนถามด้วยสายตาเป็นห่วง มือข้างที่เพิ่งเขย่าแขนเขาเลื่อนมากุมมือบางไว้
ฮยอนซึงส่ายหน้าเพื่อให้ดูจุนหายไม่สบายใจ
ความจริงแล้วเขาก็ไม่เป็นอะไรจริงๆ แค่เหม่อนึกถึงใครอีกคนที่เคยพาเขามาที่ร้านนี้บ่อยๆ และเคยพูดประโยคคล้ายๆ กันนี้แค่นั้นเอง…
“ครั้งนี้ฉันชวนนายมา งั้นฉันเลี้ยงแล้วกัน” ดูจุนเปลี่ยนเรื่องคุย ร่างสูงฉีกยิ้มยิ่งทำให้หน้าตาที่ดูหล่อเหลาอยู่แล้วดูดีขึ้นไปอีก
“บ้าเหรอ นายชวนมาแต่ฉันกิน พูดอย่างกับนายเป็นคนห่างคนไกล…” ฮยอนซึงค้านแทบจะในทันที แต่สิ้นประโยดกลีบปากบางก็ต้องหุบลงเมื่อสายตาคู่สวยเผลอมองผ่านดูจุนจนไป สะดุดกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถัดไปสามโต๊ะ
คนที่กำลังมีความสุขอยู่กับแฟน…
“อ่า นึกว่าฉันเป็นคนห่างคนไกลไปแล้วซะอีก เดี๋ยวนี้นายเหม่อบ่อยจะตายเวลาอยู่กับฉัน”
“พูดอะไรอย่างนั้น ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอไง ว่าถึงเราจะจากกันไปตั้ง 6 ปี แต่นายก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของฉันเหมือนเดิม”
ฮยอนซึงพูดอย่างจริงใจ แม้จะแสดงออกถึงความจริงจังให้คนฟังได้รับรู้ แต่สายตากลมกับไม่กล้าสบกับคนตรงหน้า เพียงเพราะกลัวว่าจะมองเลยไปเห็นใครอีกคนที่นั่งอยู่กับคนรัก
…คนที่เคยใกล้ชิดกันแต่วันนี้กลับกลายเป็นคนห่างคนไกลเพียงเพราะคำว่า “แฟนเก่า”
ความจริงเขาก็คิดไปเองล่ะนะ ยังไงตอนนี้สถานะระหว่างเขากับจุนฮยองก็คือเป็นเพื่อนกัน นอกจากเวลาที่คู่รักสองคนปลีกตัวออกไปด้วยกันแล้ว พวกเขาสี่คนก็ยังอยู่กลุ่มเดียวกัน และทำอะไรๆ ร่วมกันเหมือนเดิม
จุนฮยองยังทำกับเขาเหมือนเดิม ตอนที่ยังเป็นแค่เพื่อนกัน
ทำไมวันนี้เขากลับเสียใจที่ไม่ควรเปลี่ยนคำว่าเพื่อนในวันนั้นก็ไม่รู้…
หากไม่เคยได้สัมผัสอะไรที่สูงกว่านั้นแล้วตกลงมา มันก็ไม่เจ็บปวดอย่างนี้สินะ
-- My ex-boyfriend --
ถ้วยไอศกรีมแก้วถูกจัดการจนเกลี้ยงโดยฝีมือของฮยอนซึง ร่างบางอมช้อนพองลมเป็นการปิดท้าย ถ้าใครได้เห็นคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นภาพที่น่ารักมาก
แม้ในตอนแรกคนตัวเล็กจะเอาแต่เหม่อ และตลอดเวลาจะเอาแต่สนใจของหวานตรงหน้า แล้วน้อยครั้งที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แต่ดูจุนก็สามารถสัมผัสได้ว่าฮยอนซึงอารมณ์ดีขึ้น
ฝนตกลงมาแล้ว มือบางเอื้อมโผล่พ้นชายหลังคา ละอองน้ำสีใสเกาะทั่วมือขาวเนียนนั่น ฮยอนซึงชักมือกลับมาหลังจากแน่ใจ
“ฝนตกแล้ว” เสียงใสบอกอีกคนที่อยู่ข้างๆ กัน
ตอนนี้ฮยอนซึงกับดูจุนยืนอยู่ที่หน้าร้าน ใต้ชายกันสาดเล็กๆ ที่สร้างมาเพื่อประดับมากกว่าใช้กันแดดหรือฝน พวกเขากินไอศกรีมเสร็จมาสักพักแล้ว แต่พอจ่ายเงินและตั้งใจจะออกจากร้าน สีหม่นๆ ของท้องฟ้าก็เริ่มส่งสัญญาณว่าเม็ดฝนได้โปรยปรายลงมาแล้ว
“นายเตรียมร่มมามั้ย” ฮยอนซึงถาม
“พร้อมเสมอแหละ ครั้งแรกว่าจะชวนนายไปดูรองเท้ากีฬาเป็นเพื่อนกันหน่อย แต่ฝนตกอย่างนี้ นายกลับบ้านไปเลยแล้วกัน” ร่างสูงตอบพร้อมกับมือข้างซ้ายที่ชูให้ดูร่มสำหรับพกพาอันเล็กๆ ของตนเอง
“ไว้คราวหลังแล้วกันนะ” กลีบปากบางว่า ฮยอนซึงตบบ่าดูจุนเล็กน้อย ก่อนที่มือเรียวจะคว้าเอาร่มสำหรับพกพาของตัวเองออกมากาง
“ฉันไปก่อนนะ” เสียงใสบอกด้วยรอยยิ้ม
ฮยอนซึงเดินจากมาพร้อมกับร่มคันเล็กของเขา ร่างบางตั้งใจเร่งฝีเท้าเพื่อกลับถึงบ้านให้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งเขาโกรธตัวเองที่ต้องยอมรับ ว่ามันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
“ฮยอนซึง!”
เจ้าของเสียงเรียกชื่อเขาอีกครั้งก่อนจะย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้างเขา ที่ไหล่ของร่างสูงที่จู่ๆ ก็เข้ามาเบียดใต้ร่มเขาเปียกหยาดน้ำเล็กน้อย คงเป็นเพราะวิ่งฝ่าฝนออกมาจากร้านไอศกรีมเมื่อครู่
ฮยอนซึงมองคนที่หยุดตัวเองไว้
“ฉันนึกว่านายจะไม่ได้ยินซะแล้ว เดินซะเร็วเลย” ปากอวบอิ่มบ่นอุบเมื่อคิดว่าเมื่อกี้เขาเรียกตั้งหลายครั้งกว่าฮยอนซึงจะยอม หยุดเดินและหันมามองเขา
“นาย…”
ใครบอกว่าเขาไม่ได้ยิน เขาได้ยินชัดเจนด้วยซ้ำ เสียงของจุนฮยองที่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ มันดังอยู่ในหัวเขาเสมอ แม้ตอนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่หันกลับไปมองเพราะไม่คิดว่าจะมียง จุนฮยองที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อเรียกชื่อเขาอีกต่อไปแล้วต่างหาก…
“นายจะกลับบ้านใช่มั้ยล่ะ ทางเดียวกัน ขอไปด้วยหน่อยสิ” จุนฮยองว่าก่อนร่างสูงจะเบียดตัวเข้าใต้ร่มคันเล็กของเขาอีกครั้ง มือแกร่งถือวิสาสะแย่งคันร่มมาถือซะเอง ซึ่งไม่ได้สร้างความแปลกใจให้เจ้าของร่มเท่าไร เพราะเมื่อก่อนเวลาใช้ร่มคันเดียวกัน จุนฮยองก็ชอบทำแบบนี้เสมอ
…เมื่อก่อนตอนที่เขาสองคนยังเป็นแฟนกัน
“ร่มนายไม่มีเหรอไง” เป็นคำพูดที่แสดงเจตนาตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจคนพูดเหลือเกิน ถ้อยคำที่ไม่แสดงความยินดีให้คนข้างกันร่วมใช้ร่มคันเล็กด้วยนั้นแตกต่างจาก ความรู้สึกฮยอนซึงลิบลับ
แม้จะโกรธตัวเองที่ต้องยอมรับแต่การได้ใกล้ชิดจุนฮยองยังเป็นสิ่งที่ฮยอน ซึงโหยหาอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้แสดงออกมาก็ตาม แต่ที่กลีบปากบางทำเป็นบ่นอย่างนั้นก็แค่ต้องการจะย้ำให้ตัวเองที่ชอบลืม ความจริงรับรู้ว่าเวลานี้เขาทั้งสองคนเป็นแค่เพียงเพื่อนกันเท่านั้น
“ฉันให้โยซอบไปน่ะ” จุนฮยองตอบด้วยรอยยิ้ม ฮยอนซึงมองใบหน้านั้นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นแทน
ก็แค่ไม่อยากเห็นรอยยิ้มเวลาจุนฮยองพูดถึงคนรัก…
แม้รอยยิ้มนั้นจะอ่อนโยนและน่ามองเสมอ แต่พอมันไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับเขา มันกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างนี้เองสินะ…
ฮยอนซึงตัดสินใจเดินต่อไปอย่างเงียบๆ ริมฝีปากสีเชอร์รี่ไม่คิดจะต่อบทสนทนาใดๆ แม้ในใจจะมีเรื่องที่อยากคุยด้วยเป็นร้อยพันแต่ฮยอนซึงก็ทำได้แค่เงียบ เพียงเพราะไม่อยากได้ยินชื่อของยัง โยซอบออกจากปากของจุนฮยองก็เท่านั้น…
พวกเขาสองคนเดินเคียงกันใต้ร่มคันเล็กมาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเม็ดฝนที่ขยันโปรยตัวลงมาจากฟ้านั้นจะเหนื่อยและหยุดสักที
“ไม่คิดจะหยุดตกเลยรึไง” จู่ๆ จุนฮยองก็พูดขึ้นมา ใบหน้าคมเงยมองท้องฟ้าเล็กน้อย ราวกับคำถามนั้นต้องการคำตอบจากฟากฟ้า
“ทำเป็นบ่นไปได้” คนตัวเล็กที่ยืนข้างกันกัดขึ้นมา จนจุนฮยองต้องยิ้ม
“ถ้าตกนานกว่านี้คงได้เป็นหวัดกันพอดี กว่าจะถึงห้อง นายกับฉันคงเปียกกันไปคนละครึ่งตัวแล้วแน่เลย” เป็นจุนฮยองที่พูดต่อ
“เพราะร่มนายมันเล็กล่ะน้า” คนตัวสูงทำเป็นบ่น แต่ริมฝีปากหนานั่นกลับคลี่ยิ้ม
ฮยอนซึงจ้องมองคนที่ยืนชิดกันนิ่ง
ก็เพราะนายไม่ใช่เหรอไง…
…..
…………………….
“อันนี้ดีมั้ย” เสียงใสถาม มือเล็กหยิบร่มคันเล็กหนึ่งในหลายๆ อันที่โชว์เรียงรายอยู่ในร้านขึ้นมาก่อนจะยื่นไปตรงหน้าอีกคนที่ยืนข้างกัน
“ถ้ามันเป็นลายปิกาจูไม่ก็ลายโคล่า ฉันจะบอกว่ามันโอเค” ร่างสูงตอบกวนๆ จนคนถามได้แต่พองลมที่แก้มแสดงความไม่พอใจ
“อันนี้สิ ฮยอนซึง” จุนฮยองว่า ก่อนจะหยิบร่มคันหนึ่งจากชั้นร่มขนาดพกพาขึ้นมา
“มันเล็กไปนะ” คนตัวเล็กค้าน เมื่อจุนฮยองกางร่มออกมา
“มันพอสำหรับคนคนเดียวนะจุนฮยอง” คำพูดของฮยอนซึงทำให้จุนฮยองลอบยิ้ม เพราะร่างสูงรู้ดีว่าที่คนตัวเล็กพูดอย่างนั้นก็เพราะว่า ทุกครั้งที่ใช้ร่มพวกเขาใช้ร่มคันเดียวกันเสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่ร่างบางพยายามหาร่มที่ใหญ่พอสำหรับคนสองคนไม่ใช่คนเดียว
“ก็เพราะอย่างนี้ล่ะดีแล้ว” ไม่ว่าเปล่า แทนที่จะยืนเถียงว่าควรเลือกซื้อร่มคันไหน จุนฮยองกลับเดินถือร่มคันเล็กสำหรับคนคนเดียวนั่นไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ โดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ ของฮยอนซึง
“นายทำแบบนี้ทำไม” ริมฝีปากบางถาม ตอนนี้พวกเขาออกมาจากร้านขายร่มแล้ว เพราะนึกอยากเดทด้วยการนั่งทานอาหารที่ร้านบรรยากาศดีๆ ในตัวเมืองทั้งๆ ที่เป็นหน้าฝนแบบนี้ ตอนขากลับพวกเขาจึงต้องเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อร่มที่ปกติไม่เคยคิดจะพก แบบไม่ได้ตั้งใจ
และตอนนี้พวกเขากำลังยืนเบียดกันซึ่งจะพูดให้ง่ายกว่านั้นคือจุนฮยอง กำลังยืนโอบฮยอนซึงโดยที่มือข้างหนึ่งถือร่มอยู่ใต้ร่มคันที่เพิ่งซื้อมาสดๆ ร้อนๆ เพราะฝนที่โปรยปรายลงมาไม่หยุด
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอไงฮยอนซึง” คนตัวสูงว่าขณะที่กระชับไหล่มนของเขาส่งผลให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ก่อนจะพูดจนชิดใบหูของร่างบางที่แดงขึ้นทันทีแบบไม่ต้องสงสัย
“ถ้าใช้ร่มคันเล็กแบบนี้ เวลาฝนตกเราจะได้เดินกอดกันไง”
…………………….
…..
ร่มคันนี้ คือร่มคันที่เราซื้อด้วยกันวันนั้น นายจะสังเกตบ้างรึเปล่านะ?
จุนฮยอง…
เราเป็นแค่แฟนเก่ากันไปแล้ว แต่ทำไงดี ฉันยังรักนายอยู่เลย…
-- TO BE CONTINUED –
สวัสดีค่ะ ^^
ในที่สุดก็ได้อัพฟิค ดีใจจัง
ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟนเก่า ย้ำว่าคู่จุนซึงคู่เดียวค่ะ เนื้อหาเรื่อยๆมาก ค่อยเป็นค่อยไป
ถ้าชอบก็ขอบคุณนะคะ ^^
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น และกำลังใจค่ะ เราดีใจมากเลยนะ
ขอบคุณที่ยังติดตามกันค่ะ ^^
[!] แจ้งข่าวสักนิด สำหรับแฟนๆเลิฟอีส เราเขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบน่ะค่ะ สารภาพว่าคงอีกนานกว่าจะอัพต่อ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ^^;
[!!] แจ้งข่าว 2 : ตอนนี้เรามีทวิตเตอร์ @chibi_uchi สำหรับแฟนฟิคแล้วนะคะ :D เป็นทวิตเตอร์ที่เราจะฟอลแบคทุกคนค่ะ เรามีทวิตนี้เพื่ออัพเดทฟิคของเราโดยฉพาะ เวลาเราอัพฟิค เราจะส่งลิงค์ให้ทุกคนทางเมนชั่นค่ะ ^-^ ดีมั้ยเอ่ย? ใครว่าดี เป็นขาประจำทวิตเตอร์ ก็ไปฟอลกันได้นะคะ ^-^ ฟอลแล้วช่วยแนะนำตัวมาด้วยนะคะ อยากรู้จัก อย่างน้อยบอกว่าอ่านฟิคเราค่ะ เราจะได้ไม่ฟอลแบคมั่ว เดี๋ยวเมนชั่นผิดคนไปจะเป็นเรื่อง 55
ยังก็ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาเสมอนะคะ ^-^
รักค่ะ♥

จะโทษห้อยก็ไม่ได้ ในเมื่อคนไม่รักกันแล้วจะให้ฝืนคบกันก็ไม่ไหว
จะให้เป็นลุงก็ไม่ได้ คนที่ไม่รัก ก็คือคนที่ไม่ใช่ เพราะเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่ "แค่ใครก็ได้"
แต่สิ่งที่เจ็บปวดคือ "ไปรักกันไกลๆ... ไม่ได้เหรอ"
ยังไงคนที่ยังรักอยู่ก็เจ็บปวดเสมอ เมื่อมีคนมายืนในจุดที่ตัวเองเคยยืน
แค่คำว่า "เคย" มันก็แสดงออกแล้วล่ะว่าเป็นแค่ อดีต
#1 By MoO_nOeY (192.168.10.169, 202.28.248.132) on 2011-12-10 22:25