[FIC] My ex-boyfriend {Yong Junhyung x Jang Hyunseung} (part1)

posted on 10 Dec 2011 21:53 by chibi-uchi

 

 

 

 

 

 

 

It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
I hope you like it. Comments and feedback are loved!
 
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(Thanks @Nookber for this wonderful poster!)

 

 

Title : My ex-boyfriend
Main : Yong Junhyung x Jang Hyunseung
Author : shinsh
Part : Intro / 1

 

 

“ไปกินไอติมเค้กกันมั้ย”

 

คนตัวบางที่นอนซบหน้าอยู่กับโต๊ะเลคเชอร์สะดุ้งแทบจะในทันที ใบหน้าหวานที่ไม่มีวี่แววของความงัวเงียเพราะการฟุบหน้าเมื่อกี้ไม่ใช่การ หลับแต่เป็นเพียงการพักสายตาเท่านั้น หันมองตามที่มาของเสียงอันคุ้นเคย

เสียงนั้นถูกส่งมาจากคนที่มักจะชวนเขาไปที่ร้านไอศกรีมหลังเลิกเรียนใน ตอนบ่ายอย่างนี้เสมอ ฮยอนซึงมองร่างสูงที่กำลังฉีกใบหน้ายิ้มแย้ม เจ้าของใบหน้าสวยใจเต้น แต่ก็เพียงแค่นั้น เพียงครู่เดียวแววตาสีอำพันอันสดใสก็หม่นลงทันที

 

…เพราะคนที่จุนฮยองชวนไม่ใช่เขา

 

คนที่ร่างสูงกำลังชวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นคือร่างเล็กที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้านหลังเขาต่างหาก

 

“ถ้านายเลี้ยงฉันไปอยู่แล้ว” ฮยอนซึงหันกลับมาแล้ว แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงใสตอบรับคำชวนของร่างสูง

 

“นายนี่น้า กะจะให้ฉันเลี้ยงตลอดเลยรึไง” ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเอ่ยหยอกล้ออีกคนก่อนจะบีบจมูกของคนที่นั่งอยู่อย่างหมั่นเขี้ยว

 

“ก็เมื่อวานนายเป็นคนบอกเองไม่ใช่รึไง ว่าให้ฉันฝากชีวิตไว้ที่นาย…”

 

ปัง!

 

เสียงใสของยัง โยซอบที่กำลังโต้ตอบกับแฟนเป็นอันต้องเงียบลงทันทีเมื่ออยู่ดีๆ ร่างบางที่นั่งเฉยอยู่นานปิดหนังสือลงจนเกิดเสียงดัง ฮยอนซึงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาไม่ได้หันมามองคู่รักที่ตกใจกับการกระทำของตัวเขาเลยด้วยซ้ำ มือเรียวจัดการเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนที่ร่างบางจะสาวเท้าออกมาจากห้องนั้นทันที

 

 

 

 

-- My ex-boyfriend --

 

 

 

 

“ฮยอนซึง!” เสียงเข้มเอ่ยเรียกชื่อของร่างบางที่เอาแต่เดินก้มหน้าไม่สนใจผู้คน คนตัวสูงคว้ามือบางไว้ เจ้าของใบหน้าสวยหยุดชะงักก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนที่หยุดตัวเองไว้

 

“ดูจุน…” กลีบปากบางอุทานเสียงเบาหวิว แต่ก็พอให้เจ้าของมือที่จับข้อมือเรียวอยู่ตอนนี้ได้ยิน

 

ฮยอนซึงหลบสายตา

 

ทำไมเมื่อกี้เขาหวังให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้เป็นอีกคนที่เพิ่งจะพลอดรักกับแฟนตัวเองเมื่อครู่…

 

“นายเอาแต่เดินไม่ดูทางเลย” เจ้าของผิวสีเข้มเนื่องจากการเล่นกีฬาเอ่ยบอกอีกคนด้วยรอยยิ้ม

 

“มีอะไรเหรอ” ฮยอนซึงเอ่ยถามคนที่รั้งเขาไว้ ถึงแม้ตอนนี้ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในอกเขาจะปั่นป่วนเอามากๆ แต่ก็ยอมรับว่าเพราะเป็นดูจุนเขาถึงผ่อนคลายลงได้

 

ก็เพราะดูจุนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของฮยอนซึง นอกจากคนที่เขาคาดหวังให้อยู่กับเขาที่นี่ตอนนี้แล้ว ก็มีดูจุนนี่แหละที่มักอ่านเขาออกเสมอ แม้พวกเขาจะเคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประถมก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเรียนคนละที่ แล้วเพิ่งกลับมาเจอกันใหม่ตอนที่มาเรียนที่คณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้วก็เถอะ

 

“ฉันจะชวนนายไปกินไอติมเค้ก ร้านหลังมหา’ลัยน่ะ สนใจมั้ย?” ร่างสูงว่า ใบหน้าอันหล่อเหลาซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนค่อนมหาลัยฉีกยิ้มให้กับคนตัวเล็ก

 

“ฉันอยากไปนะ แต่…” ฮยอนซึงกลืนคำพูด

 

จะให้บอกยังไงว่าเพราะไม่อยากไปเห็นแฟนเก่าตัวเองจู๋จี๋กับแฟนใหม่งั้นเหรอ?

 

“นี่อย่าบอกนะว่านายลดความอ้วน ไอติมเค้กของโปรดนายไม่ใช่รึไง? วันนี้มีโปรโมชั่นเติมวิปครีมได้ตลอดด้วยนะ แน่ใจนะว่าไม่สน?”

 

ดูจุนชักชวนคนตัวเล็กกว่าด้วยรอยยิ้ม ร่างสูงเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนเจ้าของดวงตากลมโตต้องหลบสายตา

 

“ป…ไปก็ได้” เสียงหวานตอบ แม้จะมีท่าทีลังเลเล็กน้อย

 

“งั้นไปกัน” ดูจุนพูดออกมาอย่างเริงร่าก่อนจะเริ่มเดินนำ มือแกร่งข้างที่กุมข้อมือคนตัวเล็กไว้ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีวี่แววว่าร่างสูงจะปล่อยออก

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฮยอนซึงก็ไม่ทักท้วงอะไร คนตัวเล็กเดินตามร่างสูงไปเงียบๆ

 

 

 

 

 

 

-- My ex-boyfriend --

 

 

 

 

“สองที่นะครับ” บริกรตัวน้อยต้อนรับเด็กมหา’ลัย ทั้งสองคนที่ต่างก็มีใบหน้าดึงดูดสายตาผู้คน คนหนึ่งเป็นถึงเดือนคณะและยังเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ส่วนอีกคนแม้จะไม่ได้เข้าร่วมการประกวดเดือนคณะแต่ก็เป็นหนึ่งในใครหลายคน ที่เหล่าเด็กในมหาวิทยาลัยลงความเห็นกันว่าควรจะส่งชื่อเป็นดาวคณะแทน เพราะหน้าตาที่ละม้ายคล้ายผู้หญิง ซึ่งถ้าให้พูดจริงๆ ก็สวยยิ่งกว่าผู้หญิงจริงๆ บางคนซะอีก

 

ไม่ใช่เพียงหน้าตาอันโดดเด่นที่ดึงดูดสายตาผู้คนเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนเป็นเป้าสายตามากยิ่งขึ้นคือการที่พวกเขาเดินจับมือ กันมาต่างหาก

 

แถมตอนนี้คนที่จับข้อมือบางไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อยซะด้วยสิ…

 

“เชิญทางนี้ครับ” คนตัวเล็กในชุดเครื่องแบบของร้านบอกก่อนจะผายมือไปยังโต๊ะที่นั่งชั้นสองซึ่งอยู่ริมระเบียง

 

ดูจุนจูงมือฮยอนซึงก่อนจะเดินนำ ร่างบางทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้างหนึ่งในขณะที่ร่างสูงนั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม

 

“สั่งวิปครีมเท่าไรก็ได้เลยนะ ไม่อั้น” คนตัวโตกว่าบอกด้วยใบหน้าทะเล้น

 

“ก็แหงสิ วันนี้มีโปรโมชั่นเติมวิปครีมเท่าไรก็ได้นี่นา” ฮยอนซึงตอกกลับแล้วก็เป็นครั้งแรกที่กลีบปากสีเชอร์รี่คลี่ยิ้ม

 

“งั้นขอไอติมช็อกโกแลตบราวนี่ครับ” เสียงใสหันไปบอกบริกรที่ยืนรอรับออร์เดอร์

 

“สองที่ครับ” ดูจนพูดต่อ เรียกความแปลกใจให้กับฮยอนซึงมากมาย

 

“ถ้าไม่สั่งของโปรดนาย แล้วนายจะแย่งใครได้ล่ะ” คนตัวสูงว่าก่อนฮยอนซึงจะหลบสายตาแสนอบอุ่นนั่นแทบจะในทันที

 

 

 

…..

 

…………………….

 

“ไหนนายบอกว่าไม่ชอบกินของหวานไง” เสียงใสเอ่ยถามอีกคนอย่างสงสัย

 

“ก็นายชอบกินนี่นา” คนโดนถามกลับตอบอีกคนด้วยท่าทางกวนๆ

 

“มันเกี่ยวอะไรด้วย” ฮยอนซึงว่าก่อนจะบู้ปากราวกับเด็กที่ขัดใจเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนแกล้ง

 

“เกี่ยวสิ นายจะได้แย่งฉันกินได้ไง” คนตัวสูงว่าพลางหัวเราะคิกคัก ดีใจที่ได้แกล้งหยอกร่างบางที่ยื่นมือมาตีท่อนแขนเขาแทบจะในทันที

 

“แค่เห็นนายกินอย่างมีความสุข ฉันก็อิ่มแล้วน่า” ไอศกรีมเค้กที่ร่างบางเพิ่งกินไปแทบจะหมดความหวานแทบจะในทันทีที่ฮยอนซึงได้ยินคำนั้น

 

จุนฮยองก็อย่างนี้แหละ… ไม่ชอบของหวานแต่ก็มักพาเขามาที่นี่เสมอ เพราะรู้ว่าเขาชอบ

 

…………………….

 

…..

 

 

 

 

 

“ฮยอนซึง” เสียงเรียกชื่อไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากอาการเหม่อลอย แรงสั่นเบาๆที่ท่อนแขนนี่ต่างหาก

 

“เป็นอะไรมั้ย นายดูเหม่อๆ นะ” ดูจุนถามด้วยสายตาเป็นห่วง มือข้างที่เพิ่งเขย่าแขนเขาเลื่อนมากุมมือบางไว้

 

ฮยอนซึงส่ายหน้าเพื่อให้ดูจุนหายไม่สบายใจ

 

ความจริงแล้วเขาก็ไม่เป็นอะไรจริงๆ แค่เหม่อนึกถึงใครอีกคนที่เคยพาเขามาที่ร้านนี้บ่อยๆ และเคยพูดประโยคคล้ายๆ กันนี้แค่นั้นเอง…

 

“ครั้งนี้ฉันชวนนายมา งั้นฉันเลี้ยงแล้วกัน” ดูจุนเปลี่ยนเรื่องคุย ร่างสูงฉีกยิ้มยิ่งทำให้หน้าตาที่ดูหล่อเหลาอยู่แล้วดูดีขึ้นไปอีก

 

“บ้าเหรอ นายชวนมาแต่ฉันกิน พูดอย่างกับนายเป็นคนห่างคนไกล…” ฮยอนซึงค้านแทบจะในทันที แต่สิ้นประโยดกลีบปากบางก็ต้องหุบลงเมื่อสายตาคู่สวยเผลอมองผ่านดูจุนจนไป สะดุดกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถัดไปสามโต๊ะ

 

คนที่กำลังมีความสุขอยู่กับแฟน…

 

“อ่า นึกว่าฉันเป็นคนห่างคนไกลไปแล้วซะอีก เดี๋ยวนี้นายเหม่อบ่อยจะตายเวลาอยู่กับฉัน”

 

“พูดอะไรอย่างนั้น ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอไง ว่าถึงเราจะจากกันไปตั้ง 6 ปี แต่นายก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของฉันเหมือนเดิม”

 

ฮยอนซึงพูดอย่างจริงใจ แม้จะแสดงออกถึงความจริงจังให้คนฟังได้รับรู้ แต่สายตากลมกับไม่กล้าสบกับคนตรงหน้า เพียงเพราะกลัวว่าจะมองเลยไปเห็นใครอีกคนที่นั่งอยู่กับคนรัก

 

…คนที่เคยใกล้ชิดกันแต่วันนี้กลับกลายเป็นคนห่างคนไกลเพียงเพราะคำว่า “แฟนเก่า”

 

ความจริงเขาก็คิดไปเองล่ะนะ ยังไงตอนนี้สถานะระหว่างเขากับจุนฮยองก็คือเป็นเพื่อนกัน นอกจากเวลาที่คู่รักสองคนปลีกตัวออกไปด้วยกันแล้ว พวกเขาสี่คนก็ยังอยู่กลุ่มเดียวกัน และทำอะไรๆ ร่วมกันเหมือนเดิม

 

จุนฮยองยังทำกับเขาเหมือนเดิม ตอนที่ยังเป็นแค่เพื่อนกัน

 

ทำไมวันนี้เขากลับเสียใจที่ไม่ควรเปลี่ยนคำว่าเพื่อนในวันนั้นก็ไม่รู้…

 

หากไม่เคยได้สัมผัสอะไรที่สูงกว่านั้นแล้วตกลงมา มันก็ไม่เจ็บปวดอย่างนี้สินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

-- My ex-boyfriend --

 

 

 

 

ถ้วยไอศกรีมแก้วถูกจัดการจนเกลี้ยงโดยฝีมือของฮยอนซึง ร่างบางอมช้อนพองลมเป็นการปิดท้าย ถ้าใครได้เห็นคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นภาพที่น่ารักมาก

 

แม้ในตอนแรกคนตัวเล็กจะเอาแต่เหม่อ และตลอดเวลาจะเอาแต่สนใจของหวานตรงหน้า แล้วน้อยครั้งที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แต่ดูจุนก็สามารถสัมผัสได้ว่าฮยอนซึงอารมณ์ดีขึ้น

 

 

ฝนตกลงมาแล้ว มือบางเอื้อมโผล่พ้นชายหลังคา ละอองน้ำสีใสเกาะทั่วมือขาวเนียนนั่น ฮยอนซึงชักมือกลับมาหลังจากแน่ใจ

 

“ฝนตกแล้ว” เสียงใสบอกอีกคนที่อยู่ข้างๆ กัน

 

ตอนนี้ฮยอนซึงกับดูจุนยืนอยู่ที่หน้าร้าน ใต้ชายกันสาดเล็กๆ ที่สร้างมาเพื่อประดับมากกว่าใช้กันแดดหรือฝน พวกเขากินไอศกรีมเสร็จมาสักพักแล้ว แต่พอจ่ายเงินและตั้งใจจะออกจากร้าน สีหม่นๆ ของท้องฟ้าก็เริ่มส่งสัญญาณว่าเม็ดฝนได้โปรยปรายลงมาแล้ว

 

“นายเตรียมร่มมามั้ย” ฮยอนซึงถาม

 

“พร้อมเสมอแหละ ครั้งแรกว่าจะชวนนายไปดูรองเท้ากีฬาเป็นเพื่อนกันหน่อย แต่ฝนตกอย่างนี้ นายกลับบ้านไปเลยแล้วกัน” ร่างสูงตอบพร้อมกับมือข้างซ้ายที่ชูให้ดูร่มสำหรับพกพาอันเล็กๆ ของตนเอง

 

“ไว้คราวหลังแล้วกันนะ” กลีบปากบางว่า ฮยอนซึงตบบ่าดูจุนเล็กน้อย ก่อนที่มือเรียวจะคว้าเอาร่มสำหรับพกพาของตัวเองออกมากาง

 

“ฉันไปก่อนนะ” เสียงใสบอกด้วยรอยยิ้ม

 

ฮยอนซึงเดินจากมาพร้อมกับร่มคันเล็กของเขา ร่างบางตั้งใจเร่งฝีเท้าเพื่อกลับถึงบ้านให้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งเขาโกรธตัวเองที่ต้องยอมรับ ว่ามันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

 

“ฮยอนซึง!”

 

เจ้าของเสียงเรียกชื่อเขาอีกครั้งก่อนจะย้ายตัวเองมายืนอยู่ข้างเขา ที่ไหล่ของร่างสูงที่จู่ๆ ก็เข้ามาเบียดใต้ร่มเขาเปียกหยาดน้ำเล็กน้อย คงเป็นเพราะวิ่งฝ่าฝนออกมาจากร้านไอศกรีมเมื่อครู่

 

ฮยอนซึงมองคนที่หยุดตัวเองไว้

 

“ฉันนึกว่านายจะไม่ได้ยินซะแล้ว เดินซะเร็วเลย” ปากอวบอิ่มบ่นอุบเมื่อคิดว่าเมื่อกี้เขาเรียกตั้งหลายครั้งกว่าฮยอนซึงจะยอม หยุดเดินและหันมามองเขา

 

“นาย…”

 

ใครบอกว่าเขาไม่ได้ยิน เขาได้ยินชัดเจนด้วยซ้ำ เสียงของจุนฮยองที่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ มันดังอยู่ในหัวเขาเสมอ แม้ตอนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่หันกลับไปมองเพราะไม่คิดว่าจะมียง จุนฮยองที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อเรียกชื่อเขาอีกต่อไปแล้วต่างหาก…

 

“นายจะกลับบ้านใช่มั้ยล่ะ ทางเดียวกัน ขอไปด้วยหน่อยสิ” จุนฮยองว่าก่อนร่างสูงจะเบียดตัวเข้าใต้ร่มคันเล็กของเขาอีกครั้ง มือแกร่งถือวิสาสะแย่งคันร่มมาถือซะเอง ซึ่งไม่ได้สร้างความแปลกใจให้เจ้าของร่มเท่าไร เพราะเมื่อก่อนเวลาใช้ร่มคันเดียวกัน จุนฮยองก็ชอบทำแบบนี้เสมอ

 

…เมื่อก่อนตอนที่เขาสองคนยังเป็นแฟนกัน

 

“ร่มนายไม่มีเหรอไง” เป็นคำพูดที่แสดงเจตนาตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจคนพูดเหลือเกิน ถ้อยคำที่ไม่แสดงความยินดีให้คนข้างกันร่วมใช้ร่มคันเล็กด้วยนั้นแตกต่างจาก ความรู้สึกฮยอนซึงลิบลับ

 

แม้จะโกรธตัวเองที่ต้องยอมรับแต่การได้ใกล้ชิดจุนฮยองยังเป็นสิ่งที่ฮยอน ซึงโหยหาอยู่เสมอ แม้จะไม่ได้แสดงออกมาก็ตาม แต่ที่กลีบปากบางทำเป็นบ่นอย่างนั้นก็แค่ต้องการจะย้ำให้ตัวเองที่ชอบลืม ความจริงรับรู้ว่าเวลานี้เขาทั้งสองคนเป็นแค่เพียงเพื่อนกันเท่านั้น

 

“ฉันให้โยซอบไปน่ะ” จุนฮยองตอบด้วยรอยยิ้ม ฮยอนซึงมองใบหน้านั้นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นแทน

 

ก็แค่ไม่อยากเห็นรอยยิ้มเวลาจุนฮยองพูดถึงคนรัก…

 

แม้รอยยิ้มนั้นจะอ่อนโยนและน่ามองเสมอ แต่พอมันไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับเขา มันกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างนี้เองสินะ…

 

ฮยอนซึงตัดสินใจเดินต่อไปอย่างเงียบๆ ริมฝีปากสีเชอร์รี่ไม่คิดจะต่อบทสนทนาใดๆ แม้ในใจจะมีเรื่องที่อยากคุยด้วยเป็นร้อยพันแต่ฮยอนซึงก็ทำได้แค่เงียบ เพียงเพราะไม่อยากได้ยินชื่อของยัง โยซอบออกจากปากของจุนฮยองก็เท่านั้น…

 

 

 

 

 

พวกเขาสองคนเดินเคียงกันใต้ร่มคันเล็กมาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเม็ดฝนที่ขยันโปรยตัวลงมาจากฟ้านั้นจะเหนื่อยและหยุดสักที

 

“ไม่คิดจะหยุดตกเลยรึไง” จู่ๆ จุนฮยองก็พูดขึ้นมา ใบหน้าคมเงยมองท้องฟ้าเล็กน้อย ราวกับคำถามนั้นต้องการคำตอบจากฟากฟ้า

 

“ทำเป็นบ่นไปได้” คนตัวเล็กที่ยืนข้างกันกัดขึ้นมา จนจุนฮยองต้องยิ้ม

 

“ถ้าตกนานกว่านี้คงได้เป็นหวัดกันพอดี กว่าจะถึงห้อง นายกับฉันคงเปียกกันไปคนละครึ่งตัวแล้วแน่เลย” เป็นจุนฮยองที่พูดต่อ

 

“เพราะร่มนายมันเล็กล่ะน้า” คนตัวสูงทำเป็นบ่น แต่ริมฝีปากหนานั่นกลับคลี่ยิ้ม

 

ฮยอนซึงจ้องมองคนที่ยืนชิดกันนิ่ง

 

ก็เพราะนายไม่ใช่เหรอไง…

 

 

 

…..

 

…………………….

 

“อันนี้ดีมั้ย” เสียงใสถาม มือเล็กหยิบร่มคันเล็กหนึ่งในหลายๆ อันที่โชว์เรียงรายอยู่ในร้านขึ้นมาก่อนจะยื่นไปตรงหน้าอีกคนที่ยืนข้างกัน

 

“ถ้ามันเป็นลายปิกาจูไม่ก็ลายโคล่า ฉันจะบอกว่ามันโอเค” ร่างสูงตอบกวนๆ จนคนถามได้แต่พองลมที่แก้มแสดงความไม่พอใจ

 

“อันนี้สิ ฮยอนซึง” จุนฮยองว่า ก่อนจะหยิบร่มคันหนึ่งจากชั้นร่มขนาดพกพาขึ้นมา

 

“มันเล็กไปนะ” คนตัวเล็กค้าน เมื่อจุนฮยองกางร่มออกมา

 

“มันพอสำหรับคนคนเดียวนะจุนฮยอง” คำพูดของฮยอนซึงทำให้จุนฮยองลอบยิ้ม เพราะร่างสูงรู้ดีว่าที่คนตัวเล็กพูดอย่างนั้นก็เพราะว่า ทุกครั้งที่ใช้ร่มพวกเขาใช้ร่มคันเดียวกันเสมอ นั่นเป็นเหตุผลที่ร่างบางพยายามหาร่มที่ใหญ่พอสำหรับคนสองคนไม่ใช่คนเดียว

 

“ก็เพราะอย่างนี้ล่ะดีแล้ว” ไม่ว่าเปล่า แทนที่จะยืนเถียงว่าควรเลือกซื้อร่มคันไหน จุนฮยองกลับเดินถือร่มคันเล็กสำหรับคนคนเดียวนั่นไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ โดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ ของฮยอนซึง

 

“นายทำแบบนี้ทำไม” ริมฝีปากบางถาม ตอนนี้พวกเขาออกมาจากร้านขายร่มแล้ว เพราะนึกอยากเดทด้วยการนั่งทานอาหารที่ร้านบรรยากาศดีๆ ในตัวเมืองทั้งๆ ที่เป็นหน้าฝนแบบนี้ ตอนขากลับพวกเขาจึงต้องเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อร่มที่ปกติไม่เคยคิดจะพก แบบไม่ได้ตั้งใจ

 

และตอนนี้พวกเขากำลังยืนเบียดกันซึ่งจะพูดให้ง่ายกว่านั้นคือจุนฮยอง กำลังยืนโอบฮยอนซึงโดยที่มือข้างหนึ่งถือร่มอยู่ใต้ร่มคันที่เพิ่งซื้อมาสดๆ ร้อนๆ เพราะฝนที่โปรยปรายลงมาไม่หยุด

 

“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอไงฮยอนซึง” คนตัวสูงว่าขณะที่กระชับไหล่มนของเขาส่งผลให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ก่อนจะพูดจนชิดใบหูของร่างบางที่แดงขึ้นทันทีแบบไม่ต้องสงสัย

 

“ถ้าใช้ร่มคันเล็กแบบนี้ เวลาฝนตกเราจะได้เดินกอดกันไง”  

 

 

 

 

…………………….

 

…..

 

 

 

ร่มคันนี้ คือร่มคันที่เราซื้อด้วยกันวันนั้น นายจะสังเกตบ้างรึเปล่านะ?

 

 

 

จุนฮยอง…

 

เราเป็นแค่แฟนเก่ากันไปแล้ว แต่ทำไงดี ฉันยังรักนายอยู่เลย…

 

-- TO BE CONTINUED –

 

สวัสดีค่ะ ^^

ในที่สุดก็ได้อัพฟิค ดีใจจัง

ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟนเก่า ย้ำว่าคู่จุนซึงคู่เดียวค่ะ เนื้อหาเรื่อยๆมาก ค่อยเป็นค่อยไป

ถ้าชอบก็ขอบคุณนะคะ ^^

 

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น และกำลังใจค่ะ เราดีใจมากเลยนะ

ขอบคุณที่ยังติดตามกันค่ะ ^^

 

[!] แจ้งข่าวสักนิด สำหรับแฟนๆเลิฟอีส เราเขียนแล้วลบ เขียนแล้วลบน่ะค่ะ สารภาพว่าคงอีกนานกว่าจะอัพต่อ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ^^;

 

[!!] แจ้งข่าว 2 : ตอนนี้เรามีทวิตเตอร์ @chibi_uchi สำหรับแฟนฟิคแล้วนะคะ :D เป็นทวิตเตอร์ที่เราจะฟอลแบคทุกคนค่ะ เรามีทวิตนี้เพื่ออัพเดทฟิคของเราโดยฉพาะ เวลาเราอัพฟิค เราจะส่งลิงค์ให้ทุกคนทางเมนชั่นค่ะ ^-^ ดีมั้ยเอ่ย? ใครว่าดี เป็นขาประจำทวิตเตอร์ ก็ไปฟอลกันได้นะคะ ^-^ ฟอลแล้วช่วยแนะนำตัวมาด้วยนะคะ อยากรู้จัก อย่างน้อยบอกว่าอ่านฟิคเราค่ะ เราจะได้ไม่ฟอลแบคมั่ว เดี๋ยวเมนชั่นผิดคนไปจะเป็นเรื่อง 55

 

ยังก็ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมาเสมอนะคะ ^-^

รักค่ะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจ็บปวดแทนซึง แม้ยงจะมีรักใหมแล้ว แต่ภาพเก่าๆวันวานมันยังหลอกหลอนซึงอยู่เลย
จะโทษห้อยก็ไม่ได้ ในเมื่อคนไม่รักกันแล้วจะให้ฝืนคบกันก็ไม่ไหว
จะให้เป็นลุงก็ไม่ได้ คนที่ไม่รัก ก็คือคนที่ไม่ใช่ เพราะเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่ "แค่ใครก็ได้"
แต่สิ่งที่เจ็บปวดคือ "ไปรักกันไกลๆ... ไม่ได้เหรอ"
ยังไงคนที่ยังรักอยู่ก็เจ็บปวดเสมอ เมื่อมีคนมายืนในจุดที่ตัวเองเคยยืน
แค่คำว่า "เคย" มันก็แสดงออกแล้วล่ะว่าเป็นแค่ อดีต

#1 By MoO_nOeY (192.168.10.169, 202.28.248.132) on 2011-12-10 22:25

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ชินนี่อา~~~~~~~

เราเสียใจ
สงสารฮยอนซึง
จะโทษอะไรคุณยงมันก็ไม่ได้
ในเมื่อมันก็ไม่ได้ทำผิดอะไร
เพราะมันก็ทำหน้าที่กับ \\\'แฟนใหม่\\\' ของมันอย่างดี

แต่มันเสียใจตรงที่ คนที่เป็น \\\'แฟนเก่ายังไม่ลืมนี่สิ\\\'

มันจะคิดอะไรไหม? ว่าอีกคนรู้สึกยังไง
เห้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไปหาลุงเถอะ จริงๆนะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

แต่มันเศร้าจริงๆนะเออ ชินนี่ภาษาดีเลิศ!!!!

เรารักเธอ และรอเธอ จุ๊บ ^^

#2 By kwanjaii (10.0.2.114, 58.8.194.70) on 2011-12-10 22:34

โอ๊ยเจ็บปวด !!! ซึงเจ็บมากไหม ?? อย่าร้องนะ
ห้อยแกทำซึงฉันเจ็บมากเลยรู้ตัวรึป่าว !!
ไม่รักซึงแล้วก็อย่ามาทำเหมือนให้ความหวังสิ
ซึงฉันยังลิมแกไม่ได้นะ แล้วก็ไม่ได้ไปมีแฟนใหม่ด้วย !!
สงสารซึงฉันเถอะ ไปสวีตให้ห่างๆเลยยยยย tongue tongue

#3 By เจ้าชายอสูร_B2UTY (111.84.136.14) on 2011-12-11 00:51

จุดนี้ เจ็บปวดแทนจางฮยอนซึงถึงที่สุดเลยอ่ะ ฮือๆ

ทำไมจุนฮยองทำแบบนี้ ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วแต่ดันมาโอบไหล่ มากอด
โอ้ยยย นึกถึงจิตใจของฮยอนซึงที่ยังตัดใจไม่ได้บ้างสิจุนฮยอง

แชปต่อไปจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย ลุ้นอ่า

คิดถึงพี่ชินมากมายเลย หายไปไหนมา มุกคิดถึงมากๆๆเลยน้า
ช่วงนี้งานเยอะแถมก็ใกล้หน้าหนาวแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยน้า :D

#3 By MOOK (묵) on 2011-12-11 03:47

คือมันเศร้าจนอยากให้สวยหันไปมองดูดูเลยอะ T T

แต่ไม่เข้าใจทำไมจุนฮยองทำแบบนี้....

เลิกกับอีกคนเพื่อมาคบเพื่อนในกลุ่มเดียวกันนี่ ใจร้ายชะมัด

ทำเหมือนไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายอึดอัด เสียใจ เจ็บปวดแค่ไหน

ฮืออออออ~ สงสารสวย T T

#4 By tanoi on 2011-12-11 10:43

ยงจุนฮยอง!!ณ จุดนี้ฉันหมั่นไส้เธอที่สุดอ่่ะ ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ฮะ
ว่าที่ทำอยู่มันทำร้ายคนที่เธอเคยรักและตอนนี้เค้าก็ยังรักเธอขนาดไหน
ใจร้ายจริงๆเธอ แต่ตอนนี้พี่ปลาบปลื้มดูจุนมากเลยนะคะน้องชิน
ปกติถ้าเป็นฟิคจุนซึงนี่จะไม่เชียร์คนอื่นที่เข้ามาในชีวิตฮยอนซึงเลย
แต่ดูจุนเรื่องนี้นี่เรียกได้ว่าถูกที่ถูกเวลามากค่่ะ^^ รักเลยดูจุนลุคนี้
อยากให้ฮยอนซึงได้หลุดออกไปจากภาวะแบบนี้เร็วๆจัง ทำไมยังต้อง
มาเห็นมารับรู้เรื่องปวดใจพวกนี้ด้วยนะ งานนี้จะโทษใครพ่อห้อยตัวดีนี่ล่่ะคะ><
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะน้องชิน ไฟท์ติ้งค่่ะ^^

#5 By tHoMmY (206.53.152.171) on 2011-12-11 11:46

โหย แมวน้อยหายไปนานแล้วมาทำร้ายพี่แบบนี้ ฆ่ากันเลยมั้ย ฮ่าๆ

....................
ยังคงความเจ็บปวดให้ซึงอยู่เหมือนเดิม เศร้าจัง
อยากไปชี้หน้าด่ายงมากมาย อะไรอ่ะ เลิกกันมีแต่ซึงที่เจ็บ
แถมแกไปมีแฟนใหม่งี้ เป็นเพื่อนกันอีกงี้ สุดยอดอ่ะ มีจิตใจบ้างมั้ยยง
ไม่คิดจะเห็นแก่แฟนเก่าบ้างรึ ถึงจะเป็นแค่เพื่อนกันแล้วก็เถอะ
เฮ้อ สนุกมากนะ แต่มันก็เศร้ามากเลย พี่สงสารซึงอ่ะ
มีเวลาเมื่อไหร่ก็อัพให้อ่านอีกนะ สู้ๆ จ้า

#6 By TaNgMoPuN (125.27.156.224) on 2011-12-11 19:42

ชอบจริงอะไรจริงค่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งจิสให้หัวใจแต่ มันโดนค่ะ
สงสารซึงมาก แต่มันเป็นอะไรที่อยากตามต่อไป
ว่าซึงจะเป็นไง จะอยู่ต่อได้โดยไม่มีจุนหรือเปล่า
แล้วทำไมจุนต้องตามมาทำให้ซึงเจ็บซ้ำไปซ้ำมาด้วยนะ #อินค่ะ

ขอบลุงดูค่ะ ดูอบอุ่นอย่างแรง
เป็นอะไรที่ชอบจริงค่ะ ถ้าไงขอเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ด้วยคนนะค่ะ

#7 By themoonlight on 2011-12-12 22:26

ขอบอกว่าชอบมากเลยค่ะ
อ่านแล้วเข้าใจและรับรู้ถึงความเจ็บปวดของฮยอนซึงได้ดีมากเลยค่ะ

#8 By wareekarn (172.168.1.180, 180.183.152.94) on 2011-12-13 23:51

::: ณ จุดนี้ เป็นได้แค่เพื่อน
แต่ขอแค่ได้อยุ่ไกล้เธอทุกเวาลา ก็ พอใจแล้ว

หนุกมากค้า

#9 By บิ๊กบิวตี้ (113.53.177.84) on 2011-12-16 21:11

โอออ...เพิ่งจะได้มาอ่านก็วันนี้!
ฮยอนซึงคงจะเจ็บปวดๆมากที่ต้องเป็นแบบนี้
การกระทำต่างๆของยงกุนยังคงแสดงถึงความห่วงฝย
แต่สถานะมันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว...

ถึงซึงจะมีคนอย่างดูจุนช่วยดูแลแต่ก็แทนที่กันไม่ได้จริงๆสินะ
ซึงคงลืมไม่ได้จริงๆTT
แต่เข้าไม่เจ้าใขไอ้บ้ายงกุน(ขออนุญาตหยาบคาย)ว่าทำไมถึงต้องยังทำตัวเหมือนให้ความหวังอยู่แบบนี้?
คือแค่ดูก็รู้แล้วไงว่าซึงยังรักแกอยู่? หรือแกจะควบสอง (==")

เจ็บที่สุดกับคำว่า"แฟนเก่า" และ "อดีตคนรัก"
อยากรู้เหตุผลที่ยงกุนบอกเลิกซึงจริงๆ (ถึงจะยังไม่ได้บอกว่ายงกุนเป็นคนบอกเลิก แต่ความรู้สึกมันตงิดๆเหมือนยงกุนต้องเป็นคนบอกแน่ๆ

#10 By dojieJODE (58.8.61.196) on 2011-12-16 21:27

เพิ่งจะได้ฤกษ์มาอ่าน TvT 55555555

เปิดมาก็เจ็บเลยอะ สงสารฮยอนซึง
แต่ฮยอนซึงก็แอบใจร้ายนะ
มากับดูจุนแท้ๆยังคิดถึงแต่จุนฮยอง TvT
วันนั้น? วันไหน? อะไรยังไงที่ซึงเปลี่ยนคำว่าเพื่อน
ซึงบอกเลิกจุนฮยองหรอ!!?
ค้างคาในใจ อยากรู้ทำไมถึงเลิกกัน
ดูจุนแลดูเป็นคนอบอุ่น
ยุให้ซึงมาชอบดูจุนซะเลยยย = =
เจ็บปวดนะ ถ้าเป็นซึง
ต้องมาเห็นแฟนเก่าตัวเองรักกับคนใหม่
ฮื้อ รอมาต่อเสมอนะพี่ชินทั้งเลิฟอิสทั้งแฟนเก่าเลยยยย
ขอบคุณที่แต่งฟิคให้เสพค้าบบบ

#11 By จูนจ้า (171.99.98.77) on 2011-12-18 13:41

อึดอัดดีจัง 5555 ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
รับรู้ความรู้สึกด้ายฮยอนซึงมาตลอด แต่อยากรู้ด้านจุนฮยองบ้างจังว่ารู้สึกอะไรบ้างมั้ย กับการที่ยังต้องอยู่ใกล้กันแบบนี้
และที่สำคัญ อยากรู้จังว่าทำไมถึงต้องเลิกกัน เฮ้อออ ...
ขอบคุณนะคะ ^_^

#12 By Piggie (125.24.165.73) on 2011-12-24 11:28

อ่านแล้วแอ่นอีกจนจะท่องจำได้เลยล่ะค่ะ
รู้สึกว่าจะติดแบบจริงจังซะแล้ว
ถึงแม้ว่าจะอ่านไปปาดน้ำตาไปก็ตาม TT
สงสารซึงอา เจ็บแทน อยากร้องไห้แทน (อินจนลงไปแดดิ้น)
สารพัดความทรงจำ สารพัดความรู้สึก
โฮวววว....จุนฮยองจะรู้บ้างมั้ย
ว่า แฟนเก่า คนนี้ยังรักอยู่น่ะ
เป็นฟิคชวนให้เอาปี๊ปมาร้องน้ำตาจริงๆ ค่ะ
ชอบ !! ^ ^

#13 By march (118.172.160.173) on 2011-12-24 12:34

ขอโทษนะชินนี่ที่มาอ่านช้าอ้ะ T____T

อ่านแล้วเจ็บปวดมาก ถ้าเราเป็นฮยอนซึงคงแทบตายไปแล้ว
นั่งมองอดีตคนเคยรักกันทำสิ่งที่เคยทำด้วยกัน
ไม่ร้องไห้ออกมาทำได้ไงจางฮยอนซึง เราจะร้องแทนอยู่แล้วนะ TT
สงสารฮยอนซึงมาก จุนฮยองจะรู้บ้างไหมว่ามีความสุขในขณะที่อีกคนเจ็บน่ะหา!!!
อ่านแล้วอยากต่อยหน้าจุนฮยองอ้ะ เลิกกับฮยอนซึงของเรา(?)ทำไม
แนะนำให้ดูจุนจีบฮยอนซึง เอาให้ติดเลยนะแล้วก็สวีทกันเยอะๆ
หมันไส้คนบางคนมากกกกกก อยากให้รับรู้บ้างว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง!

#14 By lazulite (172.16.1.167, 58.8.153.61) on 2011-12-25 19:22

#15 By eurekazy on 2012-03-02 19:03

จุนฮยอง…
เราเป็นแค่แฟนเก่ากันไปแล้ว แต่ทำไงดี ฉันยังรักนายอยู่เลย…

สงสารพี่ซึงมาก ทำไมพี่โจ๊กถึงเลิก อยากรู้มาก
ชินนี่ อัฟค้างหลายเรื่องมาก อยากรู้แล้วนะ !
55555555555555555

#16 By guzz (118.173.80.78) on 2012-03-07 23:53

*ปาดเหงื่อ* ในทีสุดก็หาเจอแล้ว!

ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับฟิคน่ะค่ะ
มันเศร้ามากเลยล่ะ
รู้สึกถึงความรักที่ยังไม่หมดของฮยอนซึงเลย
เข้าใจว่าถึงในใจต้องการขนาดไหนแต่ก็แสดงออกไม่ได้อยู่ดี
เพราะว่าเขาเป็นแฟนเก่า และเขาก็มีแฟนใหม่
ฮยอนซึงคงลืมยาก และคงอยากบอกจุนฮยองว่าช่วยไปรักกันที่อื่นเถอะ

รักคนเขียนเหมือนกันค่ะ <3

#17 By supa_jokers (58.11.193.130) on 2012-03-18 15:57

ห้อยกับซอบอ่ะ ไปสวีทกันไกลๆได้ป่ะ สงสารสวย -/\-

#18 By Love JS (180.214.210.184) on 2012-04-27 09:47

ชิน View my profile

Recommend