[FIC]LOVE IS? ,,เขาทำผมท้อง (part13)
posted on 20 Jan 2012 20:20 by chibi-uchi directory Fiction, Asian
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title : LOVE IS?
Author : shinsh
Part : 13
“ยินดีด้วยครับ แฟนคุณตั้งท้องครับ”
จาง กึนซอกพูดก่อนจะกรีดยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกราวกับเทวดามาโปรด
….แต่คงไม่ใช่ทั้งสองคนที่นั่งฟังอาการที่ไม่คิดว่าจะได้ยินตอนนี้
“ฟ..แฟน ผม? ท้อง?” ดูจุนพยายามปะติดปะต่อสิ่งที่ได้รับฟังในขณะที่โยซอบก็อึ้งไม่แพ้กัน
“ผ… ผม ท้อง?”
ณ จุดนี้โยซอบไม่มีกะจิตกะใจพอจะทักท้วงคำแทนตัวเองที่ว่าเขาเป็นแฟนดูจุนแล้ว คนตัวเล็กกำลังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
“ผมรู้ว่ามันอาจดูฟังเป็นไปไม่ได้ แต่ผมยืนยันได้เลยว่าแฟนคุณท้องจริงๆ”
“ตะ…แต่โยซอบเป็นผู้ชายนะพี่” กลับเป็นดูจุนซะเองที่เอ่ยค้านออกมา สรรพนามที่ใช้เริ่มแสดงถึงความสนิทสนม ดูจุนพูดอย่างนั้นเพราะตอนนี้เขาต้องการความจริงใจจากสิ่งที่เขาได้ยิน
“นั่นแหละกูถึงบอกว่าถึงแม้มันจะฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ กูเองยังตกใจเลย มึงจะดูผลตรวจป้ะล่ะ…”
ปัง!
ไม่ทันที่กึนซอกจะได้เถียงกลับให้คนตัวสูงกระจ่าง คนตัวเล็กที่เพิ่งนั่งอยู่ที่โซฟาเมื่อกี้ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว
“โย…”
“ไม่ต้องหรอก! มึงอยู่ตรงนี้แหละ คุยกับเชี่ยกึนซอกให้เคลียร์เลย เดี๋ยวกูดูโยมันเอง”
พอคนตัวสูงตั้งใจจะวิ่งตามลี จุนก็เสนอตัวแทน ดูจุนมองหน้าลี จุนด้วยความกังวลแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้าม มองตามเพื่อนตัวดีที่วิ่งออกไป ก่อนจะละสายตากลับมาจ้องคุณพี่คนสวยอย่างเดิม
“ดูเหมือนเมียมึงจะเข้าใจอะไรง่ายกว่ามึงนะ มึงพร้อมฟังกูอธิบายแล้วใช่มั้ย?”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สาบานด้วยปริญญาแพทย์ใบแรกกับใบเฉพาะทางของกูเลย เมียมึงท้องจริงๆ…
เสียงไอ้กึนซอกฮยองกำลังฉายซ้ำอยู่ในหัวผม
ผมไม่ใช่คนเชื่อใครง่ายนะ ความฉลาดของผมก็มีพอๆ กับความหล่อนั่นแหละ แต่ว่า ไอ้กึนซอกฮยองเนี่ย เห็นหล่อๆ กวนๆ เป็นบุคคลประเภทที่คบหาสมาคมกับลี จุนอย่างนี้ แต่ว่ามันก็จบหมอมานะครับ
เอาจริงๆ แล้ว มันก็เป็นหมอตรวจภายในนี่แหละ =_=
คงไม่ต้องบอกใช่มั้ย? ว่าทำไมมันเลือกเฉพาะทางด้านนี้ เอาเหอะ อะไรมันจะช่างประจวบเหมาะ ดันพาโยซอบมาหามองถูกโรคซะด้วย
ตอนนี้ผมกำลังนั่งกุมขมับอยู่ที่บันไดทางเดินลงไปสวน แม้จะเป็นโรงพยาบาลเล็กแต่ก็พอให้มีที่สำหรับคนไข้ไว้ผ่อนคลายและสูดอากาศ บริสุทธิ์ ตอนบ่ายร้อนๆ แดดเปรี้ยงๆ อย่างนี้คงไม่มีใครออกมาเดินหรอกมั้ง เพราะฉะนั้นผมก็ถือว่าผมไม่ได้นั่งขวางทางใคร
ทำไมผมต้องนั่งกุมขมับใช่มั้ย?
เป็นคุณไม่ตกใจหรอครับ วันนึงก็มารู้ว่าตัวเองทำคนท้อง…
ไม่อยากจะภูมิใจออกนอกหน้าหรอกนะ ว่าของผมดีจนทำผู้ชายท้องได้ แต่ว่า เฮ้อ ไม่มีอารมณ์กวนส้นเท้าทุกคนแล้วครับตอนนี้
ผมควรทำยังไงต่อไป?
“นั่งหน้าเครียดเชียวมึง” เสียงกวนๆ มาพร้อมกับส้นเท้างามๆ ที่บรรจงสะกิดผมครับ ผมละใบหน้าออกจากสองมือแล้วหันไปมองไอ้คนที่ยืนเขี่ยผมอยู่ข้างๆ
“โยเป็นไงบ้าง” นั่นเป็นคำถามแรกที่ผมนึกได้ หลังจากเห็นหน้ากวนๆ ของไอ้จุน เพราะมันบอกว่าจะไปดูโยซอบให้ผมถึงมีโอกาสฟังไอ้กึนซอกฮยองอธิบายเรื่องทั้ง หมด
“ห่วงแม่ของลูกเชียวนะมึง” มันว่าก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม สรรพนามที่ใช้เรียกโยซอบของมันเปลี่ยนไปอีกแล้ว
“แล้วโยเป็นไง มึงบอกกูมาดีๆ ซีเรียส” ผมตีหน้าโหดใส่มัน เห็นหล่อๆ อย่างนี้ผมก็ทำเป็นนะครับ
“โยมันช็อค…”
ชิท! อยากจะสบถเป็นภาษาสเปน
คุณเคยจีบคนคนนึงที่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเอาใจใส่เรื่อง ของเขาได้มากมายขนาดนั้น แล้วพอเหมือนเขาจะหวั่นไหวกับคุณ คุณก็ทำให้เขาโกรธคุณเพราะดันพูดหมาๆ ถึงเขา แล้วจบด้วยการที่ทำเขาท้องป้ะล่ะ?
ผมไม่รู้จะรู้สึกยังไงดีว่ะครับ T_______T
ผมรู้แค่ว่า ขนาดผมยังรู้สึกแย่ขนาดนี้ แล้วตัวโยซอบเองล่ะ…?
“โห ดูมึงทำหน้า เป็นลูกหมาโดนทิ้งซ้ำซากเชียวมึง”
“กูไม่มีอารมณ์ล้อเล่นนะ” ผมเอ่ยสวนไอ้ลี จุนที่กำลังเปิดฟาร์มสุนัขในปากมันทักทายผม
“มึงก็…” ไอ้ลี จุนว่า น้ำเสียงอ่อนลงเห็นได้ชัด ถึงจะกวนตีนกันนาทีเว้นนาทีแต่พวกผมก็เป็นเพื่อนรักกันนี่ครับ ตอนนี้มันคงรู้แล้วล่ะว่าไอ้ที่ผมทำหน้าเครียดๆ อยู่เนี่ย ผมจริงจัง
“มึง กูรู้จักโยซอบนะ…”
ในขณะที่ผมกำลังทำหน้าเครียด(ซึ่งสาบานว่าก็ยังดูหล่อสุดชีวิต) ไอ้ลี จุนก็พูดขึ้น ผมหันไปมองมันก่อนจะเห็นสายตาจริงจัง
…มีไม่บ่อยหรอกครับ ที่ไอ้จุนจะทำหน้าอย่างนี้ หายากยิ่งกว่าฟอสซิลปลาทองล้านปีอีกนะ
“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงคิดยังไง แต่กูเป็นเพื่อนมึงมานาน แล้วก็รู้จักโยมันพอจะดูออก …มึงสองคนน่ะ ก็ไม่ได้เกลียดกันใช่ป้ะล่ะ” ไอ้จุนถาม ส่วนผมเงียบ
ไม่ได้เกลียดกัน? ตัวผมน่ะไม่ แต่อีกคนน่ะ ผมไม่รู้หรอก…
“ไหนๆ เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว มึงไม่ลองคิดจะรับผิดชอบโยมันหน่อยเหรอ?”
“นี่มึง…”
“อย่างที่มึงได้ยินนั่นแหละ กูรู้ว่ามึงมักมาก ไม่ได้ตั้งใจทำเด็กมันท้องด้วย แต่ทำไงได้ ไหนๆ มึงก็ทำเค้าถึงขั้นนี้แล้ว กูว่ารับเลี้ยงเค้าคงไม่เสียหายหรอก… กูคุยกับโยแล้ว…”
ไอ้จุนพูดด้วยใบหน้าจริงจัง
“มึงหมายความว่า...”
“อย่างที่มึงเข้าใจนั่นแหละ มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอ โยมันก็ลำบากเรื่องเงิน ทำไมมึงไม่ขอเด็กมันดีๆ รับผิดชอบมันแล้วพามันมาอยู่ด้วยล่ะ”
“แต่โย…”
“ถ้าที่กูคิดว่าพวกมึงรู้สึกตรงกันมันถูก มึงก็ไปชวนเค้ามาอยู่ด้วยเถอะ”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“รับผิดชอบเด็กมันสิ ลูกในท้องน่ะ ลูกมึงนะ”
ประโยคที่ไอ้จุนพูดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังคงติดอยู่ในหัวผม… ก็พอจะรู้ว่าโยซอบอาจจะหวั่นไหวกับผมบ้างแต่ผมก็กังวลอยู่ดี เพราะแต่ละเรื่องที่คนนั้นโอนอ่อนให้ผมก็ดูจะเกี่ยวกับเงินไปซะหมด แต่ถ้าที่ไอ้จุนบอกว่าคุยกับโยซอบแล้ว และคนตัวเล็กก็คงจะตอบรับหากผมชวนให้ไปอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องจริงล่ะก็
ผมก็ควรจะลองดูสักตั้ง…
ตอนนี้ไอ้จุนหายตัวไปแล้ว เห็นว่าจะไปทักทายพี่ที่ไม่ได้เจอกันนาน ส่วนผม…กำลังเดินช้าๆ ตรงไปที่รถของไอ้จุนครับ
มันคงไม่มีอะไรให้ประหม่าหรอกครับ ถ้าในรถนั้นไม่มียัง โยซอบที่ผมต้องการจะคุยเรื่องสำคัญด้วยอยู่…
ก็อก… ก็อก…
ผมเคาะกระจกให้คนที่นอนเหม่อจนเหมือนกับเคลิ้มหลับไปแล้วบนเบาะรถด้าน หน้าให้รู้สึกตัว โยซอบขยับเล็กน้อยก่อนจะหันมามองผมผ่านกระจกสีชาของรถ คนตัวเล็กทำสีหน้าเรียบเฉยหรือว่ายังไงผมก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะตอนนี้ยอมรับเลยว่าผมไม่มีความมั่นใจพอจะมองใบหน้าของคนตัวเล็กจริงๆ
โยซอบเอื้อมมือไปด้านหลังก่อนจะปลดล็อคประตูรถด้านหลังให้ผม คนตัวเล็กทำแค่นั้นก่อนจะหันกลับไป ในขณะที่ผมกำลังย้ายตัวเองเข้าไปนั่งในรถ มือเล็กๆ นั่นก็วุ่นวายกับการเปิดประตูรถด้านของตัวเอง
“นั่นนายจะไปไหน” ผมถาม คนตัวเล็กหยุดการกระทำเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบโดยไม่มองหน้าผม
“ผมจะไปบอกลีจุนฮยองว่าจะกลับเอง ผมคงรอกลับพร้อมพี่เค้าไม่ได้แล้ว” โยซอบตอบพลางเปิดประตู
หมับ!
ใครจะยอมให้ไปล่ะครับ… ผมยื่นมือไปปิดประตูรถด้านโยซอบแล้วกดล็อคทันก่อนที่โยซอบจะเปิดประตูรถเดินจากผมไป
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” ผมว่า โยซอบไม่ตอบทำให้ผมกังวลยิ่งกว่าเดิม
“คือเรื่องที่นายท้อง…”
ผมเริ่มพูด อยากจะพูดเร็วๆ อยู่เหมือนกันเพราะกลัวมือบางๆ นั่นจะปลดล็อคแล้วเปิดประตูเดินหนีผมไปอีก แต่ก็ปะติดปะต่อคำพูดได้ยากเหลือเกิน
“คิดซะว่าเด็กในท้องไม่มีตัวตนเถอะครับ” ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากกระจับนั่นก็พูดขัดผมซะก่อน
“นาย…”
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงผมจะยากจน ทำงานปากกัดตีนถีบทุกวัน แต่น้องทั้งคนผมก็เลี้ยงมาแล้ว แค่เด็กคนเดียวผมเลี้ยงได้อยู่แล้ว”
“โย…”
“เพราะฉะนั้นให้ถือซะว่ารุ่นพี่ไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องวันนี้ เถอะครับ” ยัง โยซอบพูดจบก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดประตูเดินลงจากรถและสาวเท้าเดินจากไปจริงๆ
ผมไล่ความรู้สึกชาทั้งตัวก่อนจะรีบเปิดประตูรถวิ่งตามอีกคน
“โยซอบ!” ผมตะโกนเรียกอีกคนที่แม้จะเดินเร็วไม่เท่าวันที่คนตัวเล็กวิ่งออกไปจากบ้านผมแต่ผมก็ไม่สามารถเดินทันคว้ามือบางได้อยู่ดี
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่เอาแต่เดินห่างผมไปเรื่อย ผมเรียกชื่อคนตรงหน้าซ้ำหลายครั้งก่อนจะเพิ่มความเร็วจนตามทันคว้ามือเล็ก นั้นไว้ได้
“ปล่อยผมเถอะครับ!” ผมได้แต่ตกใจ เพราะทันทีที่คว้ามือบางได้คนตัวเล็กก็หันมาตวาดผม
“โยซอบนาย…”
“ช่วยเลิกยุ่งกับผมสักที!”
“โยซอบ ฟังฉันก่อนสิ ที่ฉันจะบอกนาย…”
“ผมไม่ฟังหรอก!”
“นี่นาย…”
“ไม่ว่ารุ่นพี่จะพูดอะไรผมก็ไม่อยากฟังทั้งนั้น! ช่วยหยุดพูดอะไรก็ตามเกี่ยวกับเด็กในท้องของผมเถอะ!”
“โยซอบ…”
“ผมไม่อยากฟ…”
“ฉันอยากให้นายไปอยู่กับฉัน!” ผม ตะโกนแข่งกับคนตัวเล็กที่เอาแต่สะบัดข้อมือผมทิ้งและพูดเสียงดังใส่ผมราวกับ อัดอั้น ไหล่มนนั่นห่อลงจนผมรู้สึกได้แม้จะไม่ได้สบแววตาหวาดกลัวของอีกคน ยัง โยซอบเงียบทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น คนตัวเล็กหยุดดิ้น และแววตาต่อต้านนั่นก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนๆ นายก็ท้องแล้ว ไปอยู่ด้วยกันมั้ย…”
ผมพูดต่อพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นกับคำตอบที่จะออกมาจากปากเล็กๆ นั่นเหลือเกิน…
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขนมปังปิ้งบนจานที่เย็นชืด ควันจากแก้วกาแฟยามเช้าซึ่งปกติเจ้าของห้องไม่ค่อยจะกินแต่มีติดห้องไว้ เพียงเพราะเผื่อว่าใครบางคนจะมาเยี่ยมเยียนที่แห่งนี้ ที่เริ่มจางลง บ่งบอกว่าเวลาได้ผ่านมานานแล้ว ดวงตาสีอำพันยังคงเหม่อลอยแม้เข็มของนาฬิกาจะเดินผ่านเลขตัวแล้วตัวเล่าบน หน้าปัดไปพักใหญ่แล้ว ร่างบางในชุดเสื้อคลุมผ้าแพรสีน้ำตาลยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่ได้ขยับไปไหน
“ฉันเมา” คำพูดของคนที่เขาตั้งใจทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ให้ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ คำพูดเดียวที่หยุดทำความคิดของเขา
ฉันจะเลิกกับพี่จียง… จะบอกเรื่องทั้งหมดกับเควิน… ทุกการตัดสินใจที่คิดว่าจะทำถูกหยุดไว้ด้วยคำพูดนั้น
จุนฮยองไม่ได้ผิด เมื่อคืนกลิ่มแอลกอฮอล์คละคลุ้งแค่ไหนยามลมหายใจของร่างสูงเป่ารดพวงแก้มของเขา เขาเองก็รู้…
จุนฮยองแค่เมา… เขาก็แค่สนองความต้องการของคนเมาที่ไม่ได้คิดอะไรมากเกินกว่าเรื่องทางกายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนก็เท่านั้น…
มันควรจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว…
จุนฮยองไม่ได้รู้สึกตรงกับที่เขารู้สึกต่อจุนฮยองมาตลอดหลายปีนี้หรอก...
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“พี่กีกวังครับ ข้าวมาส่งแล้วครับ” ดงอุนตะโกนเรียกพี่ชายร่วมชายคาเดียวกันที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องหลังจาก อาบน้ำเสร็จ ร่างสูงจ่ายเงินให้กับคนส่งอาหารก่อนจะนำกล่องข้าว 3 กล่องสำหรับตัวเอง กีกวัง และพี่ชายแท้ๆ ที่คาดว่าจะกลับมาจากการทำงานเหนื่อยๆ จึงได้สั่งเผื่อไว้ให้ มาวางที่โต๊ะหน้าโซฟา
ร่างเล็กของกีกวังเดินออกมาจากห้องในชุดสบายๆ ที่ไหล่มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่แทบไม่เปียกเลยเพราะคนตัวเล็กยังไม่ได้ใช้มัน เช็ดผมให้แห้ง คนตัวเล็กเดินเข้าไปในครัวหยิบน้ำในตู้เย็นออกมา พร้อมกับแก้วอีกสามใบ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งบนพื้นหน้าโซฟาข้างกันกับดงอุน
“รสผัดขี้เมาที่พี่ชอบหมดน่ะครับ ผมก็เลยสั่งรสต้มยำกุ้งให้พี่แทน รสใหม่ของร้านเลย พี่น่าจะลองดูนะ” ร่างสูงว่าในขณะที่มือของเขากำลังวุ่นวายอยู่กับการแกะข้าวกล่องและจัดช้อน ส้อมให้กับพี่ชายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแม้แต่นิด
“อ้ะ…” กีกวังร้องเมื่อรู้สึกว่าผ้าขนหนูที่ไหล่ถูกชิงไปโดยร่างสูง และตามมาด้วยความรู้สึกบางอย่างบนหัวเพราะดงอุนกำลังเช็ดผมให้เขาอยู่
“ผมทำพี่เจ็บหรอ” เพราะท่าทีสะดุ้งของคนตัวเล็กดงอุนจึงถามด้วยความเป็นกังวล
“เปล่า” กีกวังตอบไปแค่นั้น เขาแค่ตกใจเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ดงอุนเช็ดผมให้เขา เพราะเป็นเรื่องที่ดงอุนทำให้เขาจนชินต่างหาก คนตัวสูงถึงกล้าทำโดยไม่ได้บอกเขาก่อนอย่างนี้
“เมื่อก่อนพี่โยซอบก็ชอบให้ผมเช็ดให้แบบนี้ เวลาที่พี่เขาไม่ติดงานน่ะ ไม่ได้เช็ดผมให้ใครตั้งนาน ถ้าผมทำแรงไปพี่ก็บอกนะ” ดงอุนว่าด้วยรอยยิ้ม แม้จะพูดอย่างนั้นแต่มือทั้งสองที่คอยเช็ดผมให้เขากลับอ่อนโยนจนแทบไม่ต้อง ปริปากบ่นเลยด้วยซ้ำ
กีกวังที่กำลังวางแก้วและน้ำลงบนโต๊ะมองน้องชายของเพื่อนผ่านเงาสะท้อนของจอ ทีวีที่ถูกปิดไว้ด้วยแววตาอึ้งๆ ไม่รู้ทำไมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าการที่มีคนคอยดูแลอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขา คุ้นชินเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เขาอาศัยอยู่คนเดียว ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ซน ดงอุนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเขา น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจหรืออึดอัดด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามร่างสูงข้างๆ กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ คล้ายๆ กับความรู้สึกเวลาที่เขาได้อยู่ใกล้ยัง โยซอบ เวลาที่เห็นหมอนั่นพูดถึงน้องด้วยใบหน้าเป็นสุขเขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขา ได้เติมเต็มและโลกของเขาดูสดใสขึ้น
ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณยัง โยซอบสินะ…
ขอบคุณโยซอบที่น่ารัก และขอบคุณโยซอบที่ทำให้เขาได้รู้จักน้องชายที่น่ารักอย่างซน ดงอุนด้วย…
“พี่ไม่กินหรอครับ?” หลังจากเช็ดผมให้ตัวเองเสร็จดงอุนก็ลงมือจัดการกับบะหมี่ตรงหน้า แต่เพราะเห็นคนตัวเล็กเอาแต่เหม่อในขณะที่เขาซดบะหมี่เจ้าประจำจนหมดไปกว่า ครึ่งถ้วยแล้ว ดงอุนเลยหันมาถาม
กีกวังสะดุ้งเล็กน้อย ยิ้มรับจนตาหยีแล้วหยิบถ้วยบะหมี่ที่อีกคนแกะไว้ให้เรียบร้อยแล้วขึ้นมาซด
การมีคนอยู่เคียงข้างกันมันรู้สึกดีอย่างนี้สินะ…
“อย่าจากพี่ไปนะดงอุน”
“ครับ?” ดงอุนได้แต่ตอบรับเชิงคำถามด้วยแปลกใจกับคำพูดลอยๆ ของคนตัวเล็ก
“ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันกับนายแล้วก็โยซอบไปตลอดก็คงดี” กีกวังพูดด้วยรอยยิ้ม
ดงอุนมองคนพูดอึ้งๆ บะหมี่ที่คาปากอยู่แทบจะกลืนโดยไม่ต้องเคี้ยวทันที ดวงตาคมจ้องคนข้างๆ ตาไม่กระพริบ ซึ่งกีกวังก็ทำเพียงยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น
ความหมายที่อยู่ในใจคนตัวเล็กนั่นสื่อถึงอะไรเขาไม่รู้หรอก…
…ดงอุนรู้แค่ว่า เขาหวั่นไหวกับคำพูดและรอยยิ้มของกีกวังตอนนี้
กริ๊งงงงงงงงงงงงง
เสียงกริ่งที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสนิทของสองพี่น้องเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี
“สงสัยพี่จะกลับมาแล้ว” เป็นดงอุนที่รู้สึกตัวและพูดขึ้นมาก่อน ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดออกโดยไม่ทันได้ดูเพราะคิดว่าที่ หลังประตูคงเป็นร่างเล็กของยัง โยซอบพี่ชายของเขา
“พี่…” เสียงของดงอุนขาดห้วง คิ้วเรียวโก่งขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อพบว่าไม่ได้มีแต่พี่ชายเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“มีอะไรเหรอดงอุน…” เพราะเห็นร่างสูงมีท่าทางแปลกๆ กีกวังจึงเดินตามมาดู แต่กลับต้องแปลกใจไม่แพ้กันที่เขาพบเพื่อนรักของตัวเองยืนกับผู้ชายอีกคนที่ เขาจำได้ว่าเป็นคนที่เคยก่อกวนโยซอบ!
“หมอนี่มาทวงหนี้นายเหรอ” กีกวังถามขึ้นทันที มือเล็กเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของโยซอบหวังจะดึงให้เข้ามาอยู่ในบ้านข้างตัว เอง แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อโยซอบถูกรั้งไว้โดยชายอีกคน
“นี่…”
“กีกวัง” พอกีกวังจะเปิดปากว่าอีกคนเพราะคิดว่ามีจุดประสงค์ไม่ดีเสียงหวานของโยซอบก็รีบเรียกชื่อห้ามไว้
“นี่มันรุ่นพี่ที่ก่อกวนนายเมื่อวานไม่ใช่เหรอโยซอบ” กีกวังหันมาพูดกับคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจ
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยัง โยซอบยังเดินหนีคนคนนี้อยู่เลย แต่วันนี้คนตัวเล็กกลับยืนเฉยปล่อยให้คนคนนี้จับมือไว้อย่างนั้น
“ไม่ใช่หรอก เขาเป็น…”
“แฟนฉันเอง” ไม่ใช่ยังโยซอบแต่กลับเป็นคนตัวสูงซึ่งยืนเงียบมานานที่จบประโยค
ดูจุนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเสียมารยาทพูดไปแบบนั้น จะยิ่งเป็นการทำให้โยซอบไม่พอใจเขาอีกก็ได้ แต่เขารู้แค่ว่าพอเห็นหน้าเด็กที่ชื่อกีกวังแล้วก็ทำให้นึกถึงคำพูดของโยซอ บเมื่อวานนี้ที่ว่าพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันขึ้นมา พอมาเห็นท่าทีเป็นห่วงของเจ้ารุ่นน้องคนนี้เขาก็ยิ่งไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่าก่อนหน้านี้ให้คำสัญญากับโยซอบว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่โยซอ บท้องลูกของเขา เขาก็คงจะเอ่ยปากพูดให้เจ้าเด็กนี่เลิกทำตัวเป็นเจ้าของโยซอบแล้วด้วยซ้ำ
“หมายความว่าไงน่ะโยซอบ” กีกวังได้แต่ตกใจกับคำพูดของรุ่นพี่ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญและเขาก็ไม่คิดจะเชิญด้วย
“หมายความว่าโยซอบเป็นแฟนฉัน และฉันก็เป็นแฟนของโยซอบ” ดูจุนตอบแทนอีกครั้ง ส่วนโยซอบได้แต่ยืนอ้าปากค้างแต่ก็ไม่มีท่าทีจะปฏิเสธคำตอบน่าตกใจนั่นเลยสักนิด
“นี่นาย…”
“ผมว่าเราเข้าไปนั่งคุยกันข้างในดีกว่ามั้ยครับ” ดงอุนที่ยืนดูสถานการณ์มานานพูดขึ้น ชายอีกสามคนที่เหลือหันมามองคนที่เด็กสุดแต่ดูจะควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์น่า ปวดหัวนี้ได้ดีที่สุด ก่อนจะพยักหน้าและเดินตามร่างสูงไปนั่งลงที่โซฟา
“เขาเป็นแฟนนายเองเหรอ” กีกวังถามเสียงเบาราวกับเรี่ยวแรงจะค้นหาความจริงจากปากโยซอบมันหายไปหมด ตอนนี้เขานั่งอยู่กับดงอุน ตรงข้ามกับรุ่นพี่ซึ่งนั่งอยู่ข้างโยซอบที่โซฟาอีกฝั่งหนึ่ง
“อื้ม” โยซอบตอบด้วยเสียงในลำคอและพยักหน้า กีกวังแทบไม่มองด้วยซ้ำเพราะทันทีที่เขาสังเกตเห็นสีแดงบนใบหน้าเล็กนั่นเขา ก็เลื่อนสายตาไปมองที่อื่นแทบจะในทันที
“พี่จะทำอะไรเหรอ” ดงอุนถามคำถามที่เรียกความแปลกใจจากคนฟังได้เป็นอย่างดี มีแต่โยซอบที่ได้แต่หลบสายตาของน้อง เพราะเขาเข้าใจว่าทำไมดงอุนถึงถามอย่างนั้น
เพราะเขาเอาแต่ทำงานจนชีวิตแทบไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าแฟน และถึงเขาจะมีเขาก็คงจะไม่เสียเวลาที่ควรจะเอาไปทำงานหาเงินหรือสิ่งที่เขา รักที่สุดนอกจากดงอุนบนโลกใบนี้ เพื่อแค่มาแนะนำให้น้องชายและเพื่อนรู้จักแฟนของเขาหรอก ที่ดงอุนถามอย่างนั้น แสดงว่าน้องชายของเขารู้ดีว่าการมาของดูจุนครั้งนี้มีบางอย่างที่มากกว่าการ มาบ้านแฟนตามปกติ
“พี่จะย้ายไปอยู่กับดูจุน…” โยซอบพูดเสียงเบา คนตัวเล็กหลบสายตาน้องชายแทบจะในทันทีเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นจากดงอุน
“นายว่าอะไรนะโยซอบ” ไม่ใช่ดงอุนแต่กลับเป็นกีกวังซะเองที่ตกใจกับคำตอบนั้น คนตัวเล็กถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู
พวกเขาสามคนควรจะอยู่ด้วยกันไปตลอดจนกว่าดงอุนจะเติบโตและเลี้ยงตัวเอง ได้ไม่ใช่เหรอ หรืออย่างน้อยก็จนกว่ายัง โยซอบสร้างเนื้อสร้างตัวพอจะไปหาที่อยู่ใหม่ได้ มันควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ?
กีกวังได้แต่ถามย้ำในหัวของตัวเองกับเรื่องที่รวดเร็วจนเกินจะรับรู้นี้
“คือฉัน… ฉันคิดว่าฉันก็รบกวนนายมามากแล้ว ฉันกับน้องควรจะย้ายไปอยู่กับดูจุน…”
เจ้ารุ่นพี่ที่บอกว่าตัวเองเป็นแฟนกับโยซอบชื่อว่าดูจุน เรื่องแค่นี้ยังไม่เข้าหัวกีกวังเลยด้วยซ้ำ คนตัวเล็กได้แต่อึ้งกับคำที่ว่าโยซอบและน้องจะย้ายออกไปแล้วแค่นั้น
“ขอบคุณนายที่ดูแลแฟนกับน้องแฟนฉันมาตลอด แต่ไม่ต้องห่วงจากนี้ฉันจะดูแลเขากับน้องเอง” ดูจุนพูดราวกับจะจบเรื่องทุกอย่างไว้ที่ประโยคนั้น เวลานี้พอเห็นท่าทีอึ้งๆ ปนขอบตาที่เริ่มมีน้ำรื้นแต่เจ้าตัวฝืนไว้ของกีกวังเขาก็เริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าคำตอบตกลงที่ว่าจะไปอยู่ด้วยกันของโยซอบที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้จะเป็นไป ตามเดิมหรือไม่
“ขอบคุณจริงๆ นะ กีกวัง ถ้าไม่ได้นายฉันกับน้องตอนนี้คงได้ไปนอนใต้สะพานแล้ว ขอบคุณ…”
“พี่…”
ในขณะที่กีกวังได้แต่มึนงงกับคำขอบคุณที่มีอีกความหมายคือการบอกลา ดงอุนก็พูดแทรกขึ้นมา หยุดริมฝีปากของยังโยซอบไว้แค่นั้น
“…ผมไม่อยากไปรบกวนพี่ดูจุน…” ดงอุนเรียบเรียงคำพูดอยู่นานกว่าจะพูดออกมา
“นายไม่ต้องเกรงใจดูจุนหรอกนะ…”
“พี่ไปอยู่กับแฟน ไม่ควรมีผมไปอยู่ด้วยหรอก”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ ไม่ต้องห่วงหรอกดงอุน…”
“ผมจะอยู่กับพี่กีกวัง” ดงอุนพูดหนักแน่น ถ้อยคำแน่วแน่นั้นสร้างความแปลกใจให้กับโยซอบ จนแม้แต่ตัวกีกวังเองยังต้องเบิกตาโพลงด้วยความไม่เข้าใจ
ตลอดหลายปีตั้งแต่ที่พ่อกับแม่จากไป ดงอุนอยู่กับโยซอบมาเสมอ และต่างก็คิดว่าหากไม่มีใครคนใดคนหนึ่งออกไปสร้างครอบครัวใหม่ พวกเขาสองคนพี่น้องก็คงจะอยู่ด้วยกันตลอด ไม่จากกันไปไหน
นี่เป็นครั้งแรกที่ดงอุนเอ่ยปากขอว่าจะไม่อยู่กับเขา…
โยซอบมองแววตาแน่วแน่ของน้องชายด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดงอุนพูดปัดเขาทุกอย่างเพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออยากอยู่กับกีกวังงั้น เหรอ...
“แต่นายจะรบกวนกี…”
“ไม่หรอก” ไม่ต้องให้พูดจบอีก 3 ชีวิตก็พอเดาได้ว่าโยซอบจะพูดอะไร กีกวังที่ยังรู้สึกมึนชาเอ่ยปัดทันที เพราะสำหรับเขาการที่มีดงอุนและโยซอบอยู่ด้วยไม่เคยถือเป็นเรื่องรบกวน
โยซอบได้แต่กำหมัดแน่น ณ เวลานี้มันเหมือนเรื่องต่างๆ รุมเร้าเขาไปหมด
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้น้องอยู่กับกีกวังหรือว่าอะไร ได้รู้ว่าน้องอยู่กับเพื่อนรักที่ไว้ใจได้มากที่สุดเขากลับดีใจด้วยซ้ำ แต่ที่เขายังดึงดันอยู่ตอนนี้คือเขายังจัดการกับความรู้สึกทั้งหมดที่เกิด ขึ้นไม่ได้
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่เขาตัดสินใจตอบตกลงไปอยู่กับดูจุน เขาเดิมพันทุกอย่างกับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ที่เขาไม่เคยคิดเลย คือการต้องแยกจากจากดงอุน….
ดวงตากลมโตของโยซอบมองวิวข้างทางผ่านกระจกสีชาของพอร์ชสีฟ้าอ่อน รถของดูจุน เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้หลังจากเขาบอกให้กีกวังกับดงอุนได้รู้เรื่องที่ ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับดูจุน ทุกอย่างจบลงด้วยการที่ดงอุนขออาศัยอยู่กับกีกวังเหมือนเดิม ในขณะที่กีกวังกลับเอ่ยปากขอดูแลน้องแทนเขาด้วยซ้ำ แม้จะไม่อยากให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปอย่างนั้น แต่โยซอบก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของน้องซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าสักวันหนึ่งดง อุนจะโตเป็นผู้ใหญ่และดูแลตัวเองได้ เพียงแต่เขาไม่ได้เตรียมใจว่ามันจะเป็นเร็วๆ นี้ก็เท่านั้น
หลังจากเก็บของของเขาที่บ้านกีกวังเสร็จดูจุนก็ขับรถพาเขาไปเอาของที่ ทิ้งไว้ที่ร้านเหล้าเมื่อคืน ก่อนที่รถสี่ล้อจะขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู้ที่อยู่ใหม่ของเขา ที่ซึ่งเขาเพิ่งตัดสินใจว่าจะมาอยู่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้…
“ถ้านายง่วงก็หลับไปได้เลยนะ อย่าฝืน” เพราะเห็นคนตัวเล็กเอาแต่เงียบ จ้องมองวิวข้างทางนิ่ง บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้ ดูจุนที่ขับรถอยู่จึงพูดขึ้นมา
โยซอบไม่ตอบ เพียงแต่ดวงตากลมโตมีแวววูบไหวเล็กน้อย
“ดงอุนน้องนาย จะว่าฉันเอาได้นะที่ดูแลพี่ชายของเขาได้ไม่ดี” ดูจุนพูดติดตลกแม้จะรู้ว่ายัง โยซอบคงไม่ยินดีจะร่วมขำมุขของเขาด้วยซ้ำ แต่ร่างสูงก็ยังเลือกที่จะพูดออกมาอย่างนั้น
โยซอบละสายตาจากวิวข้างทางก่อนพลิกตัวมานั่งหน้าตรง ร่างบางหันหน้ามองคนที่ตั้งใจขับรถเล็กน้อยโดยไม่มีคำพูดใดๆ
แม่ครับ…
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องห่างจากน้อง
ดงอุนเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กล้าเถียงผมด้วย แม่ดีใจมั้ยครับ?
แม่เห็นคนที่กำลังขับรถให้ผมอยู่นี่รึเปล่า
ใช่แล้วครับ คนเดียวกับที่พูดและมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนแบบนั้น
แม่เห็นเขาแล้วใช่มั้ยครับ?
แม่รู้มั้ยครับว่าเขาเป็นใคร?
…เขาเป็นคนที่พาความซวยมาตอกย้ำชีวิตของผม
แม่ครับ… เขาทำผมท้อง!
--------------------------------------------TO BE CONTINUE----------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ^-----^
คิดถึงกันบ้างรึเปล่าเอ่ย?
ตอนนี้ exteen เริ่มเปลี่ยนหน้าตาแล้ว ชวนให้นึกถึงสมัยที่ลงฟิคเรื่องนี้ตอนแรกๆ ตอนที่ไม่มีใครรู้จักบลอคนี้จริงๆ
ตอนนั้นคอมเม้นคอมเม้นเดียวก็ทำเรายิ้มจนตัวลอยเลย
เรื่องนี้มันยาวนานมาจะครบปีได้แล้วสินะ? เหมือนจะครบรอบปีที่ลงอินโทรไว้ที่บลอคนี้ วันที่ 22 ก.พ. นี้
คงไม่จบในหนึ่งปีจริงๆสินะ ฮ่าๆ …แต่เอาเถอะ สำหรับเรา แค่เขียนจบก็ดีใจแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าจนจบเรื่องจะมีคนคอยติดตามกันไปสักกี่คน
แต่เท่าที่มีทุกวันนี้ แค่นี้ก็เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายสุดๆแล้ว
ถึงตอนนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็ขอให้ ทุกคนรักและสนับสนุนตัว BEAST ต่อไปนะคะ ^--^
----
ขอ พูดถึงฟิคตอนนี้สักหน่อย เลิฟอีสที่หายไปนาน มีคนคอมเม้นเรื่อยๆว่าต่อสักที ก็ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ ^^
ตอนนี้อาจไม่ค่อยสนุกเท่าไร มันออกแนวจริงจังแล้วล่ะ อืม ก็ท้องทั้งทีนี่นะ จะให้คอมมาดี้ก็ไม่ไหว (เราเขียนตอนนี้จบตั้งนานแล้วล่ะค่ะ แต่แก้แล้วแก้อีก จนคิดว่ามันดีที่สุดแล้วถึงตัดสินใจลง)
เรื่องนี้คงมีต่ออีกหลายตอนแน่ ถ้าใครจะคอยติดตามกันไปก็ขอบคุณนะคะ ^---^
ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่คนบอกว่า “ชอบฟิคนะคะ” …ทุกๆคำมันเติมเต็มความรู้สึกและรอยยิ้มของเรามากเลยน้า
[!] สำหรับใครที่เล่นทวิตเตอร์แล้วอยากให้ลงส่งลิงค์ฟิคเวลาเราอัพให้ทางเมนชั่น ฟอลโลว @chibi_uchi เมนชั่นมาแนะนำตัว เราจะฟอลแบค แล้วจะคอยส่งลิงค์ไปให้นะคะ ^------^
[!!] COMING SOON...

(*ฟิคป่วงๆคลายเครียดค่ะ)
คงไม่พูดมากไปกว่านี้แล้ว ทอล์คยาวๆ คนอ่านเบื่อ ฮ่าๆ
แค่อยากจะบอกว่า ขอบคุณค่ะ ^-----^ ♥
*ขอบคุณมี๊นิ่มและปานิดาแหล่งกำลังใจสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้เราด้วยนะคะ ^^

ซึงก็โคม่าละ ไหลตามจุนฮยองไปเรื่อย -"- รอดูยาวๆว่าอะไรยังไงแน่ แต่ปัจจุบันอยากปาทุเรียนใส่หน้า -"-

สำหรับตอนนี้ก็ไม่ซีเรียสอะไรมากมายหรอค่ะ
สนุกดีนะคะ "ชอบฟิคนะคะ"
ขอบบอกว่าตอนนี้จุนซึงน้อยจัง T^T
5555 ก็ตอนนี้โยกำลังซีเรียสเนอะต้องเยอะหน่อย
จะรอติดตามฟิคเรื่องนี้จนจบนะคะ ^_____^
#1 By poopept on 2012-01-20 21:29