[SF] My Black stone {Project : JUNSEUNG ปลายฝนต้นหนาว}
posted on 17 Feb 2012 23:21 by chibi-uchi directory Fiction, Asian
So, reader discretion is advised.
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title: My Black stone
Author: shinsh
Project: ปลายฝนต้นหนาว
Main Character: Junhyung x Hyunseung
เคยมีคนบอกว่าฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ …
ชายร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีฟ้าสลับขาวและกางเกงยีส์สีซีดที่ขาดเป็นช่วงตามสไตล์สาวเท้าด้วยความรวดเร็ว เพราะสายฝนที่โปรยปรายลงมาตามฤดูกาลกำลังทิ้งตัวลงจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่คนทำงานกลางคืนอย่างเขาไม่ค่อยจะสนใจสภาพอากาศเท่าไร ดังนั้นเรื่องที่จะพกร่มไปทำงานด้วยจึงลืมไปได้เลย เพราะฉะนั้นหากฝนตกแล้วก็ ทางเดียวที่ยง จุนฮยองจะกลับบ้านได้คือวิ่งหลบฝนไปเรื่อยๆ และหากว่าฝนเกิดตกอย่างบ้าคลั่งชนิดที่ไม่สามารถวิ่งฝ่าไปได้ล่ะก็ ทางเดียวที่จุนฮยองทำได้คือยืนหลบใต้ร่มจนกว่าฝนจะหยุด
…เช่นเดียวกับตอนนี้
มีสองสามอย่างให้ทำระหว่างที่รอฝนสาดตัวลงมาตามฤดูกาลของมัน อย่างแรกคือจุดบุหรี่ขึ้นสูบพอให้สมองปลอดโปร่งฆ่าเวลา แม้อากาศจะชื้นจนน่าขัดใจยามจะจุดประกายไฟให้ติดก็เถอะ อย่างที่สองคือหยิบเครื่องเล่น mp3 ที่มีเพลงเก่าๆ ค้างปีของเขาขึ้นมาฟังแต่ก็ต้องทำใจสักหน่อยเพราะเขาฟังมากว่าล้านรอบได้แล้ว และอย่างที่สามที่ดูจะน่าสนใจกว่าอย่างอื่นคือ…นั่งมองเพื่อนร่วมหลบฝน
‘เพื่อนร่วมหลบฝน’ พอคิดว่าเขาเรียกคนข้างๆ ว่าอย่างนั้นแล้ว รอยยิ้มก็ระบายบนใบหน้าคมของชายวัยยี่สิบต้นๆ
พอๆ กับการหลบฝนที่แทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันของเขา การนั่งหลบฝนที่ป้ายรถเมล์ซึ่งร้างผู้คนแห่งนี้พร้อมกับชายรูปงามคนหนึ่งเป็นสิ่งที่จุนฮยองมักจะทำประจำ
หนึ่งอาทิตย์ได้แล้วมั้ง… ไม่สิ บางทีอาจจะเป็นสองอาทิตย์แล้วก็ได้ เขาก็จำไม่ได้เหมือนกันว่านานเท่าไร รู้แค่ว่าหากฝนเกิดตกตอนเลิกงานแล้วล่ะก็ ระหว่างหลบฝนข้างทางตอนกลับบ้านเขามักจะมีคนคนหนึ่งที่มาหลบฝนที่เดียวกับเขาเสมอ
อีกคนจะสังเกตบ้างรึเปล่าเขาไม่รู้หรอก รู้เพียงแต่ว่าในตอนแรกที่ได้มาหลบฝนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ตอนที่เขากำลังสบถอย่างอารมณ์เสียสุดชีวิตด้วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานในบาร์เหล้าและอยากกลับไปนอนตากพัดลมที่ห้องเช่า ที่พักของตัวเองเร็วๆ และบังเอิญได้หันไปเห็นอีกคนที่ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน เขาก็แทบจะลืมหายใจนั่นแหละ…
…ก็ใครจะไปคิด ใบหน้าเรียบเฉยที่คิ้วโก่งสวยนั่นกำลังนิ่วลงเพราะอารมณ์เสียจะน่ามองขนาดนั้น หากไม่ใช่ที่ทรงผมซอยสั้น การแต่งตัวนำแฟชั่น และรูปร่างสูงขายาวเท่ากันกับเขานั่น จุนฮยองก็เกือบจะคิดไปแล้วว่าคนที่ยืนอยู่ห่างกันแค่เพียงก้าวเดียวนี่เป็นผู้หญิง
ชื่ออะไร บ้านอยู่แถวไหน เขาไม่รู้หรอก รู้แค่ว่าอีกคนจะมาหลบฝนด้วยกันเสมอโดยไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ แม้จะเจอหน้ากันจนจำได้แล้วก็ตาม…ก็อาจจะเป็นแค่เขาฝ่ายเดียวนั่นแหละที่จำอีกคนได้ เพราะตั้งแต่ที่เห็นคนคนนี้ตอนหลบฝนครั้งนั้นเขาก็แอบลอบมองใบหน้าสวยนั่นตลอดเวลาเลยนี่นา
หากอี กีกวัง เพื่อนร่วมงานในบาร์ที่เขาทำงานอยู่รู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็คงขายหน้าน่าดู ผู้ชายที่มีหนุ่มและสาวมาตอมไม่เว้นคืนอย่างยง จุนฮยองแอบชอบคนคนหนึ่งแต่ไม่กล้าทอดสะพานซะแล้ว…
ก่อนที่อี กีกวังจะมีเรื่องสนุกเอาไปเล่าให้ลูกค้าขาประจำฟัง เขาควรจะเริ่มเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้สักทีสินะ…
“ดูท่าวันนี้จะตกนาน” ร่างสูงเปิดปากพูด ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าพูดกับใคร แต่ทั้งบริเวณที่ยืนอยู่นั้นก็มีเพียงตัวเองกับชายหน้าสวยอีกคน
“บุหรี่มั้ย” จุนฮยองว่า มือเรียวควักเอามวนบุหรี่มวนหนึ่งคาบไว้ที่ปาก อีกมวนส่งให้อีกคนที่เพิ่งจะหันหน้ามามองเขาตอนที่เขาพูดประโยคเมื่อครู่
“Seven Star หรอ ไม่ล่ะ ขอบใจ” กลีบปากสวยขยับตอบเขาเป็นครั้งแรก จุนฮยองลอบยิ้ม เก็บบุหรี่อย่างเดิม ก่อนจะใช้สร้อยคอซึ่งมีจี้ห้อยเป็นไฟแชคจุดประกายไฟที่ปลายมวนบุหรี่ที่เขาคาบไว้
“ปกตินายสูบแบบไหน” นับว่าแปลกทีเดียวกับคำถามที่ใช้ทำความรู้จักกัน แทนที่จะเป็นชื่อของอีกคนแต่สิ่งที่จุนฮยองเอ่ยถามกลับเป็นยี่ห้อเครื่องสูบที่คุ้นชินกลีบปากสวยเสียนั่น
“Black stone” ชายใบหน้าสวยตอบโดยไม่หันหน้ามามองคู่สนทนา เจ้าของเรียวปากรั้นทำเพียงมองไปข้างหน้าที่พร่ามัวด้วยฝน จุนฮยองมองตามคางเรียวไล่ไปจนถึงใบหูและหยุดอยู่ที่ปลายเส้นผมละเอียดที่พลิ้วตามแรงลม…
“Black stone หรอ… เท่ห์ดีนี่ สีดำ ลึกลับ แต่รสชาติเผ็ดร้อน น่าสนใจดี” จุนฮยองว่า ร่างสูงกรีดยิ้ม ก่อนจะหันไปอีกด้าน ปล่อยควันสีหม่นคลุ้งไปทั่ว
“อ้อมจังนะ” ริมฝีปากเล็กว่า ทำเอาคนที่กำลังสูดควันเข้าปากแทบสำลัก …ดูท่าขนมหวานชินนี้จะไม่ได้เป็นขนมถ้วยสีสันสะดุดตา รสชาติติดปากทั่วไปซะแล้ว
“หึ” จุนฮยองขำในลำคอ มือเรียวทิ้งมวนบุหรี่ลงพื้นก่อนจะใช้เท้าที่สวมผ้าใบบดขยี้ให้หมดไฟ
“เห็นทีคงต้องเปลี่ยนไปสูบ Black stone บ้างซะแล้ว”
--------------------------- My Black stone ---------------------------
“ไม่ได้หาได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อหรอกนะ”
เจ้าของกลีบปากสวยบอกกับเขาอย่างนั้น คิดแล้วก็อดระบายยิ้มไม่ได้ ก็แน่ล่ะสิ…จุนฮยองหาได้แต่ที่หลบฝนอย่างป้ายรถเมล์ข้างทางนี่นา
เพราะฝนเป็นใจให้บทสนทนาเกิดขึ้นได้แค่นั้น พอบอกอีกคนว่าอยากเปลี่ยนรสชาติบุหรี่ที่คุ้นมาตั้งแต่อายุ 17 เข้าซะแล้ว เจ้าหยาดน้ำที่ทำท่าว่าจะตกนานก็หยุดตกเสียอย่างนั้น แต่ถึงจะได้แค่นั้นก็ยังดีที่เจ้าของใบหน้าสวยซึ่งเขาเพิ่งค้นพบว่านอกจากหน้าตาแล้วหุ่นและทรวดทรงก็น่าทะนุถนอมดีซะด้วย เอ่ยปากพูดกับเขา และไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้ก่อนจะเดินจากไปโดยฝากกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ไว้ด้วย
“วันนี้ยิ้มทั้งวันเชียวนะ” อี กีกวังโผล่เข้ามารับแก้วที่ร่างสูงเช็ดซ้ำไปมาร่วมสิบนาทีได้แล้ว ก่อนจะนำไปจัดบนเคาน์เตอร์
“งั้นเหรอ” จุนฮยองตอบรับสั้นๆ ตามนิสัย แต่ก็ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าให้พ้นจากคนสอดรู้สอดเห็นอย่างอี กีกวังได้หรอก
“นี่ไปเจอขนมหวานถูกใจมาล่ะสิ” ร่างเล็กเริ่มออกปากทายอย่างที่ชอบทำประจำ แม้จะป่วนและชอบทำตัวให้น่าหนักใจไปบ้าง แต่สำหรับจุนฮยองแล้ว อี กีกวังก็คือน้องชายที่น่ารักคนหนึ่งสำหรับเขา เพราะงั้นเวลาทำใจดีด้วยเข้าหน่อย เจ้าตัวป่วนก็ได้ใจก้าวก่ายเรื่องเขาอย่างนี้แหละ
“ทำงานเถอะกีกวัง”
“ก็ทำอยู่” กีกวังว่าพลางชูแก้วแคมเปญใสๆ ใกล้ๆ หน้าจุนฮยองเป็นเชิงตอกย้ำ
“ไม่ใช่ขนมหวานอะไรหรอกน่า” แล้วก็เป็นจุนฮยองที่ระบิดออกมาซะเอง เพราะเป็นคนใจอ่อนอย่างนี้นี่แหละ ทนสายตาคาดคั้นด้วยความสนุกสนานของอี กีกวังไม่ได้ทุกทีสิน่า…
“ไม่ใช่ หรือว่า พี่ยังไม่ได้ชิมกันแน่”
เชื่อจุนฮยองเถอะ… เห็นหน้าซื่อๆ ดูใสบริสุทธิ์อย่างนี้ ตัวจริงของอี กีกวังภายใต้ใบหน้าเทพบุตรนั่นร้ายกาจกว่าเขาหลายเท่า …ไม่งั้นจะมีลูกค้าที่ยอมเสียเงินเพื่อเครื่องดื่มราคาแพงแต่รสชาติไม่ได้เรื่องเพียงเพื่อจะได้เชยชมคนชงน้ำเมาคับร้านทุกคืนเหรอ
“เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงเดือนเอง”
“หวา… เกือบเดือนแล้วหรอเนี่ย”
ไม่ว่าจุนฮยองจะตอบอะไร อี กีกวังก็แปลสารได้ตามใจตัวเองไปซะหมด
“ยอมรับมาดีๆ เถอะ จุนฮยองอา พี่มีอะไรให้ผมช่วยแนะนำรึเปล่า” เจ้าตัวป่วนว่าพลางยิ้มตาหยี จุนฮยองล่ะอยากจะวางแก้วแคมเปญที่เช็ดอยู่แล้วบีบจมูกเจ้าเพื่อนร่วมงานคนนี้ด้วยความหมั่นเขี้ยวนัก
แรกๆ จุนฮยองก็จะไม่ถามหรอกนะ แต่ว่า…
“นี่ กีกวัง นายเองก็สูบ Black stone ใช่มั้ย?”
--------------------------- My Black stone ---------------------------
ฝนตกอีกแล้ว…
สายตาคมมองไล่ไปตามหยาดละอองสีใสที่สาดกระทบพื้นโลกอย่างต่อเนื่อง ขายาวใช้เท้าเขี่ยไปมาตามพื้นที่แฉะน้ำฝนนิดๆ วันนี้เขายืนรอฝนคนเดียว มือแกร่งควักเอาซองบุหรี่ซองเดียวกันกับเมื่อวานขึ้นมา หยิบมวนบุหรี่ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับมวนอื่นๆ ในซองสี่เหลี่ยมนั่นอยู่สักหน่อย ด้วยขนาดและสีดำสนิทของมัน จุนฮยองคีบบุหรี่มวนงามที่ได้รับจากอี กีกวังไว้ด้วยปากก่อนจะใช้จี้สร้อยคอซึ่งเป็นไฟแชคของเขาจุดประกายไฟ
“แค่ก... แค่ก...” แทบจะในลมหายใจแรกที่ต้องไอสำลักเอาควันออกมา ไม่ใช่ว่าไม่เคยลองบุหรี่ยี่ห้อนี้ มีครั้งหนึ่งที่เขาเคยได้ลองจากการแนะนำของลูกค้าคนหนึ่งสมัยที่เข้ามาทำงานในคลับใหม่ๆ แต่ลำคอของเขาก็ยังคงไม่ชิน
ไม่รู้เพราะขาดใครอีกคนที่ป้ายรถเมล์แห่งนี้รึเปล่าถึงทำให้เขาหยิบบุหรี่มวนนี้ขึ้นมาสูบแทน แต่ต่อให้รอนานอีกหน่อยจุนฮยองก็ไม่ได้คำตอบหรอก เพราะไม่กี่นาทีต่อมาคนที่เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่ารออยู่ก็เดินเข้ามาในสภาพที่แตกต่างจากทุกวัน
…ร่างบางผู้ชื่นชอบ Black stone กำลังเปียกชุ่ม
ที่ว่าเปียกชุ่มนั่นเพราะวิ่งฝ่าฝนห่าใหญ่มาอย่างไม่ต้องแปลกใจ
“เฮ่อ...” ริมฝีปากสีเชอร์รี่ที่มีหยดน้ำเกาะพ่นลมหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงกับคานไม้ขนาดไม่ใหญ่นักคล้ายกับเหนื่อยจากการวิ่งเมื่อครู่
วันนี้หุ่นเพรียวถูกห่อด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว เนื้อผ้าชั้นดีบางพอให้ลู่ลงแล้วแนบเนื้อพอที่คนสายตาซุกซนอย่างจุนฮยองจะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในทะลุปรุโปร่ง หยดน้ำที่เปียกเรือนผมนุ่มไหลไปตามโครงหน้าได้รูปของผู้มาเยือน
...หยุดมองไม่ได้สักที
“นายนี่ไม่รู้จักพอจริงๆ” ริมฝีปากสีเชอร์รี่เริ่มพูด คนที่ยืนสูบบุหรี่รสชาติแปลกคออยู่ถึงกับสำลักขำ
ใช่ว่าเจ้าของใบหน้าสวยจะไม่รู้ ว่าทุกครั้งที่หลบฝนด้วยกันอย่างนี้ สายตาของเขาสำรวจตัวเองไปถึงไหนต่อไหน แต่ก็เหมือนกันนั่นแหละ ใช่ว่าจุนฮยองไม่รู้ว่าคนข้างๆ รู้ตัวอยู่แล้ว เขาแค่ไม่แคร์ต่างหาก ก็ดูอีกคนไม่ได้ทุกข์ร้อนที่เขาลวนลามทางสายตานี่นา... หมายถึงก่อนหน้าที่จะพูดกัดเขาอย่างนี้นะ
“วันนี้มี Black stone สนมั้ย” แทนที่จะแก้ตัวกับคำต่อว่ากลายๆ ของร่างบาง จุนฮยองกลับเสนออย่างอื่นแทน
คนหน้าสวยหันมามองทางจุนฮยอง ยื่นมือเรียวเป็นเชิงตอบรับน้ำใจของร่างสูง ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยนั่นจะหลุดขำเมื่อพบว่าบุหรี่ที่ร่างสูงบอกคือมวนเดียวกับที่เจ้าตัวสูบไปเมื่อครู่
เจ้าของร่างกายเปียกชุ่มคีบบุหรี่ต่อก่อนจะสูบโดยไม่รังเกียจ
“จูบทางอ้อมนี่ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ จริงๆ” คนตัวเล็กว่าพลางพ่นลมหายใจเป็นไอสีหม่น
จุนฮยองได้แต่ยืนเฉยทำหูทวนลมกับคำสบประมาทของร่างบาง ก็ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนหน้านี้นี่ว่าอีกคนจะรับบุหรี่ที่เปื้อนปากเขาแล้วไปสูบต่อ เรื่องจูบทางอ้อมเลยใช้ลองเชิงเล่นๆ เท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าคนคนนี้จะตอบรับกันแบบนี้ล่ะ
แม้จุนฮยองจะไม่พอใจนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเสียหายซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ถือว่าคนตรงหน้าสนใจเขาแล้ว
“วันนี้ดูท่าจะตกนาน... ฝนหยุดแล้วไปดื่มอะไรอุ่นๆมั้ย”
อา…คงไม่ใช่ ‘อย่างน้อย’ แล้วล่ะ
--------------------------- My Black stone ---------------------------
“ดื่มอะไรอุ่นๆ หลังฝนตก คลาสสิคดีออกไม่ใช่เหรอ?”
ประโยคเชิญชวนนั่นน่ะ เขาเป็นคนพูดซะที่ไหน คนที่ยอมรับจูบทางอ้อมของเด็กๆ น่ะ คนเดียวกับที่นั่งดวดแอลกอฮอล์อยู่ข้างกายเขาตอนนี้เป็นคนพูดต่างหาก
จุนฮยองยกแก้วสีใสที่มีของเหลวสีชาในนั้นขึ้นดื่ม กลั้วในปากนิดๆ พอให้ลิ้นรับรู้รสก่อนจะกลืนผ่านลำคอ
“วันนี้ทำไมมาสาย” เพราะไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอะไรถึงได้ถามออกไปอย่างนั้น จุนฮยองใช้นิ้วเรียวยาวลูบข้างแก้วสีใสไปมา หากอีกคนที่นั่งข้างกันได้สังเกตก็คงจะได้รู้ร่างสูงประหม่าไม่น้อย
ชายหน้าสวยหลุดขำ วางแก้วที่มีแอลกอฮอล์ลงก่อนจะใช้สายตาคู่สวยซึ่งเริ่มหยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์น้ำเมาเล็กน้อยขึ้นมองเจ้าของใบหน้าคม
นิ้วเรียวยาวที่ประดับด้วยแหวนสีเงินยกขึ้นวาดไปตามสันกรามของคนที่พยายามข่มความรู้สึกประหม่าอยู่ตอนนี้ ก่อนริมฝีปากสีเชอร์รี่ซึ่งดึงดูดสายตาของจุนฮยองไม่แพ้กับสายตาเย้ายวนนั่นจะขยับปากพูด
“รออยู่เหรอ”
เจ้าของเสียงใสขำเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับจากร่างสูง เพื่อนร่วมหลบฝนที่กลายมาเป็นเพื่อนดื่มในเวลานี้หัวเราะคิกคักก่อนจะขยับกายบางเบียดชิดแม้เก้าอี้เดี่ยวจะไม่ค่อยเอื้อแต่ก็ทำให้ระยะห่างระหว่างเขาสองคนลดน้อยพอให้จุนฮยองรู้สึกชื้นจากอาภรณ์เปียกชุ่มของอีกคน
“อืม” จุนฮยองตอบหลังจากหยุดคิด ดวงตาสีใสของคนข้างกายยิ่งลุกวาวกว่าเดิม
“ตลอดเลยหรอ?” เสียงใสถามขึ้นอีก ราวกับหากคำตอบที่ได้รับคือ ‘อืม’ อย่างเดิมทำให้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้น
“อืม” ร่างสวยแทบจะนึกคำตอบในใจได้เลยด้วยซ้ำ เพื่อนร่วมดื่มที่จุนฮยองยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อยิ้มหวานก่อนจะยกแก้วแอลกอฮอล์ที่มีดีกรีหนักกว่าร่างสูงหลายเท่าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด มือบางวางแก้วว่างเปล่าตรงหน้าจุนฮยอง ก่อนร่างกายที่นั่งเบียดชิดกันจะลุกขึ้น
“งั้นพรุ่งนี้ก็จะรอด้วยสินะ”
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่ร่างเพรียวบางนั่นจะวางธนบัตรไม่กี่ใบให้เจ้าของร้าน หันมาโบกมือให้จุนฮยองแล้วเดินจากไป
--------------------------- My Black stone ---------------------------
กลีบปากบางนั่นร้ายจริงๆ ยอมรับว่าแอบหมั่นไส้เบาๆ แต่ถึงจะโกรธแค้นแค่ไหน จุนฮยองก็ต้องยอมรับว่าเจ้าของรอยยิ้มร้ายนั่นพูดถูกทุกอย่าง
เพราะแม้เป็นวันที่ฝนซาอย่างนี้ เขากลับมารอฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ป้ายเดิมอีกแล้วน่ะสิ…
แม้จะรู้ว่าเช้าวันเสาร์อย่างนี้อีกคนคงไม่มาหรอก เพราะจากการสังเกตคงไม่พ้นเป็นคนทำงานเวลากลางคืนเหมือนกันกับเขา ซึ่งคนพวกนี้ส่วนใหญ่แม้แต่ตัวเขาเองชอบที่จะหมดเวลาไปกับการนอนเป็นตายมากกว่า แต่ขาของเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม
2 ชั่วโมงได้แล้วมั้ง… 3 ชั่วโมงแล้วมั้ง… จุนฮยองพูดกับตัวเองอย่างนั้น แต่ขาของเขาก็ยังไม่ออกก้าวไปไหน
“โอ๊ะ…” แทบจะก้าวพ้นป้ายรถเมล์เพื่อเดินกลับบ้านแล้วด้วยซ้ำ จุนฮยองกลับต้องหยุดฝีเท้าเมื่อพบว่าคนที่แกล้งให้เขารอ (ซึ่งจริงๆ เขาก็เต็มใจ) อยู่นาน กำลังเดินผ่านไปในท่าทีแตกต่างจากทุกวัน
วันนี้ร่างบางพกร่มมาด้วย…
“…” ริมฝีปากหนาตั้งใจจะเอ่ยปากเรียกแต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดเพียงเพราะเหตุผลข้อเดียว คือเขาไม่รู้ชื่อของเจ้าของร่างกายเชิญชวนนั่น
ใช่… ไม่รู้แม้แต่ชื่อ
--------------------------- My Black stone ---------------------------
เวลา 1 สัปดาห์ผ่านไปโดยที่จุนฮยองยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม ตื่นตอนเที่ยง ไปทำงานตอนเย็น เลิกงานตอนดึก รอฝนหยุดที่ป้ายรถเมล์ ก่อนจะเดินกลับบ้าน
ทุกๆ อย่างวนเวียนเช่นเดิมยกเว้นบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม …เขาไม่มีเพื่อนร่วมหลบฝนอีกแล้ว
ทุกวันนี้มีเพียงเขาที่ยืนรอเจ้าฝนบ้าๆ ที่ไม่รู้จะขยันตกลงมาทำไมอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ราวกับมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่มีอาหารตาที่พูดจิกกัดเขาได้และครั้งหนึ่งเคยชวนเขาดื่มด้วยคำพูดคำจาเชื้อชวนนั่นเช่นเคย
แต่ใช่ว่าร่างบางที่ดึงดูดสายตาเขาทุกการกระทำนั่นจะหายไปจากชีวิตเขาหรอก…
มันก็มีบางครั้งที่เห็นอีกคนกางร่มเดินผ่านไป และก็เช่นเคยที่เขาไม่ได้ทัก เพียงเพราะเขาไม่รู้ชื่อ และในบางครั้งเขาก็แปลกใจเกินกว่าจะคิดว่าคนที่เดินผ่านไปนั้นคือคนเดียวกับคนที่มานั่งหลบฝนข้างเขาทุกวัน…
แม้จะไม่รู้จริง แต่จากที่เคยสัมผัสมาเขาก็พอรู้ว่าร่างบางนั้นอายุมากกว่าเขา ทั้งคำพูดคำจา การวางตัวหรือแม้แต่การอ่านทิศทางของเขาก็ดูเหนือกว่าไปหมด เพราะฉะนั้นเวลาเห็นเจ้าของหุ่นเพรียวบางใต้ร่มคันใหญ่ที่เกินกว่าจะเป็นร่มสำหรับคนคนเดียว พร้อมกับสีหน้าเจ็บปวดราวกับเด็กน้อยนั่นจึงทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย
จุนฮยองยืนเขี่ยฝุ่นไปมาเพื่อแก้เบื่อแม้มันจะเลอะรองเท้าของเขาไปหมด จะว่าไปอีกอย่างหนึ่งที่ต่างจากเดิมคือเดี๋ยวนี้เขาเริ่มเปลี่ยนยี่ห้อบุหรี่ที่สูบซะแล้ว
Black Stone… ไม่รู้ว่าเจ้ามวนยาวสีดำนี่น่าสนใจหรือเพราะคนที่เขารู้ว่าสูบมันน่าสนใจกันแน่ ถึงทำให้เขาตัดสินใจเริ่มเสพย์มันอย่างนี้
นิ้วเรียวยาวพักมวนบุหรี่ไว้ที่ปาก ก่อนสายตาคมจะมองกวาดไปรอบๆ เวลานี้แม้ฝนจะตกไม่หนักมากแต่อากาศก็ชื้นพอให้ไฟบุหรี่ติดๆ ดับๆ ขัดอารมณ์ได้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าดีที่เดียวที่ข้อดีของ Black Stone คือการที่เมื่อมวนบุหรี่หยุดไม้แล้วดับไป สามารถนำกลับมาสูบได้อีก
“ขอมวนหนึ่งสิ” จู่ๆ ก็มีเสียงหวานทักทายเขาด้วยคำพูดห้วนๆ
จุนฮยองละสายตาจากภาพของถนนเบื้องหน้าก่อนจะหันมามองเจ้าของคำพูดเอาแต่ใจนั่น
มาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้…
ถึงจะแปลกใจแต่ใบหน้าคมกลับระบายยิ้ม มือเรียวคีบมวนบุหรี่จากปากตัวเองก่อนจะยื่นให้อีกคน มุขจูบทางอ้อมถูกนำมาใช้อีกครั้งโดยหวังจะได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับของร่างบางแต่คนเอาแต่ใจกลับฉวยบุหรี่จากมือเขาไปสูบต่อโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ
จุนฮยองใช้สายตาคมมองไล่ไปตามร่างของคนที่ทรุดตัวพิงกับราวไม้ ที่เส้นผมละเอียดสีดำนั่นประดับไปด้วยหยดน้ำ ทั้วทั้งร่างที่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งเป็นลายสีพื้นชุ่มไปด้วยน้ำฝน จุนฮยองมองเห็นคันร่มที่ไม่ได้กางถูกวางอย่างไร้ความสนใจอยู่บริเวณข้างขาของร่างบาง เขาเดาได้ว่ามันไม่ได้ถูกกางเลยด้วยซ้ำไม่งั้นคนที่ผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นรสควันของหินสีดำอยู่นี่คงไม่ชุ่มไปทั้งตัวอย่างนี้
“นึกอยากตากฝนเหรอไง”
“เปล่า”
กลีบปากบางตอบสั้นๆ ก่อนจะผุดลุก ซึ่งจุนฮยองรู้ดีว่าท่าทีอย่างนี้แปลว่าเพื่อนร่วมหลบฝนของเขาจะกลับแล้ว
“ฉัน…”
ฉันอยากรู้จักชื่อนาย… นั่นเป็นคำพูดที่จุนฮยองตั้งใจจะพูดออกไปถ้าไม่ถูกเสียงหวานทซึ่งลอดออกมาจากกลีบปากที่เพิ่งรับจูบทางอ้อมของเขาไปเมื่อครู่ขัดเสียก่อน
“เหงา”
--------------------------- My Black stone ---------------------------
ปัง!
ตุบ!
เสียงปิดประตูและวัตถุบางอย่างหล่นลงกับพื้นดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนที่ทั่วห้องซึ่งคนที่เข้ามายังไม่ว่างแม้แต่จะเปิดไฟเลยด้วยซ้ำจะไร้ซึ่งเสียงใดๆ สิ่งที่จุนฮยองได้ยินชัดเจนที่สุดคือเสียงลมหายใจของเขาและคนที่อยู่ใต้ร่างตัวเองตอนนี้เท่านั้น…
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้มีคนคนหนึ่งยืนตากฝนทั้งๆ ที่ข้างกายมีร่ม ตอบคำถามของเขาว่าทำไมถึงทำแบบนั้นด้วยคำว่า “เหงา”
นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขารับรู้หรอก อย่างเดียวที่เขารู้สึกได้คือสายตายามที่คนตัวเล็กพูดคำนั้น
เรียวลิ้นที่สอดเข้ามาในปากเขากระหายราวกับต้องการเติมน้ำที่เหือดแห้ง ลิ้นหนาตอบสนองคนใต้ร่างรวดเร็วพอๆ กับมือแกร่งที่ลูบไล้ไปทั่วร่างกายที่เบียดชิดเขาจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันชัดเจน
เจ้าของห้องที่พาเขามาเยือนสถานที่นี้เป็นครั้งแรกไม่คิดจะพาเขาไปที่เตียงด้วยซ้ำ เพราะอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นกำลังถูกปลอบประโลมด้วยร่างกายร้อนระอุจนไม่ว่างพอจะเคลื่อนย้ายร่างของพวกเขาออกจากพื้นที่หน้าประตูห้อง
พื้นไม้ของห้องซึ่งไร้พรมใดๆ เย็นเฉียบจนจุนฮยองสัมผัสได้ แต่ร่างทั้งร่างที่ไหวเอนตามจังหวะที่เขาเป็นคนบรรเลงอยู่นี้กลับให้ความรู้สึกอุ่นร้อนเกินกว่าที่เขาจะสนใจว่าตอนนี้ฟ้าฝนตกลงมาเสียงดังน่ากลัวแค่ไหน หรือพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากกอดกันโดยไร้เสื้อผ้าบนพื้นที่เย็นเฉียบแบบนี้ หรือแม้แต่…ที่ซึ่งเขาแลกเปลี่ยนความร้อนในกายอยู่นี้คือหน้าประตูก็ตาม
เสียงครางหวานดังอยู่ข้างหู เบาและดังขึ้นตามจังหวะที่เขาเป็นคนกำหนด จุนฮยองส่งเรียวลิ้นหนาประกบเรียวปากนั้นอีกครั้ง รสปากของอีกคนหวานปนเผ็ดขนาดเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ารสบุหรี่ที่กลั้วอยู่ในปากนี้เป็นของเขาหรือคนที่รับจูบทางอ้อมก่อนจะมาที่นี่กันแน่
มือเรียวที่ลูบไล้ทั่วหน้าท้องใช้เล็บจิกที่ไหล่เขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน สะโพกบางยามกระตุกเกร็งยกขึ้นเบียดชิดลำตัวของจุนฮยองอย่างยั่วยวน เขาตอบสนองร่างกายของคนที่ส่งเสียงครางหวานนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าร่างกายหอมหวานนี่เป็นเพียงเพื่อนร่วมหลบฝนของเขาเท่านั้น…
“ดื่มอะไรมั้ย” เจ้าของห้องในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งซึ่งเป็นอาภรณ์ชิ้นเดียวที่ปกปิดร่างกายอยู่ตอนนี้เอ่ยถามจุนฮยองที่นอนเปลือยอยู่บนเตียง
“โคล่า” จุนฮยองตอบในขณะที่หยิบกางเกงยีนส์บนพื้นมาใส่อย่างลวกๆ ร่างสูงลุกขึ้นมองสำรวจห้องที่เขามาเยือนตั้งหลายชั่วโมงแล้วแต่เพิ่งจะได้เห็นสิ่งของต่างๆ ในห้องก็เมื่อตอนที่ร่างบางลุกมาเปิดไฟหลังจากกิจกรรมเร่าร้อนยาวนานร่วมชั่วโมงที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
“ยุน ดูจุน นั่นชื่อนายเหรอ” จุนฮยองถามเมื่อสังเกตเห็นนามบัตรที่ถูกวางไว้บนโต๊ะ
“จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ” คนถูกถามทำเพียงระบายยิ้ม ก่อนจะยื่นกระป๋องโคล่าให้เขา
“ฉันชื่อยง จุนฮยอง” นับว่าเป็นการต่อกรที่ดีทีเดียว จุนฮยองตอบในสิ่งที่ร่างบางไม่ได้ถาม และเขามั่นใจว่าคนตรงหน้าซึ่งเขากำลังยิ้มให้อยู่นี้ไม่อยากรู้ด้วยซ้ำ
“หึ” เจ้าของร่างเพรียวบางที่ห่มเสื้อผ้าน้อยชิ้นขำในลำคอ
จุนฮยองละเลียดลิ้นกับโคล่าที่เลอะขอบกระป๋อง แม้รสซาบซ่าที่ปลายลิ้นจะเด่นชัดแต่สายตาคมกลับจ้องอยู่แต่สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า ปกติเขาก็แทบจะละสายตาจากร่างแบบบางนี้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เพราะเพิ่งเสร็จกิจกรรมบางอย่างที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันสุดยอดแค่ไหน ร่างกายตรงหน้าที่ใส่ชุดอย่างหมิ่นเหม่ถึงดูยั่วยวนมากขนาดนี้
“นายนี้ไม่รู้จักพอจริงๆ” จุนฮยองขำทันทีที่เจ้าของใบหน้าสวยพูดประโยคนั้นด้วยสีหน้ามุ่ย ไม่เชิงไม่พอใจแต่ดูจะหน่ายใจซะมากกว่า
แม้จะบ่นว่าเขาไม่รู้จักพอ แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้ปกปิดร่างกายที่โดนลวนลามทางสายตาไปถึงไหนต่อไหนของตนเองเช่นเดิม
ก็น่าหลงไหลขนาดนี้จะให้เขาพอได้ยังไงกันล่ะ…
--------------------------- My Black stone ---------------------------
“มีบุหรี่มั้ย” แทบจะในทันทีที่ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาหลบฝนที่ตกค่อนข้างหนักใต้ชายคาของป้ายรถเมล์ เสียงหวานก็เอ่ยกับอีกคนราวกับมันเป็นคำทักทายไปแล้วเสียอย่างนั้น
แทบไม่ต้องรอให้ถามซ้ำ ร่างสูงที่นั่งหลบฝนอยู่ก่อนแล้วยื่นมวนบุหรี่ที่ตัวเองนั่งสูบอยู่ให้ ซึ่งมือเรียวของคนขอก็รับไปอย่างไม่รังเกียจ
“จะรอให้ตกเบาลงกว่านี้หน่อยมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แต่เจ้าของใบหน้าสวยส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“เสื้อจะเปียกเอานะ” แม้จะชอบใจกับคำตอบที่ว่าไม่อยากรอของอีกฝ่าย แต่จุนฮยองก็ถามย้ำ คล้ายกับแกล้งหยอกอีกคนเล่น เพื่อหวังจะเห็นใบหน้าเขินอายจากอีกคนบ้าง แต่ดูเหมือนว่าคนที่แพ้อย่างหมดรูปดูจะเป็นเขามากกว่า เมื่อร่างบางเอ่ยตอบ…
“สนทำไม เดี๋ยวก็ถอด”
เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างบ้ากระหน่ำข้างนอกดังกระทบหน้าต่างให้ได้ยินเป็นระยะ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งเดียวที่จุนฮยองได้ยินคือเสียงครางหวิวของคนที่กอดกับเขาอยู่ตอนนี้ อากาศเย็นขึ้นเมื่อฝนโปรยตัวลงมา แต่บนเตียงที่กอดก่ายกับคนตัวเล็กอยู่นี่ช่างแตกต่างเหลือเกิน หากในตอนนี้ได้แนบใบหน้าของร่างบางกับหน้าของเขาเข้ากับกระจก คงจะเกิดไอน้ำเกาะผิวกระจกได้แม้แค่เพียงหายใจรด
ร่างกายที่ขยับรับจังหวะของกันและกันยังคงครางดังอื้ออึง แม้จะปลดปล่อยไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ทั้งสองร่างก็ยังปรนเปรอความวาบหวามของกันและกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มันเป็นอย่างนี้แทบทุกวันนับตั้งแต่วันนั้น…
วันที่ร่างบางเอ่ยคำเขาว่า ‘เหงา’ แล้วจบลงด้วยการกอดกันในห้องนอนของเจ้าตัว
ก็ไม่รู้ว่าครั้งต่อๆ มาเพราะอีกคนเหงารึเปล่า ถึงได้รับบุหรี่จากปากเขา และเปิดห้องให้เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จุนฮยองรู้แค่ว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติเช่นเดียวกับการนั่งรอฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งให้หยุดลงไป หรือเช่นเดียวกับการที่เขาเริ่มชินรสเผ็ดๆ ของบุหรี่ยี่ห้อโปรดของร่างบางไปเสียแล้ว …การได้แลกเปลี่ยนความอบอุ่นให้กันและกันอย่างนี้
“นายนี่กินโคล่าได้เป็นลังๆ จริงๆ” กลีบปากสวยบ่นหลังจากส่งกระป๋องน้ำอัดลมทรงกระบอกสีแดงให้คนที่นอนเปลือยอยู่บนเตียง เพราะทุกครั้งหลังจากกอดกันบนเตียง เครื่องดื่มที่จุนฮยองขอเป็นสิ่งแรกคือโคล่า น้ำกรดยี่ห้อโปรดของเจ้าตัว ซึ่งถ้าให้เจ้าของห้องคิดดูแบบรวมๆ แล้ว นับว่าคนตัวเล็กหมดโคล่าไปเป็นลังๆ เลยล่ะ
จุนฮยองระบายยิ้ม รับโคล่ามาหลังจากใส่กางเกงเสร็จ มือเรียวเปิดฝากระป๋องและซัดของเหลวสีดำที่มีคุณสมบัติเป็นกรดกัดกระเพาะดีๆ นี่เอง ลงคอ
วันนี้เจ้าของร่างเพรียวบางยังคงห่อตัวเองด้วยเสื้อชาติตัวโคร่งซึ่งหยิบออกมาจากตู้อย่างเคย
จากหลายๆ ครั้งที่ได้มาที่ห้องนี้ สิ่งที่จุนฮยองสังเกตได้คือทั่วทั้งห้องมันเรียบง่ายกว่าที่คิด ช่างแตกต่างกับการแต่งตัวและการใช้ชีวิตของคนที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆ เขาตอนนี้เหลือเกิน ถ้าจะให้พูดจริงๆ จุนฮยองไม่คิดว่าที่นี่จะเป็นห้องที่อีกคนอาศัยอยู่ด้วยซ้ำ
ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มันน้อยเกินจำเป็น ราวกับเป็นห้องที่มีสำรองไว้หากจำเป็นต้องใช้ชั่วคราวเท่านั้น แล้วถ้าจะให้พูดจริงๆ อีกที จุนฮยองก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นห้องของร่างบางด้วยซ้ำ…
ดูจากสิ่งของทุกอย่าง ตั้งแต่นามบัตรที่เขาอ่านชื่อวันนั้น รอยยิ้มที่ตอบกลับมา ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ รสนิยมการแต่งห้องที่ดูเหมาะกับพวกใช้ชีวิตในสังคมการทำงานอย่างพนักงานบริษัทซะมากกว่าคนตัวเล็กที่ดูยังไงก็ทำงานกลางคืนไม่ต่างจากเขา สูทหรูๆ ซ้ำๆ แบบกันที่แขวนตัวเรียงรายอยู่ในตู้ เสื้อเชิ้ตที่ร่างบางหยิบมาใส่ทั้งที่ขนาดไม่พอดีตัว
หลายๆ อย่างนี้ทำให้เขาพอดูออกว่าห้องนี้ไม่ใช่ห้องของร่างบาง ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นห้องของเจ้าของชื่อบนนามบัตรที่เขาเห็นบนโต๊ะวันนั้นซะมากกว่า
แต่ทำไมคนข้างๆ นี่ถึงได้พาเขามาที่ห้องนี้ล่ะ... ถ้าไม่ใช่ห้องของอีกคนจริงๆ ทำไมเจ้าของร่างกายนี้ถึงมีกุญแจห้องนี้... แล้วถ้าร่างบางได้กุญแจมาแบบที่เจ้าของห้องเต็มใจให้ ...ความสัมพันธ์ของคนตัวเล็กกับเจ้าของห้องคืออะไร…
ก่อนที่เขาจะได้รู้เรื่องนั้นจากกลีบปากสวย อย่างแรก เขาควรจะรอให้อีกคนบอกชื่อของเจ้าตัวกับเขาก่อนล่ะมั้ง…
“วันเสาร์นี้ไปเที่ยวกันมั้ย หมายถึงเที่ยวตอนกลางวันน่ะ” คำถามที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากร่างบางเรียกความสงสัยให้กับจุนฮยองอีกแล้ว บางครั้งคนตรงหน้าก็พูดเรื่องที่น่าประหลาดใจให้เขาเสมอๆ อย่างเช่นก่อนหน้านี้ที่ชวนไปดื่มเหล้าหรือที่บอกว่าเหงา
จุนฮยองได้แต่เอียงคอเป็นเชิงถามอย่างแปลกใจ จนเจ้าของใบหน้าสวยที่เห็นใบหน้าประหลาดใจนั้นหลุดขำ
“เอาเป็นว่าเสาร์นี้เจอกันที่เดิมนะ จุนฮยอง”
นั่นเป็นครั้งแรกที่อีกคนเรียกชื่อของเขา และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่จุนฮยองรู้สึกว่าชื่อของตัวเองเพราะอะไรอย่างนี้
คงเพราะมันถูกเอ่ยออกมาจากกลีบปากหวานๆ ที่เขาลิ้มรสได้อย่างไม่รู้จักเบื่อนั่นล่ะมั้ง…
--------------------------- My Black stone ---------------------------
สวนสนุกในวันเสาร์เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเด็กๆ ที่มากับครอบครัว และวัยรุ่นที่ออกมาเที่ยวกันคับคั่งไปหมด สีสันของแดดยามกลางวันเวลากระทบกับตัวเครื่องเล่น สายระโยงระยางที่ตกแต่งต่างๆ รวมถึงลูกโป่งหลากสีทำให้เขาไม่คุ้นสักเท่าไร เพราะเขาเป็นคนนอนตอนกลางวันทำงานตอนกลางคืนด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือชีวิตวัยเด็กของเขาก็ไม่ค่อยได้มาสถานที่แบบนี้อยู่แล้ว ก็ทำงานตั้งแต่เด็กนี่นา
จุนฮยองในชุดกางเกงยีนส์สบายๆ กับเสื้อยืดสวมทับด้วยเสื้อคลุมหนังบางๆ กำลังยืนพิงอยู่ที่ราวกั้นของเล่น สายตาคมกวาดตามองพื้นที่ด้านหน้าของสวนสนุก
เขากำลังรอคนอยู่ ใครบางคนที่เคยเจอกันเฉพาะที่ป้ายรถเมล์ซึ่งเขาใช้หลบฝนประจำเท่านั้น ถ้านอกจากที่นั่นก็ตอนที่อีกคนชวนเขาขึ้นห้อง มันก็แค่นั้น…
ไม่นานที่สายตาคมกวาดมองก็มองเห็นร่างบางที่เขาเคยกอดหลายต่อหลายครั้งใน 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้เดินมา ร่างบางสวมเสื้อผ้าที่ต่างจากไปต่างที่เคยเห็น ก็ไม่แตกต่างมาก แต่มันดูสบายตาขึ้น คงเพราะเขาทั้งสองคนไม่ค่อยเจอกันตอนกลางวันด้วยมั้ง เขาเลยรู้สึกไม่ชินไปเอง
“นายมานานรึยัง” กลีบปากสวยถาม จุนฮยองทำเพียงส่ายหน้า ทั้งๆ ที่ความจริงเขามารอก่อนนานแล้ว
คนตัวเล็กไม่ได้ถามอะไรต่อจากนั้น ร่างบางเพียงชวนเขาไปซื้อตั๋วเครื่องเล่น จุนฮยองไม่ปฏิเสธเลยเวลาฮยอนซึงเลือกจะเล่นเครื่องเล่นอะไร ร่างสูงเอาแต่มองสีหน้าตื่นเต้นและสนุกสนานของร่างบาง มันเป็นมุมบางมุมของอีกคนที่เขาไม่เคยเห็น
ไม่รู้ว่าเวลามันหยุดหมุนหรืออย่างไร ทั้งความทรงจำของจุนฮยองถึงมีเพียงภาพร่างบางที่แสดงอาการต่างๆ ถ้าถามเขาว่าตอนนี้เขาเล่นเครื่องเล่นอะไรมาบ้างก็คงไม่สามารถตอบได้ ในหัวของเขามีแต่ภาพของอีกคนจริงๆ แค่เท่านั้นจริงๆ…
“ฉันกลัวความสูงมากเลย” คนตัวเล็กบอก
จุนฮยองละสายตาจากใบหน้าสวยเมื่ออีกคนหันมาพูดกับเขา ถึงจะชอบเวลาอีกคนจิกกัดว่าเขาไม่รู้จักพอ แต่วันนี้เขาไม่อยากให้ร่างบางรู้สึกอะไรที่ทำลายบรรยากาศซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางกายอย่างนี้
เพราะมัวแต่เอาแต่มองรูปหน้าเรียวเขาถึงไม่ได้สังเกต
บอกว่ากลัวความสูง… แต่พาเขาขึ้นชิงช้าสวรรค์นี่นะ…
“กลัวแล้วทำไมถึงขึ้นชิงช้าสวรรค์” จุนฮยองตั้งคำถามกับอีกคนที่นั่งอยู่ตรงกลางของชิงช้า มือเรียวคว้าเหล็กที่อยู่ข้างๆ กำแน่น นับเป็นภาพที่จุนฮยองคิดว่าน่ารักมากเลยทีเดียว วันนี้เขาได้มองเห็นอีกคนในมุมที่แตกต่างออกไปจริงๆ…
“เขาบอกว่า วิธีแก้ความกลัวคือแทนที่ความกลัวเหล่านั้นด้วยความทรงจำที่ดี” กลีบปากบางตอบ
ความทรงจำที่ดี… คนที่พูดมาจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าเขาชอบใจคำพูดนั้นแค่ไหน
“นาย..”
“ฮยอนซึง” จุนฮยองกำลังเอ่ยคำเรียกของอีกคนที่เขามักใช้เสมอเวลาอยู่ได้กัน แต่อยู่ดีๆ ริมฝีปากสีเชอร์รี่ก็พูดแทรกขึ้นมา เป็นคำคำหนึ่ง…ซึ่งเขาคิดว่าเป็นชื่อของคน
“ฉันชื่อฮยอนซึง”
เจ้าของใบหน้าคมที่นั่งตรงข้ามกับคนตัวเล็กระบายยิ้มอ่อนโยน
“ยินดีที่ได้รู้จักฮยอนซึง” จุนฮยองพูด คนตัวเล็กเบะปากเล็กน้อย เมื่อคิดว่านั่นเป็นคำพูดที่ล้อเลียนมาจากจุนฮยอง แต่ถึงอย่างนั้น เขาทั้งสองคนก็รู้ความหมายของคำพูดนั้นดี
เปิดรับฉันแล้วสินะ ใจของนาย…
ฮยอนซึงไม่ตอบอีกคน ร่างบางทำเพียงมองเหม่อออกไปที่วิวข้างหน้า ตอนนี้มือขาวๆ นั่นคงไม่รู้ตัวเลยว่ามันหยุดสั่นลงแล้ว
ถ้าจุนฮยองสามารถอ่านใจคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ เขาก็อยากได้ยินเสียงหัวใจอันผ่อนคลายที่พูดกับตัวเองว่า …ความทรงจำดีๆ แทนที่ความกลัวของร่างบางแล้ว
มีเพียงความเงียบหลังจากนั้น สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาตอนที่ชิงช้าของพวกเขาวนลงจากจุดสูงสุด ฝนเม็ดเล็กๆ ตกกระทบชิงช้าและกระเด็นใส่ตัวเขา แต่จุนฮยองกลับไม่รู้สึกหงุดหงิดแม้แต่นิด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้…
ฝนอาจจะน่ารำคาญก็จริง แต่เขากลับค้นพบว่ามันก็มีข้อดีเหมือนกัน …เพราะฮยอนซึงมาพร้อมกับฝน
--------------------------- My Black stone ---------------------------
หยาดฝนร่วงหล่นจากท้องฟ้าอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับว่ามันไม่เหลือแรงจะตกลงมาแล้ว หากจะให้เดาจุนฮยองก็คงจะคิดว่า เพราะมันใกล้หมดหน้าฝนแล้วล่ะมั้ง
จุนฮยองพลิกตัวไปข้างๆ พอดีให้ใช้อ้อมแขนรวบคนที่ยังนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงมากอดไว้หลวมๆ ฮยอนซึงขยับตัวเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดมุ่นราวกับเด็กที่ไม่พอใจเวลาถูกรบกวน
ก็แหงล่ะ ปกติพวกเขาก็นอนกลางวันทำงานกลางคืนกันอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคืนไหนที่กลับมาแล้วมีกิจกรรมยามค่ำคืนต่อ ไม่แปลกที่อีกคนจะไม่พอใจหากนอนไม่พอ
การมานอนที่นี่ทุกวันเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับจุนฮยองแล้ว ถึงจะรู้สึกดี แต่มันก็น่าแปลก มีคำถามหลายๆ คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาหลายครั้ง
คำถามที่เขาคิดว่าร่างบางก็รู้ว่าเขาสงสัย แต่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะพูดขึ้นมาหากเขาไม่ใช่คนเปิดประเด็นซะเอง
เขาก็อยากจะทำมึนลืมมันไปตลอดหรอกนะ
แต่ถ้าความสัมพันธ์ของเขากับฮยอนซึงนี่เรียกว่าคบกันแล้ว ทำไมเขายังต้องมานอนกอดคนรักตัวเองในห้องของคนอื่น…
แล้วคนอื่นที่ว่านั่น เขาก็มีลางสังหรณ์เหลือเกินว่าจะเป็น คนอื่นซึ่งเคยเป็นคนรักเก่าของฮยอนซึงซะด้วย
ฮยอนซึงตื่นแล้ว ตอนที่จุนฮยองลุกขึ้นมาหาอะไรตกถึงท้อง ซึ่งก็จบที่โคล่าเพรียวๆ จากกระป๋องเช่นเคย จุนฮยองรอให้ร่างบางอาบน้ำจนเสร็จ ก่อนที่อีกคนจะเดินเข้ามาในครัว ทำหน้ามุ่ยใส่เขาเพราะเรื่องเดิมๆ ที่ว่า เขาผลาญโคล่าในตู้เย็นจนหมดอีกแล้ว
“ฉันต้องไปซื้อลังใหม่มาแช่อีกใช่มั้ย” ฮยอนซึงว่าในขณะที่มือเรียวปิดๆ เปิดๆ ตามชั้นต่างๆ เพื่อหาของบางอย่างที่พอจะรองท้องสำหรับเป็นข้าวเช้า ในเวลาบ่ายๆ อย่างนี้
“ไม่ต้องหรอก” จุนฮยองตอบ ดื่มน้ำกรดสีเข้มอึกสุดท้าย ก่อนจะทิ้งกระป๋องสีแดงลงถังขยะ
ฮยอนซึงเลิกคิ้วสูง แน่นอนว่าร่างบางแปลกใจที่อีกคนพูดอย่างกับจะเลิกดื่มโคล่าได้ ติดซะอย่างกับเป็นบุหรี่อย่างนั้น
“ฉันไม่ได้จะเลิกหรอก แต่ที่บ้านฉันก็มี” จุนฮยองพูด ที่ว่าบ้านเนี่ย หมายถึงห้องเช่าเล็กๆ ของเขาที่ร่างบางไม่เคยเอ่ยปากขอว่าจะไปสักนิดต่างหากล่ะ
“จะยังไงก็แล้วแต่นาย”ฮยอนซึงพูดราวกับหงุดหงิด ต้องยอมรับว่าคนตัวเล็กโดนกวนตอนที่นอนบนเตียงเพราะโดนอีกคนลวนลามแล้วลวนลามอีกแต่ขี้เซาเกินกว่าจะตื่นมาพูดจิกกัดคนที่กำลังฉวยโอกาสอยู่ จึงไม่แปลกที่จะหงุดหงิดบ้างในเวลาอย่างนี้
อีกอย่าง การที่จุนฮยองพูดอย่างนั้นสำหรับฮยอนซึงก็เหมือนถูกบอกกลายๆ ว่า ต่อแต่นี้ไปอีกคนคงจะกลับบ้านทันทีที่ตื่นขึ้น หรือว่าอะไรทำนองนั้น
“นายไม่อยากไปห้องฉันหน่อยเหรอ ฮยอนซึง” จุนฮยองถาม ไม่ได้ใส่ใจสีหน้าหงุดหงิดของคนตัวเล็ก มือเรียวที่กำลังแกะซองบะหมี่อยู่หยุดชะงัก
“…” ไม่มีคำตอบ ฮยอนซึงไม่ได้พูดอะไร
ก็เหมือนกับทุกครั้ง…
และจุนฮยองก็รู้สึกหงุดหงิดใจเหมือนทุกครั้งด้วย อดคิดไม่ได้ว่าเหตุผลที่อีกคนไม่ได้อยากลองไปค้างที่ห้องเขาสักครั้ง เป็นเพราะยังยึดติดกับ “อะไรที่เคยอยู่” ในห้องนี้หรือเปล่า
“เขาเป็นใครฮยอนซึง” สิ้นสุดความอดทนร่างสูงก็เอ่ยถาม
ฮยอนซึงชะงักเล็กน้อยกับคำถามที่ไม่คิดว่าอีกคนจะถามขึ้น แม้จะรู้ว่าสักวันจะต้องตอบคำถามนี้ก็เถอะ มือเรียววางซองบะหมี่ลงข้างๆ พวกผักและเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ สายตาเรียวช้อนขึ้นมองคนตั้งคำถามก่อนริมฝีปากสีเชอร์รี่จะเอ่ยตอบ
“ฉันรักเขา”
ช่างเป็นคำตอบที่เรียบง่ายเหลือเกิน…
ไม่ต้องให้จุนฮยองเอ่ยชื่อว่าเขาที่ว่านั่น หมายถึงยุน ดูจุน เจ้าของนามบัตรที่วางอยู่บนโต๊ะวันนั้น
แม้จะเป็นเพียงประโยคสั้นๆ แต่ที่ร่างบางตอบมากลับชัดเจนทุกอย่าง…
ห้องที่เขาใช้กอดฮยอนซึงทุกวันนี่คือห้องของยุน ดูจุน พนักงานบริษัทที่ตำแหน่งใหญ่พอตัว ก็เลยมีห้องพักสำรองไว้เผื่อมีงานแถวๆ ย่านนี้แล้วเลิกดึก
ฮยอนซึงทำงานคล้ายๆ กันกับเขา เป็นคนชงเหล้าและรับออเดอร์ลูกค้าอยู่ในบาร์เหล้าที่พวกผู้ดีมักจะไปบ่อยๆ และหนึ่งในผู้ดีเหล่านั้นก็คือ ยุน ดูจุน
สองคนนี้ไปรักกันได้ยังไงไม่รู้หรอกนะ ยอมรับว่าตอนที่ฮยอนซึงเล่าเรื่องพวกนั้นเขาหงุดหงิดเกินจะฟังเลยทำหูทวนลมไป
เขารู้แค่ว่าห้องนี้คือที่ซึ่งดูจุนนอนกกฮยอนซึงเป็นประจำ ก็ดูเหมือนจะทำให้ฮยอนซึงเข้าใจผิดไปว่าอีกฝ่ายก็รักกันมากพอล่ะ ถึงยอมให้กุญแจห้องกับฮยอนซึง และให้เข้ามาใช้ห้องเมื่อไรก็ได้ตามต้องการอย่างนี้
ยอมรับอีกทีว่าเขาก็แอบสนใจเป็นพิเศษตอนที่ฮยอนซึงเล่าว่าทั้งสองคน เลิกกันยังไง
‘เลิก’ นั่นเป็นคำที่เขาแปลความหมายได้ล่ะนะ แม้ว่าสำหรับฮยอนซึงเองจะแค่บอกว่า ดูจุนแค่ห่างไป และเจ้าตัวก็ยังรอให้เจ้าของห้องกลับมาก็เถอะ
เอาเป็นว่าเขาเข้ามาตอนที่ฮยอนซึงเหงาก็แล้วกัน เพื่อให้รู้สึกดีกว่านั้นก็คืออย่างน้อย ฮยอนซึงก็เปิดใจให้เขาแล้ว แม้เจ้าตัวจะแสดงออกอย่างจริงใจว่าลืมคนก่อนไม่ได้ก็เถอะ
--------------------------- My Black stone ---------------------------
ฝนตกอีกแล้ว…
วันนี้จุนฮยองรู้สึกหงุดหงิดกว่าที่เคยเป็น ปกติเขาก็เป็นคนรำคาญฝนอยู่แล้วล่ะนะ แต่หลังจากรู้สึกดีกับเจ้าเม็ดใสๆ ที่ร่วงหล่นจากฟ้าได้ไม่นานเท่าไร ตอนนี้เขากลับรำคาญมันมากกว่าเก่า
คงเพราะครั้งนี้ฮยอนซึงไม่ได้มาพร้อมกับฝนอีกแล้ว…
1 อาทิตย์แล้ว…
หนึ่งอาทิตย์ที่เขาไม่ได้เจอฮยอนซึง ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายหลบหน้าเขาหรือว่าอะไรแต่เป็นเขาเองที่ห่างออกมา
บางทีเขาควรจะยอมรับว่าเขาเด็กอย่างที่ฮยอนซึงว่าจริงๆ แค่เพียงเพราะอยากให้อีกคนรู้สึกต้องการเขา และเรียกร้องเขาบ้าง
อยากให้อีกคนรู้สึกว่า ถ้าไม่มีเขาแล้วโลกมันเปลี่ยนไป …ไม่ใช่โลกทั้งใบของฮยอนซึงยึดติดอยู่กับเจ้าของห้องนั้นอย่างนี้
เขาคงจะเด็กไปสินะ เพราะความคิดแบบนี้ต่างหากที่ทำให้เขากับฮยอนซึงต้องห่างกัน
ควรจะโตสักที!
ขายาวก้าวมาหยุดอยู่ที่หน้าอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขามาบ่อยๆ เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้ จุนฮยองถอนหายใจ ทิ้งก้นบุหรี่ลงที่ถังขยะด้านหน้าก่อนจะก้าวขึ้นไปตามบันไดจนไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องซึ่งเขาคาดว่าจะมีใครบางคนที่เขาอยากเจออยู่ในนั้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นและแทบจะในทันทีที่ประตูถูกเปิดออกราวกับคนในห้องกำลังรอคอยใครบางคนอยู่
ฮยอนซึงอยู่ตรงหน้าเขา ร่างบางดูผอมลงไปถนัดตาทั้งที่ไม่ได้เจอกันเพียงหนึ่งอาทิตย์
“ฉันขอ..”
“นายมันเด็กเกินไปจุนฮยอง” ไม่ทันจะได้เอ่ยคำขอโทษจนจบ คนตรงหน้าก็พูดตัดบทเขา ใบหน้าของฮยอนซึงฉายแววหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนนั้นจุนฮยองกลับสัมผัสได้ดีว่าร่างบางทำหน้าแบบนั้นเพื่อปกปิดความปวดร้าว
จุนฮยองไม่พูดอะไร มือใหญ่ยกขึ้นจับที่พวงแก้มของคนตรงหน้า ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง ใช้แรงที่มีผลักประตูให้ปิดลงก่อนจะก้มลงจูบฮยอนซึง
จูบที่ตั้งใจจะอ่อนโยนแต่กับร้อนแรงขึ้นเพราะความห่วงหาที่หายจากกันไปเป็นอาทิตย์
วันนี้เขาคงกอดแฟนตัวเองในห้องของคนรักเก่าของแฟนตัวเองอีกแล้ว…
--------------------------- My Black stone ---------------------------
“อีกกระป๋องได้มั้ย” จุนฮยองเอ่ยถามคนในอ้อมกอดอย่างอารมณ์ดี
หลังจากกอดกับฮยอนซึงเสร็จเขาก็พอว่า ในตู้เย็นตอนนี้เต็มไปด้วยกระป๋องโคล่ามากมาย มันแปลเป็นความหมายได้หลายๆ อย่างซึ่งทำให้เขาอารมณ์ดีบอกไม่ถูก รู้แค่ว่าดีพอจะลืมไปว่าตอนนี้เขากอดฮยอนซึงในห้องของคนที่ฮยอนซึงเคยรักหรืออาจจะยังรักอยู่ก็เถอะ
“ตามใจนาย” ฮยอนซึงเอ่ยตอบ ไม่ค่อยสนใจใบหน้าระรื่นของอีกคนเท่าไร แม้จะรู้จักกันไม่นานแต่จุนฮยองก็พอจะรู้ล่ะนะว่ายิ่งฮยอนซึงเขินเท่าไร ปากบางๆ นั่นจะร้ายขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่า
“นี่..” จุนฮยองว่า วางกระเป๋าโคล่าที่เขาดื่มรวดเดียวจบหมดแล้วพลิกตัวเข้าหาอีกคน
“อะไร” ฮยอนซึงตอบห้วนๆ ตอนนี้ทั้งเขาและร่างบางต่างก็โป๊ด้วยกันทั้งคู่ เห็นท่าที่แนบชิดก็อดจะคิดไม่ได้ว่าอีกคนต้องการจะต่ออีกรอบรึไง
“นายรักฉันไหมฮยอนซึง” จุนฮยองถามในขณะที่ใช้ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
ฮยอนซึงหลบสายตา…
จุนฮยองไม่รู้หรอกว่าตัวเองแสดงสีหน้าตัดพ้ออีกคนแบบไหน แต่ฮยอนซึงมองเห็นสีหน้านั้นดี ริมฝีปากสีเชอร์รี่จึงทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ถ้าไม่โดนจุนฮยองขัดไว้ก่อน
“ขอได้มั้ยฮยอนซึง”
“…”
“ฉันขอได้มั้ย ต่อให้นายจะรักเขามากเท่าไร แต่ต่อจากนี้ไป นายลืมเขาได้มั้ย”
จุนฮยองอ้อนวอน เพื่อนร่วมหลบฝนที่เจอกันมาไม่กี่เดือนแต่ตอนนี้เขากลับรู้ตัวแล้ว …รู้ใจตัวเอง ว่าเขาเสพติดฮยอนซึงยิ่งกว่าบุหรี่ซะอีก…
ดวงตาฮยอนซึงสั่นระริก แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าของใบหน้าสวยก็เลือกจะหันหน้าไปอีกทาง
“ได้มั้ย ฮยอนซึง” จุนฮยองถามย้ำ และคิดว่านั่นคงเป็นการถามครั้งสุดท้าย…
“อืม”
--------------------------- My Black stone ---------------------------
อากาศชื้นนิดหน่อยเพราะฝนตกในตอนเช้า วันนี้จุนฮยองตื่นไม่สายมาก แม้เมื่อคืนเขาจะใช้เวลาร่วมกับอีกคนอยู่จนเกือบเช้า
เพราะเขาเอาแต่ใจทั้งคืน แต่น่าแปลกที่อีกคนไม่ปฏิเสธเลย กลับตอบสนองเขาอย่างดีด้วยซ้ำ
จุนฮยองลุกขึ้นแต่งกายด้วยอารมณ์ดีผิดปกติ แม้วันนี้เขาจะมีงานในตอนเย็นแต่เขากลับไม่แยแสสักนิดหากจะไปทำงานสาย เพราะวันนี้เขาจะแวะเข้าไปฮยอนซึงก่อน
ร่างสูงเดินไปตามทางที่เขาเริ่มจะคุ้นเคยแล้ว ดูเหมือนว่าฝนที่ตกลงมาเมื่อเช้าจะเป็นการตกครั้งสุดท้าย เพราะตอนนี้อากาศหนาวขึ้นมาก เดาไม่ยากว่าหน้าฝนได้จบลง และฤดูถัดไปก็มาเยือนแล้ว
จุนฮยองซุกมือเข้ากับเสื้อโค้ทตัวหนา ก่อนที่เขาจะพาร่างของตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่หน้างห้องซึ่งเขาคิดว่าคงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฮยอนซึงจะใช้มันแล้ว
มือใหญ่เคาะลงไปบนบานประตูไม้ หวังจะให้คนข้างในเปิดประตูอย่างรวดเร็วอย่างที่ทำเมื่อวานก่อน
แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น…
ร่างสูงเคาะหน้าห้องอยู่อีก 2-3 ครั้ง ก่อนสายตาคมจะสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตบางอย่างที่สอดอยู่ใต้ประตู
มือหนาก้มลงเก็บมัน พลิกดูด้านล่างพบข้อความที่เขียนถึงเขา…
--------------------------- My Black stone ---------------------------
เสียงมือถือสั่นอยู่ที่กระเป๋ากางเกง จุนฮยองคว้าวัตถุสี่เหลี่ยมนั้นขึ้นมา หวังจะให้เป็นคนที่เขาคิดถึงมากตอนนี้โทรมา แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อบนหน้าจอปรากฎเบอร์ที่เมมชื่อไว้ว่า ‘กีกวัง’
“หึ”
ร่างสูงหัวเราะในลำคอ ทำไมเขาถึงหวังให้เป็นฮยอนซึง… ฮยอนซึงไม่รู้เบอร์ของเขา เช่นเดียวกันกับที่เขาไม่รู้เบอร์ฮยอนซึงด้วย… ถ้ารู้เขาคงโทรไปนานแล้วล่ะ
“พี่!!” เสียงหวานเรียกจนแทบตะโกนทันทีที่เขากดรับ
“มีอะไร” จุนฮยองกรอกเสียงลงสายไปอย่างยากเย็น
“พี่ไม่เข้างานหรอวันนี้ นี่พี่เลทครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ปกติพี่ไม่ใช่คนอย่างนี้นี่นา” กีกวังใส่มาเป็นชุด แต่ตอนนี้ทั้งตัวจุนฮยองชาเกินกว่าจะสนใจอะไรได้
มือหนาคีบมวนบุหรี่ที่นั่งสูบมาพักใหญ่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง รสชาติของมันยังคงเหมือนเดิมแต่เขากลับรู้สึกว่ามันแตกต่างไปจากทุกครั้ง
“อะไร นี่พี่สูบบุหรี่อยู่เหรอ? จุนฮยองอา เครียดอะไรรึเปล่า” เพราะรู้จักกันดีคนที่ปลายสายถึงเปลี่ยนจากน้ำเสียงที่ออกจะโกรธหน่อยๆ เป็นน้ำเสียงห่วงใยแทน
การที่จุนฮยองเขางานสายทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็น ตอบเขาห้วนๆ หรือสูบบุหรี่อย่างนี้ทำให้กีกวังเดาออก
จุนฮยองกำลังรู้สึกเจ็บปวดกับบางอย่าง…
“อืม สูบบุหรี่อยู่ ยี่ห้อที่เคยให้นายแนะนำ Black stone จำได้มั้ย” จุนฮยองพูด กีกวังเงียบไป ถ้าเป็นบุหรี่ยี่ห้อนี้ ทำไมเขาจะเดาไม่ออกว่าจุนฮยองกำลังพูดถึงใคร
“กีกวัง..”
“ครับ”
“ฉันติดบุหรี่ยี่ห้อนี้ซะแล้วล่ะ”
“…”
“ลืมไม่ลงเลย”
เสียงสุดท้ายของจุนฮยองสั่นเครือ อี กีกวังไม่กล้าพูดอะไรอีก…
ตอนนี้กีกวังวางสายไปแล้ว เจ้ารุ่นน้องที่ทำงานออกปากว่าจะพูดกับเจ้าของร้านให้ ว่าวันนี้เขาจะไม่เข้าไปทำงานแล้ว
จุนฮยองทิ้งตัวลงพิงแผ่นโฆษณาด้านหลังของป้ายรถเมล์แทนพนักเก้าอี้ ร่างสูงกำลังนั่งอยู่ในที่ซึ่งเขาใช้หลบฝนมาตลอดช่วงหลายเดือนนี้
ที่ซึ่งแต่ก่อนเขาจะมีอีกคนมาร่วมหลบฝนเป็นเพื่อนกันเสมอ
…จาง ฮยอนซึง
ฮยอนซึงคืนกุญแจให้เจ้าของห้องแล้ว เขารู้จากเจ้าของอพาร์ทเมนท์ที่รับฝากไว้ ร่างบางหายไปไหนไม่มีใครรู้ รวมถึงตัวเขา
มือหนากำกระดาษแผ่นเล็กในมือแน่น แม้ข้อความจะไม่ยาวมากแต่เขาก็อ่านมันซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง..
จุนฮยอง ฉันบอกแล้วว่านายยังเด็กเกินไป
ระหว่างเรามันเกิดขึ้นเพราะฉันเหงา นายก็รู้
ฉันจะลืมดูจุนอย่างที่นายขอ ส่วนนาย.. ก็ขอให้ลืมฉันด้วย
ฉันไม่คิดจะทำร้ายนายมากไปกว่านี้หรอกนะ
ต่อให้เขานั่งอ่านมันไปกี่รอบ ข้อความก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม
ไม่มีอีกแล้วจาง ฮยอนซึงที่เขาจะแลกปลี่ยนความอบอุ่นในยามที่อากาศหนาวแบบนี้…
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองฟ้าซึ่งมืดเร็วกว่าปกติเพราะนี้เป็นช่วงปลายหน้าฝนและกำลังเข้าสู้หน้าหนาวแล้ว
…ฝนหยุดตกไปตั้งนานแล้วสินะ..
เคยมีคนบอกว่าฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ …
…โกหกชะมัด คนที่พูดไม่รู้รึไงว่าต่อจากหน้าฝน มันคือหน้าหนาว
--------------------------- My Black stone :: END ---------------------------
สวัสดีค่า >[]< ฟิคเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน โปรเจค จุนซึง “ปลายฝนต้นหนาว” นะคะ
โปรเจคนี้ทำกันมาตั้งนานแล้วค่ะ ตั้งแต่ช่วงหน้าหนาว โดยครั้งแรกตั้งใจว่าจะรวมเล่มกันค่ะ
แต่ด้วยเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้กำหนดการณ์เปิดจองเลื่อนมาเรื่อยๆ ด้วยคิดว่าไม่เหมาะ
และประเด็นสำคัญคือ เราก็เขียนไม่จบไปเรื่อยๆ ค่ะ TT เป็นเพราะเราเองโปรเจคนี้ถึงออกมาช้ามาก
ก็เลยตัดสินใจกันว่า จะลงเป็นโปรเจคในบอร์ด ไม่ได้รวมเล่มแล้วค่ะ
(เพราะเราเอง อันนี้ต้องขอโทษทุกคนในโปรเขคด้วยค่ะ T^T ฮึก ขอโทษนะกีกี้ ขนุน พี่แอนและพี่เนย ฮือออ)
โปรเจคนี้ประกอบด้วยนักเขียน 4 คน ได้แก่ พี่แอน (Because i love you) พี่เนย (My everything ...ทุกลมหายใจคือนาย) น้องขนุน (Jurar... คำสาบาน) น้องโบกี้(rain&snow) และเราเองค่ะ
(กดลิงค์ในวงเล็บเพื่ออ่านเรื่องของแต่ละคนเลยนะคะ)
ใครที่มียูสเซอร์ในบอร์ดบีสท์ไทยแลนด์คงได้อ่านกันแล้วนะคะ เราเอามาลงเผื่อคนที่ไม่ได้เล่น บอร์ด จะได้อ่านกันค่ะ ^^
ขอพูดถึงเนื้อเรื่องกันหน่อยดีกว่า เรื่องนี้คิดพลอตได้เร็วมาก คิดจากเพลง on rainy days ของบีสท์นี่แหละค่ะ
แต่ตอนแต่งแทบไม่ใช้เพลงบิลท์ตัวเองเลย ตอนแต่งนี่ อารมณ์ตามจุนฮยองมากๆ
อยากอ่านคอมเม้นวิเคราะห์เรื่องนี้จากคนอ่านจังเลยค่ะ ._.
ปกติเราชอบวิเคราะห์ฟิคตัวเองไว้ตรงทอล์คเนาะ (เป็นหนึ่งสัญญาณว่าเราเป็นคนเขียนฟิคไม่ค่อยรู้เรื่อง 555 orz)
เราจะขอถมขาวแล้วกันค่ะ อยากอ่านความเห็นของทุกคนก่อน ^^ ลองเม้นกันดูแล้วค่อยมาอ่านมุมมองของเราในเรื่องนี้นะคะ (หลังอ่านที่เราถมขาวแล้ว ใครจะเม้นซ้ำ เพราะ exteen อีดิทเม้นไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะคะ 555)
เรื่องนี้ตั้งชื่อว่า My black stone เอาง่ายๆ คือ จะเห็นว่าทั้งเรื่องจุนฮยองเปรียบฮยอนซึงเป็นเหมือนบุหรี่ค่ะ
ก็ไม่เชิงว่าเปรียบ แต่ว่า จุนฮยองรู้สึกติดฮยอนซึงอย่างกับคนติดบุหรี่จริงๆ รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพแต่ก็ยังจะสูบประมาณนั้นอ่ะค่ะ 555 (คือจุนฮยองรู้ว่า อย่างฮยอนซึงไม่ได้คิดจริงจังกับตัวเองหรอก แต่ก็ยังจะถลำลึก จนตอนที่ซึงบอกว่าเหงา จุนฮยองก็รู้ดีว่า ที่ซึงเปิดห้องให้ ก็เพราะแค่เหงา แต่ก็ยังจะยอมถลำลึกไป จนตอนสุดท้ายก็หลงรักฮยอนซึง เหมือนกับที่คนบอกว่าไม่ติดหรอก บุหรี่อ่ะ แค่อยากลอง แต่สุดท้ายก็ติดน่ะค่ะ)
ช่วงที่ฮยอนซึงพูดว่าเหงา คือช่วงที่ดูจุนจากไปแบบจริงๆจังๆ (คือเหมือนที่ซึงใช้ร่มก่อนหน้านี้ เพราะช่วงนั้นซึงไปเจอดูจุนน่ะค่ะ เลยไม่ได้ไปหลบฝน จนวันที่มาขอบุหรี่จุนฮยองสูบแล้วก็ตากฝนทั้งๆที่มีร่ม นั่นคือฮยอนซึงเริ่มรับรู้ความจริงแล้วว่าดูจุนคงไม่กลับมาน่ะค่ะ)
แล้วก็ ที่ฮยอนซึงบอกว่าจุนฮยองเด็กเกินไป พูดมากกว่าหนึ่งครั้งด้วย เอาง่ายๆ ..ถ้ามองดีๆ ก็คือ ฮยอนซึงมองเห็นตัวเองน่ะค่ะ
ฮยอนซึงมองเห็นตัวเองผ่านจุนฮยอง จุนฮยองที่ถลำลึกไปเพราะการเล่นสนุกของผู้ใหญ่คนนึงที่ใช้จุนฮยองคั่นเวลา ฮยอนซึงแค่เปิดรับจุนฮยองเพราะเหงา เหมือนกับดูจุนที่มีอะไรกับซึงโดยไม่คิดลึกซึ้ง
ฮยอนซึงเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ตัวเองถึงรู้ดี เหมือนกับว่าการที่จุนฮยองเข้ามาในชีวิตฮยอนซึงก็ทำให้ฮยอนซึงเพิ่งคิดได้ด้วยน่ะค่ะ ว่าตัวเองที่ผ่านมานั้น(ที่เอาแต่รอคอยดูจุน) ช่างเด็กเหลือเกิน
ฮยอนซึงถึงอึ้งมากๆ ตอนที่จุนฮยองถามว่ารักตัวเองมั้ย เหมือนตอนนั้นฮยอนซึงช่างแล้ว ว่ากำลังทำให้จุนฮยองเป็นแบบที่ตัวเองเคยโดนดูจุนทำให้เป็นแบบนั้น
พอจุนฮยองขอว่าให้ลืมดูจุนได้มั้ย ฮยอนซึงถึงสัญญา ในขณะเดียวกัน ฮยอนซึงก็ตัดสินใจทำให้จุนฮยองลืมตัวเองด้วย
ฮยอนซึงคิดว่าหายไปแล้วจุนฮยองจะลืมตัวเองได้ แต่ฮยอนซึงคงลืมไป…ว่าจุนฮยองก็ลืมตัวเองไม่ได้อย่างที่ตัวเองลืมดูจุนไม่ได้นั่นแหละ
เขาบอกว่าจะเลิกบุหนี่ต้องใช้เวลานาน… แค่วันแรกที่ฮยอนซึงจากไป จุนฮยองคงยังเลิกไม่ได้หรอก… อย่างน้อยก็คงไม่ใช่ในหนาวนี้…
อา หวังว่าจะอ่านเข้าใจกันนะคะ TvT
อยากอ่านคอมเม้นน้า
เจอกันฟิคเรื่องหน้าค่ะ (เขียนเพิ่มขึ้นเรื่องละนิดๆหน่อยๆ หลายๆ เรื่อง เลยไม่ได้ลงสักเรื่องสักที 555)
เรื่องที่จะรวมเล่มฟิคสั้นดูซอบนั้น เราทำอยู่เรื่อยๆนะคะ เป็นเรื่องที่ไม่เคยลงในบลอค ถ้าสนใจบอกกันได้ค่ะ เพราะคาดว่าจะรวมเล่มน้อยมากๆ (ทางร้านรับทำจำนวนเล่มเท่าไรก็ได้ค่ะ แต่ราคาก็ตามน้ำ) เผื่อเราจะกะจำนวนตอนถามราคากับทางร้านถูก
อ่า ไม่ทอล์คยาวเกินฟิคแล้วค่ะ
รักคนอ่านนะคะ! ♥

ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
ฮยอนซึงจะดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าใช่มั้ยคะ?
แต่เหมือนทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า
เพราะเหมือนพยายามปกปิดความเหงาไว้
หรือความจริงฮยอนซึงเองก็คงนิสัยเด็กว่าจุนฮยองแหละมั้ง
ตามความเห็นหนูอะนะ
สงสารจุนฮยองอะ เหมือนตอนแรกจะเป็นแบบหลังฝนตก ฟ้าสดใส อากาศสดชื่น~ ^O^
ที่ไหนได้... เจอพายุลมหนาวพัดเข้าใส่เต็มๆเลย... =_=
คงต้องทนหนาวอะนะ เพราะผ้าห่มหายไปหลังฝนตกแล้วอ่า
ซึงนี้เป็นฝนใช่มั้ยนี้ มาพร้อมฝน หายไปพร้อมฝนเลยจริงๆ
แต่ฝนคงไม่ได้ตกแค่ครั้งเดียวหรอกมั้ง เดียวก็วนมาหน้าฝนใหม่อีกครั้งอยู่ดี 555555 (พยายมปลอบใจตัวเอง...เอิ๊กกกกกกๆๆ )
ชอบฟิคเรื่องนี้มากเลยคะ มันให้ความรู้สึกแบบ...
อืม อธิบายไม่ถูกอะ 5555
มันไม่หวานมากมายอะไร แต่ก็ไม่ดราม่าเกินไป
เป็นฟิคที่เข้ากับชื่อโปรเจคได้ดีจริงๆนะนี่>.<
#1 By L.D.No.1 (110.169.186.152) on 2012-02-18 00:25