[SF] That’s all I can. {Doojun x Yoseob} (Part2)

posted on 21 Mar 2012 00:52 by chibi-uchi  directory Fiction, Asian

 

 

 

 

It's just a fanfic. I only own the plot and the characters not the boys.
So, reader discretion is advised.
I hope you like it. Comments and feedback are loved!
เรื่องที่ลงไว้ในบลอคนี้เป็นเพียง "แฟนฟิคชั่น" ซึ่งเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
ไม่เกี่ยวข้องกับความจริงแต่อย่างใด โปรดโช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Title:  That’s all I can.

Author: shinsh

Paring: Doojun x Yoseob

Part: 2

 

 

 

ปากกาวิเศษ

 

 

 

ดวงตากลมโตไล่สายตาไปตามโจทย์ปัญหาในหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ที่ได้รับ พร้อมกับคิ้วเรียวที่ขมวดมุ่น ริมฝีปากบางถูกห่อเข้าหากันอย่างเวลาที่คนตัวเล็กชอบทำเวลามีอะไรไม่ได้ดั่งใจ

 

ตอนนี้เขากำลังไม่พอใจตัวเอง…

 

ทำการบ้านไม่ได้อีกแล้ว…

 

มือเรียวพลิกหน้ากระดาษกลับไปที่ตัวอย่างอีกครั้ง หวังจะทำความเข้าใจกับบทเรียนใหม่แม้นี่จะเป็นรอบที่สามที่เขาอ่านซ้ำแล้วก็ตาม

 

ปกติแล้วเขาแทบไม่ได้ทบทวนด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจบทเรียนในห้องยังไง ตอนเย็นเขาก็จะเข้าใจและสามารถแก้โจทย์ปัญหานั้นๆ ได้ทุกทีเพราะมีคนคอยสอนให้

 

คนที่สอนการบ้านเขาแลกกับการที่เขาจะไปนั่งดูคนคนนั้นซ้อมบอลต่อจนเสร็จแล้วเดินไปส่งเขาที่บ้านนั่นแหละ…

 

คนที่จีบเขาแบบนั้น…

 

แกร๊ก!

 

ปากกาแท่งโปรดล่วงหล่นจากมือเรียว คนตัวเล็กสะดุ้งตกใจ ก่อนจะก้มลงเก็บปากกาแท่งนั้นที่สีเริ่มลอกเพราะเขาใช้มันมานานแล้ว… นานถึงขั้นที่ว่าเขาเคยเติมหมึกมันแล้วด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ซื้อแท่งใหม่มาใช้จะคุ้มกว่า

 

เมื่อกี้เขาเหม่อ คิดถึงเรื่องเก่าๆ อีกแล้ว…

 

แต่แทนที่เจ้าของมือเรียวที่ก้มหยิบปากกาแท่งโปรดจะรู้สึกตัว ปากกาแท่งนั้นกลับทำให้เขาถลำลึกมากกว่าเก่า..

 

 

…..

 

……………………

 

…………………………………….

 

“นี่อะไร” เจ้าของดวงหน้าหวานเอ่ยปากถาม ดวงตากลมโตจ้องสิ่งที่อยู่ในมือร่างสูงอย่างไม่เข้าใจ

 

“ปากกาวิเศษ” ร่างสูงในชุดกีฬาพร้อมสำหรับการลงซ้อมที่นั่งอยู่ข้างๆ กันเอ่ยตอบ ยังโยซอบขมวดคิ้วเข้าหากัน คนตัวเล็กไม่เห็นว่าปากกาแท่งนั้นจะเป็นปากกาวิเศษตรงไหน ในเมื่อร่างสูงก็หยิบมันออกมาจากกล่องดินสอ ซึ่งดูแล้วก็เป็นแค่ปากกาที่อีกคนใช้ประจำแค่นั้น

 

“วิเศษยังไงเหรอ” โยซอบเอ่ยถาม

 

ยุนดูจุนมองใบหน้าน่ารักนั้นแล้วยิ้มกว้าง “อย่างเช่น ปากกาแท่งนี้จะช่วยให้นายทำโจทย์เลขได้ไง”

 

โยซอบยิ่งไม่เข้าใจไปอีก เย็นนี้ก็เหมือนทุกๆ วัน รุ่นพี่ยุน ดูจุนช่วยสอนการบ้านเลขให้เขา ซึ่งมันก็เข้าใจยากสำหรับเขาเหมือนเดิม จนตอนที่เขาบ่นออกมาว่าทำไม่ได้นั่นแหละ ร่างสูงเลยหยิบปากกาแท่งนั้นขึ้นมา

 

“ไม่เชื่อลองทำดูสิ” ดูจุนว่าแล้วยัดเจ้าปากกาแท่งนั้นใส่มือบาง

 

โยซอบทำตามอย่างไม่เข้าใจ คนตัวเล็กเริ่มอ่านโจทย์เลขอีกครั้ง ในขณะที่พยายามคิดไปด้วย จนกระทั่งเขาทำมันจนเสร็จหมดนั่นแหละ ยัง โยซอบถึงเริ่มรู้สึกชอบเจ้าปากกาแท่งนั้นขึ้นมาจริงๆ

 

“วิเศษจริงๆ สินะเนี่ย” เจ้าของพวงแก้มสีชมพูว่า ดูจุนยิ้มขณะมองใบหน้าดีใจของอีกคน

 

“อยากได้มั้ยล่ะ ฉันให้” คนตัวสูงว่า คนตัวเล็กหันมามองตาวาว

 

สุดท้ายดูจุนก็ยกปากกาแท่งนั้นให้โยซอบ

 

มันคงเป็นปากกาวิเศษอย่างที่โยซอบหลงเชื่อจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตอนที่โยซอบกำลังทำโจทย์อยู่ ดูจุนจะคอยพูดอะไรที่เป็นการบอกใบ้ทำให้อีกคนคิดได้ต่างหาก…

 

……………………..…

 

……………..

 

…….

 

 

 

“ตอนนี้แกไม่ใช่ปากกาวิเศษแล้วเหรอ” โยซอบเอ่ยถามสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าปากกา นิ้วเรียวหมุนมันไปมา ดวงตากลมโตจ้องร่องรอยที่เริ่มเลือนรางตามอายุการใช้งานราวกับรอให้ปากกาแท่งนั้นตอบกลับมา

 

เขาใช้เจ้าปากกาแท่งนี้มาตลอด แล้วทำไมแค่การบ้านไม่กี่ข้อของวันนี้เขากลับทำไม่ได้สักที?

 

ก็แหงล่ะ…

 

มันไม่ใช่ปากกาวิเศษมาตั้งแต่แรกแล้ว…

 

ที่มันวิเศษก็เพราะว่ามันคือปากกาของดูจุนไม่ใช่เหรอ…

 

มันวิเศษเพราะคอยมีดูจุนบอกใบ้ให้เขา แกล้งทำให้เขามั่นใจมากขึ้นไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาจะไม่รู้…

 

โยซอบจ้องมองปากกาแท่งนั้นก่อนจะตัดสินใจซบหน้าลงกับโต๊ะ น้ำสีใสไหลออกจากดวงตากลมโตที่ปิดลงอย่างเชื่องช้า

 

แกย้อนเวลาได้มั้ย เจ้าปากกาวิเศษ…

 

ช่วยทำให้ฉันกับดูจุนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย…

 

แค่สักพักก็ยังดี…

 

 

-- That’s all I can –

 

 

 

มีบางอย่างเปลี่ยนไปในช่วงนี้ ยุน ดูจุนสังเกตได้ว่าคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามกับเขานอนดึกขึ้น แต่ก่อนคนตัวเล็กจะมานั่งทำการบ้านที่โต๊ะหน้าทีวีในห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่งหรือไม่ก็หอบการบ้านมาให้เขาช่วยสอนที่ห้องนอนของเขาเอง หรือถ้าคืนไหนที่ไม่มีการบ้าน อย่างน้อยโยซอบก็จะมานอนเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ เขา แต่ทุกวันนี้กลับแทบไม่เห็นวี่แววของอีกคน

 

ดูจุนมองแสงไฟที่ลอดผ่านบานประตูห้องที่มีป้ายเขียนว่า “คนน้อง”  อย่างที่แม่ชอบเรียกอย่างชั่งใจ นี่ก็เกือบตีหนึ่งแล้วทำไมคนที่นอนหลับง่ายขนาดนั้นยังไม่นอนอีก ลืมปิดไฟในห้องนอนรึเปล่า แต่ก็เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว หรือเพราะปกติเขามักจะเป็นคนปิดไฟให้เพราะแทบทุกคืนที่อีกคนจะเผลอหลับนอกห้องและเป็นเขาที่อุ้มมานอนทุกที

 

ร่างสูงตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูเข้าไปเพราะอีกคนเป็นคนไม่ค่อยลอคห้องนอนอยู่แล้ว หวังแค่ว่าหากอีกคนลืมปิดไฟจะได้ช่วยปิดให้ สายตาคมมองไปยังเตียงที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างบางอยู่ตรงนั้น แล้วก็พบว่าใครอีกคนที่เขาคิดถึงตลอดเวลกำลังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ

 

ดูจุนก้าวเข้าห้องโดยลงน้ำหนักที่เท้าอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะไม่อยากให้อีกคนตื่น เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านที่เห็นเสี้ยวหน้าข้างหนึ่งของโยซอบพอดี ดวงตาคมมองสิ่งที่อยู่พ้นใบหน้าของคนตัวเลกออกมา เห็นลายกระดาษก็พอรู้ว่าเป็นสมุดการบ้าน

 

นี่ทำการบ้านอยู่เหรอ…

 

คิดในใจก่อนจะใช้มือหยิบหนังสือที่เป็นโจทย์ออกมาดู

 

ทำไมไม่ถามฉันล่ะยังโยซอบ เหมือนเมื่อก่อน…

 

เอ่ยถามอีกคนโดยไม่มีเสียง นึกถึงรอยยิ้มและแววตาสดใสยามเอ่ยขอบคุณและพูดว่า “ดูจุนอาสุดยอดที่สุดเลย” ของคนตัวเล็ก

 

 

“ไม่ต้องแล้ว จากนี้… จะพยายามทำ… ด้วยตัวเอง…”

 

 

นึกถึงคำพูดเมื่อไม่กี่วันก่อนของอีกคน

 

อา.. เป็นอย่างนี้เองสินะ ทำไมเขาถึงเห็นแก่ตัวที่เอาแต่ดีใจและแอบคิดว่าอยากให้โยซอบคอยให้เขาสอนการบ้านให้เหมือนเดิมอยู่อย่างนี้ ทั้งๆ ที่คนตัวเล็กพยายามจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว…

 

ขอโทษนะโยซอบ…

 

ร่างสูงเอ่ยแผ่วเบาในใจ ก่อนจะหยิบของทุกอย่างให้ห่างจากคนตัวเล็ก เพื่อที่ตอนเขาอุ้มอีกคนขึ้นมาจะไม่มีอะไรตกจนเกิดเสียงดังแล้วทำให้อีกคนตื่น แต่ก่อนที่จะได้ทำอย่างนั้นสายตาของดูจุนก็ดันไปสะดุดกับปากกาแท่งหนึ่งที่อยู่ในมือคนตัวเล็ก เขาหยิบมันออกมาด้วยความสงสัย สีปากกาลอกๆ และรสนิยมที่ดูจะไม่ใช่ของของคนตัวเล็กทำให้มันดูแปลกตาสำหรับเขา

 

ดูจุนหมุนปากกาไปรอบๆ ก่อนจะรู้สึกโหวงๆ ในใจ

 

นี่มันปากกาของเขา…

 

ปากกาที่เขากุเรื่องขึ้นมาว่ามันเป็นปากกาวิเศษ เขาบอกอีกคนว่าเจ้าปากกาแท่งนี้จะช่วยให้โยซอบทำโจทย์เลขได้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วก็เพราะเขาคอยบอกใบ้กับคนตัวเล็กต่างหาก โยซอบถึงทำการบ้านได้ แม้จะดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าปากกาแท่งนี้ก็มอบความมั่นใจให้โยซอบได้มากขึ้นเยอะเลย นับว่ากลอุบายของเขาประสบผลสำเร็จแล้วกัน

 

ทั้งๆ ที่มันเก่าจนหมึกน่าจะหมดไปนานแล้ว ทำไมอีกคนถึงยังเก็บมันไว้อย่างนี้ เขาแทบไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำ…

 

ดูจุนตัดสินใจวางปากกาลง แล้วก้มลงช้อนคนตัวเล็กขึ้นมา หมายจะอุ้มไปนอนที่เตียง เพราะเขาต้องรีบออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด…

 

ในขณะที่ยังโยซอบพยายามเป็นน้องชายที่ได้อยู่โดยไม่พึ่งเขาอีกแล้ว เขาก็ควรทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดเช่นกัน..

 

อย่างน้อยคืนนี้เขาก็ควรจะเลิกจูบลาอีกคนก่อนนอนโดยที่อีกคนไม่รู้ตัวสักที…

 

“อืม…” ด้วยความเร่งรีบเลยทำให้ความอ่อนโยนลดลง แรงที่ใช้อุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาจึงทำให้อีกคนเผลอตื่นขึ้น ดูจุนรีบวางโยซอบลงบนที่นอน ในขณะที่คนเพิ่งรู้สึกตัวสะดุ้งสุดแรงเมื่อพบว่าอีกคนอุ้มตัวเองมาที่เตียง

 

“กะ… การบ้านยังไม่เสร็จ” เพราะไม่รู้จะพูดอะไร คนตัวเล็กถึงพูดขึ้นมาอย่างนั้น โยซอบขยี้ตาแล้วรีบก้าวลงจากเตียง เดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ

 

“ดึกแล้ว นายนอนเลยดีกว่าเถอะ” คนเป็นพี่บอกด้วยความเป็นห่วง หารู้ไม่ว่าการกระทำแบบนี้ทำให้อีกคนเก็บไปคิดจนนอนไม่หลับทุกๆ คืน

 

ดูจุนไม่เคยรู้เลย เวลาที่โยซอบลืมตาตื่นยามได้ยินเสียงปิดประตูห้องนอนตัวเองหลังจากที่อีกคนอุ้มเขามาส่งถึงเตียงเพราะคิดว่าเขาหลับแล้ว คนเป็นพี่ไม่เคยรู้หรอก ว่าน้องชายอย่างเขาลืมตาขึ้นมาทุกครั้งหลังจากโดนจูบแผ่วที่ใบหน้าพร้อมได้ยินเสียงกระซิบว่ายังรักตนเหมือนเคย ก่อนที่เขาจะนอนไม่หลับทุกๆ คืน เพราะความอ่อนโยนที่คุ้นเคยแบบนั้น…

 

“ไม่ได้หรอก ต้องส่งพรุ่งนี้” คนตัวเล็กเอ่ยตอบโดยที่ไม่หันมามองร่างสูง

 

ดูจุนตัดสินใจเดินออกจากห้องโยซอบไป แล้วกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับเก้าอี้จากห้องของตัวเอง

 

“มานี่ เดี๋ยวพี่ช่วยสอน” คนตัวโตเอ่ยบอก ในขณะที่ร่างเล็กได้แต่ทำตัวไม่ถูกกับการกระทำของอีกคน

 

“มะ…ไม่เป็นไร” แม้จะตอบไปแบบนั้น แต่มือเรียวก็ไม่ได้ยื้อหนังสือที่มีโจทย์ออกจากมือใหญ่ โยซอบได้แต่มองกองกระดาษตรงหน้าในขณะที่ดูจุนกำลังอ่านโจทย์และกำลังทำความเข้าใจ

 

“อ่ะ.. นี่… ลองทำดูสิ”

 

 

คืนนั้นทั้งคืนมีดูจุนคอยช่วยโยซอบทำการบ้านจนเสร็จโดนใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ดูจุนขยี้หัวน้องชายตัวเองเล็กน้อยก็จะบอกราตรีสวัสดิ์และปิดไฟให้หลังจากที่โยซอบเก็บของ จัดกระเป๋าและนอนลงที่เตียง

 

บานประตูปิดลงโดยที่โยซอบยังคงลืมตาอยู่ในความมืด เมื่อกี้เขาเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าที่ใช้ไปเรียนวันพรุ่งนี้ ยกเว้นแท่งทรงกระบอกเล็กๆ ที่อยู่ในมือเขาตอนนี้

 

เมื่อกี้ดูจุนสอนเขาเหมือนที่ทำบ่อยๆ ที่โต๊ะม้าหินอ่อนข้างสนามบอลของโรงเรียน…

 

ตอนที่ยังเป็นแฟนกัน…

 

โยซอบมองเจ้าปากกาในมือแม้ทั้งห้องจะมืดจนไม่สามารถเห็นสีลอกๆ ของมันได้

 

“แกเป็นปากกาวิเศษจริงๆ ด้วย”

 

 

 

 

 

“ต่อจากนี้ จะพยายามอยู่ด้วยตัวเอง…” ที่พูดออกไปในคืนนั้น ครั้งนี้ขอพักสักคืนได้มั้ย…

 

อย่างน้อยเจ้าปากกาวิเศษก็ช่วยดึงช่วงเวลาเก่าๆ กลับมาให้ทั้งที…

 

อยากจะรู้สึกเต็มตื้นยามดูจุนอ่อนโยนกับเขาอีกสักนิดก็ยังดี…

 

 

 

 

 

-- That’s all I can :: To be continued –

 

สวัสดีค่า ตอนต่อมาแล้ว >-<,, จะมีคนรออยู่มั้ยหนอ~~

หวังว่าจะชอบกันนะคะ เราว่าฟิคเรื่องนี้ก็ไม่ดราม่านะ 55 เทาอ่อนๆ เนอะ *-*

คืออยากเขียนเน้นให้มันหวานๆ ทำไมรู้สึกอย่างนั้นก็ไม่รู้อ่ะค่ะ 555

วันนี้คงทอล์คแค่นี้แหละเนอะ อยากได้ปากกวิเศษจัง จะเอามาเขียนฟิคทุกพลอตในหัวออกมาให้หมด 555

เอ้อ สังเกตว่า *สรรนามของดูจุนยังสับสนอยู่ เดี๋ยวแทนตัวเองว่าพี่ เดี๋ยวแทนตัวเองว่าฉัน นะคะ ^-^

ไปละ รักคนอ่านค่ะ♥♥

ทุกๆคอมเมนท์เป็นกำลังใจที่ดีจริงๆ

ปล. มีเรื่องอยากขอ ใครที่ตามมาจากทวิตเตอร์ เวลาคอมเมนท์ช่วยใส่ลิงค์ทวิตเตอร์ไว้ตรงช่องWebsite:  หน่อยนะคะ T^T เราจะได้จำได้ว่าใครเป็นใคร

ปลสอง. ใครที่คอมเมนท์มาทางเมนชั่น ถ้าสะดวกอยากให้เมนท์ลงที่บลอคนี้นะคะ ทวิตเตอร์มันเก็บไว้ไม่ได้ T^T

ปลสาม.อยากเขียนฟิคให้ได้เรื่อยๆจัง Y-Y

ปลสี่. รักดูซอบให้มากๆนะคะ ติดตามข่าวสารเล็กๆน้อยๆ ทางทวิตเตอร์ได้ที่ @dooseobtime ค่ะ ^-^

ชิน View my profile

Recommend